‘ภราดร’ แจงรัฐมีงบฯเยียวยาน้ำท่วมช่วงเปลี่ยนผ่านนโยบาย ชี้ระบบใหม่จ่ายเร็ว เริ่ม 1 ต.ค. 69
‘ภราดร’ แจงมีงบฯเยียวยาน้ำท่วมในช่วงเปลี่ยนผ่านนโยบาย รัฐบาลรับผิดชอบถึงสิ้นปีงบฯ’69 ชี้ระบบใหม่ปีงบฯ’70 จ่ายเร็ว เริ่ม 1 ต.ค. 69 บริษัทประกันจ่ายวงเงิน 1 แสนบาทต่อครัวเรือน ช่วยเหลือทันที 1 หมื่นบาท ภายใน 7 วัน ก่อนสำรวจความเสียหาย-จ่ายตามจริง
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลพร้อมรับผิดชอบช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาน้ำท่วมหรือภัยพิบัติธรรมชาติ ในช่วงเปลี่ยนผ่านนโยบายของปีงบประมาณ 2569 และปีงบประมาณ 2570 โดยภายในปีงบประมาณ 2569 หรือก่อน 1 ต.ค. 69 นี้ เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องรับผิดชอบเยียวยาประชาชน ด้วยการใช้งบฯกลางดูแล และยืนยันว่ามีงบฯเพียงพอต่อการเยียวยาประชาชน
ขณะที่การช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาน้ำท่วมในปีงบประมาณ 2570 หรือตั้งแต่ 1 ต.ค. 69 นั้น ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์ก่อน (15 ก.ย.) ได้มีมติเห็นชอบการซื้อประกันครัวเรือนให้ทุกหลังคาเรือนในประเทศไทยกว่า 30 ล้านหลังคาเรือน วงเงิน 1.55 หมื่นล้านบาท
ซึ่งขณะนี้เป็นหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ในการเร่งลงนามกรมธรรม์ให้ทันวันที่ 1 ต.ค.นี้ “ดังนั้นประชาชนที่ประสบปัญหาน้ำท่วมหรือประสบภัยพิบัติ หลังจาก 1 ต.ค. 69 ก็จะเป็นหน้าที่ของบริษัทประกันที่จะชดเชยเยียวยาให้ประชาชน”
นายภราดรกล่าวว่า การช่วยเหลือจะแบ่งเป็น 2 ส่วน วงเงินรวม 100,000 บาทต่อครัวเรือน แบ่งเป็น การช่วยเหลือทันทีเมื่อจังหวัดประกาศเป็นพื้นที่น้ำท่วม จะได้รับเงินเยียวยา 10,000 บาท ภายใน 7 วัน หลังจากนั้นเมื่อน้ำลด บริษัทประกันภัยจะลงพื้นที่สำรวจความเสียหายเพื่อจ่ายตามความเสียหายจริงของแต่ละครัวเรือน ในวงเงิน 90,000 บาทต่อครัวเรือน ซึ่งเอกชนจะเป็นผู้รับผิดชอบทั้ง 30 ล้านหลังคาเรือน
อย่างไรก็ดี สำหรับพื้นที่การเกษตรจะเป็นหน้าที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มีเกณฑ์ช่วยเหลือเยียวยาความเสียหายจากภัยพิบัติอยู่แล้ว
ทั้งนี้ นายภราดรกล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ก่อนได้มีการประชุมเพื่อหารือเรื่องสถานการณ์ปริมาณน้ำในพื้นที่ภาคกลาง โดยขณะนี้ได้สั่งการไปยังกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่าสถานการณ์ในสัปดาห์นี้น่าจะเป็นวิกฤตและเป็นช่วงที่พีกที่สุด ต้องบริหารจัดการปัญหาอย่างเหมาะสม
“เราได้เสนอแนวทางการบริหารจัดการน้ำแบบก้างปลา ไม่ให้กระทบพี่น้องด้านท้ายน้ำมากเกินไปนัก ในขณะเดียวกัน การเอาน้ำออกไปยังทุ่ง ก็ต้องดูความเสียหายของเกษตรกรด้วย ทุ่งที่ยังเก็บเกี่ยวไม่เสร็จ ให้ชะลอไว้จนเก็บเกี่ยวเสร็จ ค่อยปล่อยน้ำออก” นายภราดรกล่าว