เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เอ็กซ์เผิง เคาะราคา XPENG L03 เริ่มต้น 899,000 บาท  พร้อมส่งมอบกลางเดือนตุลาคมนี้
Automotive เอ็กซ์เผิง เคาะราคา XPENG L03 เริ่มต้น 899,000 บาท พร้อมส่งมอบกลางเดือนตุลาคมนี้
ราคาทองวันนี้ (1 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 67,250 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (1 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 67,250 บาท
“Go Healthy with Taiwan 2026” ทุบสถิติ 832 โครงการ ประกาศรายชื่อ 20 สุดยอดนวัตกรโลก
Biz Movement “Go Healthy with Taiwan 2026” ทุบสถิติ 832 โครงการ ประกาศรายชื่อ 20 สุดยอดนวัตกรโลก
คปภ.เปิดเงื่อนไขประกันภัยพิบัติ 30 ล้านหลังคาเรือน ต้องเป็นบ้านมีคนอยู่จริง คุ้มครองสูงสุด 1 แสนบาท
Finance คปภ.เปิดเงื่อนไขประกันภัยพิบัติ 30 ล้านหลังคาเรือน ต้องเป็นบ้านมีคนอยู่จริง คุ้มครองสูงสุด 1 แสนบาท
ตรวจผลสลากออมสินพิเศษ 2 ปี และ 5 ปี งวดวันที่ 1 ตุลาคม 2569
Finance ตรวจผลสลากออมสินพิเศษ 2 ปี และ 5 ปี งวดวันที่ 1 ตุลาคม 2569
จับตาแก้กฎหมาย Thai PBS เปลี่ยนจาก “ภาษีบาป” 2 พันล้าน สู่งบรัฐ ?
Politics จับตาแก้กฎหมาย Thai PBS เปลี่ยนจาก “ภาษีบาป” 2 พันล้าน สู่งบรัฐ ?
เอ แอสเสท เปิดตัว “เอสเควี 53” มิกซ์ยูสทองหล่อ ชูคอนเซ็ปต์เวลเนส-พื้นที่สีเขียวใจกลางเมือง
Real Estate เอ แอสเสท เปิดตัว “เอสเควี 53” มิกซ์ยูสทองหล่อ ชูคอนเซ็ปต์เวลเนส-พื้นที่สีเขียวใจกลางเมือง
จับตาลงทุน Q4/69 ดอกเบี้ย-น้ำมันกดดันตลาด INVX มอง 1,550 จุดเริ่มน่าสะสม
Finance จับตาลงทุน Q4/69 ดอกเบี้ย-น้ำมันกดดันตลาด INVX มอง 1,550 จุดเริ่มน่าสะสม
น้ำท่วม 32 จังหวัดสะเทือนห่วงโซ่เกษตร 6.9 หมื่นล้าน ข้าวเสียหายหนักสุด-ส่งออกวูบ 5.4 พันล้าน
Economic น้ำท่วม 32 จังหวัดสะเทือนห่วงโซ่เกษตร 6.9 หมื่นล้าน ข้าวเสียหายหนักสุด-ส่งออกวูบ 5.4 พันล้าน
ชิปในจีนไม่พอ? Tencent เช่าชิป 1 แสนตัวจาก Oracle
Tech ชิปในจีนไม่พอ? Tencent เช่าชิป 1 แสนตัวจาก Oracle
ดูทั้งหมด

‘ชัชชาติ’ เปิดเกณฑ์เยียวยาน้ำท่วม ปรับเพดานช่วยเหลือเพิ่ม จ่ายตามความเสียหายจริง ยื่นออนไลน์ได้

01 ต.ค. 2569 | 13:59น.

“ชัชชาติ” เปิดเกณฑ์เยียวยาน้ำท่วม ปรับเพดานช่วยเหลือเพิ่ม ยื่นออนไลน์ได้ ไม่ต้องใช้ใบแจ้งความ เขตยังรับเรื่องปกติ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยความคืบหน้ารายละเอียดหลักเกณฑ์และขั้นตอนการยื่นขอรับเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพฯว่า กทม.อยู่ระหว่างเร่งปรับกระบวนการให้ประชาชนเข้าถึงการช่วยเหลือได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมประสานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมบัญชีกลาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การเยียวยาเป็นไปตามระเบียบและหลักเกณฑ์ของทางราชการ

