วันที่ผมค้นพบว่า คนที่รวยที่สุด อาจไม่ใช่คนที่มีเงินมากที่สุด
คอลัมน์ : คุยฟุ้งเรื่องการเงิน คอลัมน์ : คุยฟุ้งเรื่องการเงิน
ผู้เขียน : อาจารย์ทอมมี่ (พิเชฐ เจียรมณีทวีสิน) อดีตนายกสมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัยแห่งประเทศไทย
ในโลกธุรกิจ ความสำเร็จมักถูกวัดผ่านตัวเลข ไม่ว่าจะเป็นรายได้ กำไร มูลค่ากิจการ ขนาดพอร์ตการลงทุน หรือมูลค่าทรัพย์สินที่ถือครอง ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนความมั่นคงได้ในระดับหนึ่ง แต่เมื่อมีโอกาสได้พบปะและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเจ้าของธุรกิจและผู้บริหารจำนวนมาก กลับพบว่าความมั่งคั่งที่แท้จริงอาจไม่ได้วัดจากจำนวนเงินเพียงอย่างเดียว
เมื่อความสำเร็จไม่ได้วัดจากตัวเลขเพียงอย่างเดียว
ตลอดระยะเวลาการทำงานในสายงานนักคณิตศาสตร์ประกันภัย ได้มีโอกาสพบปะผู้คนที่สังคมมักมองว่าเป็นผู้ประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่ ผู้ที่มีทรัพย์สินจำนวนมาก ผู้ที่มีพอร์ตการลงทุนที่มั่นคง หรือผู้ที่มีทุกสิ่งที่หลายคนใฝ่ฝัน
ในช่วงแรก ความสำเร็จอาจถูกมองผ่านตัวเลขเช่นเดียวกับคนทั่วไป เพราะโลกธุรกิจมักใช้ผลลัพธ์ที่วัดได้เป็นเกณฑ์สำคัญในการประเมิน ยิ่งตัวเลขสะท้อนการเติบโตมากเท่าใด ก็ยิ่งถูกมองว่าเข้าใกล้ความสำเร็จมากขึ้นเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อได้สัมผัสประสบการณ์และมุมมองของผู้คนหลากหลายมากขึ้น จึงพบว่าผู้ที่มีทรัพย์สินมากที่สุด ไม่ได้หมายความว่าจะมีความสุขมากที่สุดเสมอไป เช่นเดียวกับผู้ที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชีวิตผู้อื่น ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่มีความมั่งคั่งมากที่สุดเสมอไป
ในช่วงที่ยังอยู่ระหว่างการสร้างฐานะ คำถามที่หลายคนมักตั้งไว้คือ “จะทำอย่างไรให้มีมากขึ้น” แต่เมื่อก้าวมาถึงจุดที่มีความมั่นคงเพียงพอ คำถามสำคัญกลับค่อย ๆ เปลี่ยนเป็น “สิ่งที่สร้างมาตลอดชีวิตมีความหมายอย่างไร”
ความมั่งคั่งที่ตัวเลขวัดไม่ได้
ครั้งหนึ่งมีโอกาสได้สนทนากับเจ้าของกิจการท่านหนึ่ง ซึ่งมีทรัพย์สินมากพอที่จะใช้ชีวิตหลังเกษียณได้อย่างมั่นคง แต่ตลอดการสนทนา สิ่งที่
ถูกกล่าวถึงกลับไม่ใช่กำไร ผลตอบแทน หรือมูลค่าของกิจการ แต่เป็นความสัมพันธ์กับลูกชายที่ห่างเหินกันมานาน เหตุการณ์ดังกล่าวนำไปสู่คำถามที่น่าคิดว่า ความสำเร็จจะมีความหมายเพียงใด หากสามารถประสบความสำเร็จในโลกธุรกิจ แต่กลับสูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตไป
อีกโอกาสหนึ่ง ได้พบผู้ก่อตั้งธุรกิจครอบครัวที่สามารถส่งต่อกิจการสู่รุ่นถัดไปได้อย่างราบรื่น ธุรกิจยังคงเติบโต ความสัมพันธ์ภายในครอบครัวยังคงแน่นแฟ้น และสมาชิกในครอบครัวยังคงใช้เวลาร่วมกันอย่างอบอุ่น แม้อาจไม่ได้เป็นผู้ที่มีทรัพย์สินมากที่สุดในบรรดาผู้ประกอบการที่เคยพบ
แต่กลับเป็นบุคคลที่สะท้อนความสุขและความสมบูรณ์ของชีวิตได้อย่างชัดเจน
ก่อนจากกัน เจ้าของกิจการท่านนั้นได้กล่าวประโยคหนึ่งที่ยังคงตราตรึงใจว่า “เงินที่ดีที่สุด ไม่ใช่เงินที่ทำให้ร่ำรวยที่สุด แต่เป็นเงินที่ทำให้คนที่รักยังคงรักกันอยู่” ประโยคดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ความมั่งคั่งมีหลายมิติที่ไม่สามารถวัดได้ด้วยตัวเลขเพียงอย่างเดียว บางคนมีทรัพย์สินจำนวนมาก แต่ไม่มีเวลาให้ครอบครัว บางคนบริหารกิจการขนาดใหญ่ แต่ขาดความไว้วางใจจากผู้คนรอบตัว และบางคนมีบ้านหลายหลัง แต่กลับไม่มีสถานที่ใดที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและอยากกลับไป
ในทางกลับกัน บางคนอาจไม่ได้ครอบครองทรัพย์สินในระดับมหาเศรษฐี แต่มีครอบครัวที่อบอุ่น มีเพื่อนร่วมงานที่ให้ความเคารพและไว้วางใจ และมีผู้คนจำนวนมากที่ยังคงกล่าวถึงด้วยความชื่นชม แม้เวลาจะผ่านพ้นไปเนิ่นนานแล้วก็ตาม
คนที่รวยที่สุด อาจเป็นคนที่สร้างคุณค่าได้มากที่สุด
เมื่อมองย้อนกลับไป อาจพบว่า “คนที่รวยที่สุด” ไม่ได้หมายถึงผู้ที่มีทรัพย์สินมากที่สุดเสมอไป แต่อาจหมายถึงผู้ที่แม้จากโลกนี้ไปแล้ว ผลงาน ความคิด และคุณค่าที่เคยสร้างไว้ยังคงส่งต่อประโยชน์ให้ผู้คน คุณค่าที่สร้างขึ้นยังคงทำงานต่อ และแบบอย่างในการดำเนินชีวิตยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นถัดไป
เงินเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต ช่วยสร้างความมั่นคง ลดความกังวล และเปิดโอกาสให้เกิดสิ่งที่มีคุณค่า แต่เงินจะยิ่งมีความหมายมากขึ้น เมื่อถูกนำไปใช้เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดี
สร้างโอกาสให้ผู้อื่น และสร้างสิ่งที่ก่อให้เกิดคุณค่าที่ยั่งยืน
ท้ายที่สุดแล้ว ความมั่งคั่งที่แท้จริงอาจไม่ใช่การมีมากกว่าผู้อื่น แต่คือการมีมากพอที่จะสร้างคุณค่าและประโยชน์ให้แก่ผู้อื่นได้อย่างต่อเนื่อง และคนที่รวยที่สุด อาจเป็นผู้ที่ยังคงได้รับความระลึกถึงด้วยความขอบคุณ เพราะครั้งหนึ่งเคยสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีให้เกิดขึ้นในชีวิตของผู้คนจำนวนมาก