ศุลกากร จี้กำกับนำเข้าทองคำ สกัดสแกมเมอร์-แก้ขาดดุลการค้า
ศุลกากร ชี้ไทยนำเข้าทองคำทะลุ 9 แสนล้าน จี้ต้องกำกับการนำเข้า สกัดสแกมเมอร์-แก้ขาดดุลการค้า
นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ในช่วง 11 เดือนแรก (ต.ค. 68-ส.ค. 69) ของปีงบประมาณ 2569 มูลค่าการค้ารวมอยู่ที่ 24,050,158 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.31% จากปีก่อน แบ่งเป็นมูลค่าการนำเข้า 12,803,916 ล้านบาท (+26.30%) โดยสินค้านำเข้าหลัก ได้แก่ วงจรอิเล็กทรอนิกส์ น้ำมันดิบ ทองคำ อุปกรณ์สื่อสารและส่วนประกอบ และก๊าซธรรมชาติ และมูลค่าส่งออก 11,246,241 ล้านบาท
โดยสินค้าส่งออกหลัก ได้แก่ อุปกรณ์สื่อสารและส่วนประกอบ คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ทองคำ รถกระบะ และวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้คาดว่าสิ้นปีงบประมาณ 2569 มูลค่าการค้ารวมอยู่ที่ 25 ล้านล้านบาท
อย่างไรก็ดี ไทยขาดดุลการค้าราว 1.6 ล้านล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการนำเข้าทองคำมูลค่า 9 แสนล้านบาท และน้ำมันดิบมูลค่า 1 ล้านล้านบาท รวมแล้วกว่า 2 ล้านล้านบาท กล่าวคือ หากตัดมูลค่าการนำเข้าน้ำมันดิบและทองคำออก ก็อาจทำให้มูลค่าการค้าไทยเกินดุลการค้าได้ ทั้งนี้ น้ำมันดิบเป็นสินค้าที่ต้องนำเข้า เนื่องจากการผลิตในประเทศไม่เพียงพอต่อความต้องการ ทว่าการนำเข้าทองคำในมูลค่าใกล้เคียงกับน้ำมันดิบนั้นน่าสงสัย
นายพันธ์ทองกล่าวว่า การนำเข้าทองคำมูลค่า 9 แสนล้านบาท คิดเป็น 7-8% ของการนำเข้าทั้งหมด ซึ่งไม่ควรมีการบริโภคทองคำมากเท่านี้ รวมทั้งทองคำเป็นหนึ่งในสินค้าที่ไม่มีการเก็บภาษีนำเข้า ทำให้กรมเสียรายได้ในส่วนนี้ไป อย่างไรก็ดี แทบไม่มีข้อมูลว่า การนำเข้าทองคำเข้ามาในประเทศนั้น มีเส้นทางไปไหนต่อ
“ประเทศเราต้องกำกับดูแลการนำเข้าทองคำ ไม่ใช่แค่ข้อกังวลเรื่องการสแกม แต่มันส่งผลต่อการขาดดุลการค้า เพราะการนำเข้าทองคำนั้น มีใครในประเทศได้ประโยชน์บ้าง” นายพันธ์ทองกล่าวและว่า ขณะนี้มาเลเซียเก็บภาษีนำเข้าทองคำ 10% และอินเดียเก็บ 15%
ขณะเดียวกันก็ไม่มีเหตุผลในการเก็บภาษีทองคำขาออก เพราะไทยไม่ได้ผลิตทองคำเอง การส่งออกทองคำส่วนใหญ่เป็นผลจากการส่งออกไป Purify ให้ได้มาตรฐานที่ต่างประเทศ เช่น สวิตเซอร์แลนด์ และออสเตรเลีย
อย่างไรก็ตาม กรมศุลกากรมีหน้าที่ทำข้อมูลการค้าระหว่างประเทศ เพื่อสนับสนุนการกำหนดนโยบาย ซึ่งทำให้เห็นถึงการนำเข้าทองและน้ำมันดิบจำนวนมาก ส่วนการจะเก็บภาษีทองคำหรือไม่นั้น กรมศุลกากรไม่อาจตอบได้ เป็นหน้าที่ของฝ่ายกำหนดนโยบาย