ปรับเยียวยาเปิดยื่น 2 ช่องทาง

นางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า กทม.ได้ปรับกระบวนการยื่นขอรับความช่วยเหลือ โดยประชาชนไม่จำเป็นต้องไปแจ้งความที่สถานีตำรวจอีกต่อไป สามารถดำเนินการยื่นคำร้องตามเอกสารหลักฐานที่กำหนดได้โดยตรง ทั้งที่สำนักงานเขตและผ่านระบบออนไลน์

สำหรับระบบออนไลน์ กทม.เตรียมเปิดให้ประชาชนสามารถดาวน์โหลดแบบคำร้อง กรอกรายละเอียดความเสียหาย แนบภาพถ่ายหลักฐาน สำเนาบัตรประชาชน และข้อมูลบัญชีธนาคาร รวมถึงเอกสารที่เกี่ยวข้อง แล้วส่งผ่านระบบออนไลน์ได้ โดยไม่ต้องเดินทางไปยื่นเอกสารที่สำนักงานเขต ทั้งนี้ คาดว่าจะเปิดระบบได้ ภายในช่วงเย็นวันที่ 2 ตุลาคม 2569 และจะประกาศรายละเอียดเอกสารที่ต้องใช้ให้ประชาชนทราบอย่างชัดเจนอีกครั้ง

กรณีที่ต้องขอข้อมูลเพิ่มเติม กทม.จะประสานประชาชนผ่าน SMS เพื่อลดภาระการเดินทางและการจัดเตรียมเอกสาร ขณะที่ประชาชนที่ไม่สะดวกใช้งานระบบออนไลน์ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ สามารถเดินทางไปยื่นเรื่องที่สำนักงานเขตได้ตามปกติ และหากประชาชนได้เดินทางไปยื่นเรื่องที่เขตไว้แล้ว สำนักงานเขตสามารถรับเรื่องไว้ดำเนินการได้เช่นกัน

ปรับเพดานเงินช่วยเหลือ-เพิ่มวงเงินตามเสียหายจริง

สำหรับหลักเกณฑ์การช่วยเหลือ กทม.ได้มีการปรับเพดานเงินช่วยเหลือในหลายรายการ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์และความเสียหาย โดยเป็นการดำเนินการภายใต้ระเบียบกระทรวงการคลังและหลักเกณฑ์ด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อาทิ

  • ค่าวัสดุซ่อมแซมบ้าน กรณีบ้านเสียหายทั้งหลัง เดิมจ่ายตามความเสียหายจริงไม่เกิน 49,500 บาท ปรับเพดานเป็น 88,600 บาท
  • ค่าที่พักชั่วคราว กรณีผู้ประสบภัยต้องย้ายออกไปพักอาศัยที่อื่น จ่ายไม่เกิน 3,000 บาทต่อเดือน (ไม่เกิน 2 เดือน) โดยต้องมีหลักฐานประกอบตามหลักเกณฑ์
  • ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพและเงินทุน จ่ายตามความเสียหายจริง เดิมไม่เกิน 11,900 บาท ปรับเป็นไม่เกิน 13,500 บาทต่อครัวเรือน
  • ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก จ่ายตามจริงไม่เกิน 2,000 บาทต่อราย ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยใน จ่ายตามจริงไม่เกิน 4,000 บาทต่อราย เงินปลอบขวัญกรณีบาดเจ็บ จำนวน 2,300 บาทต่อราย ตามหลักฐาน
  • ค่าจัดการศพผู้เสียชีวิต ปรับขึ้นเป็นไม่เกิน 35,700 บาทต่อราย
  • ค่าดำรงชีพเบื้องต้น สำหรับกรณีบ้านเสียหายทั้งหลังหรือเสียหายบางส่วน อยู่ที่ประมาณ 1,900-3,800 บาท ตามระดับความเสียหายและหลักเกณฑ์ที่กำหนด

ทั้งนี้ การจ่ายเงินช่วยเหลือจะพิจารณาตามประเภทความเสียหาย หลักฐาน และหลักเกณฑ์ของทางราชการ โดยในส่วนของค่าซ่อมแซมบ้านจะเกี่ยวข้องกับเจ้าของบ้าน ขณะที่ผู้เช่าสามารถขอรับความช่วยเหลือในส่วนความเสียหายอื่นที่อยู่ในหลักเกณฑ์ได้ โดยต้องมีหลักฐานแสดงการเช่าและการอยู่อาศัยตามที่กำหนด

ส่วนเอกสาร เช่น สำเนาโฉนดหรือเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ กทม.อยู่ระหว่างหารือกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อพิจารณาลดเอกสารให้เหลือเท่าที่จำเป็น โดยจะประกาศรายละเอียดเอกสารที่ต้องใช้ให้ชัดเจนภายในวันนี้

ทำเกณฑ์ประเมินมาตรฐานเดียวกัน-เพิ่มกำลังสำรวจ

นางสาวทวิดากล่าวว่า ขณะนี้ กทม.อยู่ระหว่างจัดทำหลักเกณฑ์การประเมินความเสียหายร่วมกันระหว่างสำนักงานเขต สำนักการโยธา สำนักการระบายน้ำ และสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อให้การประเมินเป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยจะนำแนวทางจากกรณีอุทกภัยในอดีต เช่น ปี 2554 และ 2565 มาประกอบการจัดทำเกณฑ์

จากนั้นจะกำหนดให้ชัดเจนว่า ระดับน้ำ ลักษณะความเสียหาย และหลักฐานประเภทใด สามารถยื่นขอรับความช่วยเหลือในรายการใดได้บ้าง รวมถึงกำลังพิจารณาว่าตามระเบียบสามารถสนับสนุนหน่วยงานหรือบุคลากรจากส่วนอื่นเข้ามาช่วยสำรวจความเสียหายร่วมกับสำนักงานเขตได้หรือไม่ เพื่อเร่งรัดการประเมินให้เร็วที่สุด เนื่องจากคาดว่าจะมีจำนวนผู้ขอรับความช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก

สำหรับพื้นที่ประกาศเขตประสบสาธารณภัย ขณะนี้ครอบคลุม 38 เขต 118 แขวง โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติมจากการสำรวจจริงสามารถเสนอขอประกาศเพิ่มเติมได้ หากมีหลักฐานและข้อมูลความเสียหายตามหลักเกณฑ์

“ชัชชาติ” ขอประชาชนใจเย็น-ย้ำเยียวยาฟื้นฟูเป็นภารกิจใหญ่

นายชัชชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากสถานการณ์น้ำเริ่มคลี่คลาย ภารกิจสำคัญของ กทม. คือ การฟื้นฟูและการเยียวยาประชาชน ซึ่งจะมีรายละเอียดและจำนวนผู้ได้รับผลกระทบจำนวนมาก และเป็นกระบวนการที่ต้องดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบราชการ จึงขอให้ประชาชนเข้าใจและใจเย็น โดย กทม.จะพยายามปรับกระบวนการให้รวดเร็วที่สุด พร้อมดำเนินการอย่างรอบคอบและให้เกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างเต็มที่

เร่งอุดช่องว่างส่งอาหาร-ถุงยังชีพ

นางสาวทวิดายังกล่าวถึงการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมว่า ในช่วงที่ผ่านมาบางพื้นที่ เช่น สะพานสูง สวนหลวง บึงกุ่ม และคันนายาว มีระดับน้ำสูง ทำให้รถขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ชั้นในได้ทั้งหมด กทม.จึงต้องปรับรูปแบบการส่งความช่วยเหลือ โดยเฉพาะพื้นที่ที่เข้าถึงยาก

ปัจจุบันมีความต้องการอาหารปรุงสุกประมาณ 300,000-400,000 กล่องต่อวัน ขณะที่ กทม.สามารถผลิตและจัดส่งจากส่วนกลางได้ประมาณ 100,000 กล่องต่อวัน ส่วนที่เหลือมาจากสำนักงานเขตและหน่วยงานภาคีที่เข้ามาสนับสนุน

สำหรับพื้นที่ที่การนำอาหารเข้าไปทำได้ยาก กทม.ได้เพิ่มการจัดส่งถุงยังชีพ โดยที่ผ่านมาได้จัดสรรออกไปแล้วประมาณ 19,900 ถุง หรือเกือบ 20,000 ถุง ภายในถุงมีสิ่งของจำเป็นสำหรับการดำรงชีพประมาณ 3 วัน เพื่อให้ประชาชนสามารถดูแลตนเองได้ในช่วงที่การเดินทางเข้า-ออกพื้นที่ยังมีข้อจำกัด

อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญที่พบคือ ข้อมูลความต้องการความช่วยเหลือยังไม่เป็นแบบ Real-time บางกรณีมีการแจ้งข้อมูลซ้ำ หรือข้อมูลจากสำนักงานเขต นิติบุคคลหมู่บ้าน ประชาชนที่แจ้งผ่านโทรศัพท์ และโซเชียลมีเดียไม่ตรงกัน ทำให้เกิดช่องว่างในการจัดส่งความช่วยเหลือ