“แมคโดนัลด์” เปิดธุรกิจโฆษณา ต่อยอด 1.4 หมื่นสาขาสู่ช่องทางสื่อ
คอลัมน์ : Market Move
แมคโดนัลด์ ยักษ์ฟาสต์ฟู้ดสัญชาติอเมริกันประกาศรุกธุรกิจโฆษณา ตามรอย 2 ยักษ์วงการค้าปลีกอย่างอเมซอนและวอลมาร์ต
สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า แมคโดนัลด์ สหรัฐอเมริกา ประกาศสร้างเครือข่ายสื่อโฆษณาของตนเอง อาศัยต่อยอดร้านสาขานับหมื่นแห่งที่กระจายอยู่ทั่วสหรัฐอเมริกา และมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการทุกวันเป็นช่องทางสื่อสาร สำหรับรับงานโฆษณาจากธุรกิจอื่น ๆ มาเผยแพร่ในร้าน
โดยยักษ์ฟาสต์ฟู้ดเริ่มนำร่องแนวทางการใช้ร้านสาขาเป็นช่องทางโฆษณามาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2026 ด้วยการฉายโฆษณาของแบรนด์อื่น ๆ บนหน้าจอรับออร์เดอร์ไดรฟ์ทรูของร้านแมคโดนัลด์จำนวน 450 สาขาที่บริษัทบริหารเอง
ทั้งนี้แมคโดนัลด์วางเป้าหมายให้ในระยะยาวธุรกิจโฆษณานี้จะกลายเป็นตัวสร้างรายได้ระดับ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐได้ ซึ่งอาจไม่เกินจริงนักเมื่อคำนึงถึงเครือข่ายร้านแมคโดนัลด์ ที่ปัจจุบันมีสาขาทั้งที่บริษัทบริหารเองและสาขาแฟรนไชส์ในสหรัฐอเมริการวมกว่า 14,000 สาขา
“มอร์แกน แฟลตลีย์” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดทั่วโลก และรองประธานบริหารฝ่ายธุรกิจใหม่ของแมคโดนัลด์ กล่าวในการนำเสนอแผนกับนักลงทุนว่า สื่อในร้านค้าเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่เติบโตเร็วที่สุดในอุตสาหกรรมโฆษณา และคาดว่าในปี 2028 เฉพาะในสหรัฐอเมริกาเพียงประเทศเดียว ธุรกิจสื่อในร้านค้าจะมีมูลค่ามากกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
แนวโน้มการเติบโตนี้ เป็นโอกาสที่แมคโดนัลด์จะเข้าไปสร้างรายได้ โดยลงทุนเพิ่มเพียงเล็กน้อย รวมถึงการดำเนินงานไม่ซับซ้อน และไม่ส่งผลกระทบต่อประสบการณ์การใช้บริการของลูกค้าด้วย
ธุรกิจใหม่นี้อาจช่วยให้แมคโดนัลด์มีแหล่งสร้างรายได้ต่อเนื่องในระยะยาว รับมือกับความท้าทายในธุรกิจฟาสต์ฟู้ดซึ่งต้นทุนวัตถุดิบสำคัญ เช่น เนื้อวัว มีราคาสูงขึ้นต่อเนื่องจนยากจะรักษาจุดดึงดูดด้านราคาเข้าถึงได้เอาไว้ ขณะเดียวกันยักษ์ฟาสต์ฟู้ดยังวางแผนลงทุนระดับหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อเดินสายปรับปรุงสาขาตลอดช่วงทศวรรษหน้าอยู่แล้ว จึงน่าจะสามารถพ่วงการอัพเกรดด้านสื่อนี้เข้าไปได้
เอียน บอร์เดน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน เสริมว่า ทั้งนี้ หากมองในวงการธุรกิจฟาสต์ฟู้ด แผนการสร้างเครือข่ายสื่อโฆษณาของแมคโดนัลด์นับเป็นของใหม่ ซึ่งสถานะนี้เป็นปัจจัยหนุนให้ประสบความสำเร็จ
“เราเป็นเจ้าของแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดแบรนด์หนึ่งเมื่อเทียบกับบริษัทอื่นที่มีขนาดและสเกลธุรกิจใกล้เคียงกันในทุกอุตสาหกรรม และเราให้บริการประชากรสหรัฐ ประมาณ 85% อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ซึ่งถือเป็นศักยภาพในการเข้าถึงลูกค้าที่โดดเด่นและไม่เหมือนใคร นอกจากนี้ ยังมีสาขาถึง 14,000 แห่งทั่วสหรัฐ สะท้อนว่าเราเข้าไปอยู่ในทุกชุมชนและสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกคน”
ผู้ค้าปลีกรายใหญ่อย่างอเมซอน และวอลมาร์ต ต่างประสบความสำเร็จในการสร้างธุรกิจเครือข่ายสื่อของตนเอง ซึ่งเป็นธุรกิจที่สร้างอัตรากำไรสูง โดยในปี 2025 อเมซอนมียอดขายในบริการโฆษณาสูงถึง 6.86 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเกือบ 10% ของรายได้รวมของบริษัท โดยโฆษณาจะปรากฏบนแพลตฟอร์มและบริการต่าง ๆ ในเครืออเมซอนตั้งแต่หน้าเว็บไซต์สำหรับเลือกซื้อสินค้าและบริการไพรมวิดีโอ ไปจนถึงตู้รับพัสดุและแพลตฟอร์มไลฟ์สตรีมมิ่งอย่างทวิต์ช(Twitch) รวมถึงบนแอปพลิเคชั่นและเว็บไซต์ของเทิร์ดปาร์ตี้ด้วย
ส่วนวอลมาร์ต แม้จะไม่ได้เปิดเผยตัวเลขยอดขายจากธุรกิจโฆษณา แต่บริษัทระบุว่า “Connect” ซึ่งเป็นธุรกิจโฆษณาในสหรัฐ มียอดขายเติบโตขึ้น 43% ในไตรมาส 2 ของปีงบฯ โดยเครือข่ายสื่อของวอลมาร์ต จะแสดงโฆษณาผ่านแอปพลิเคชั่นและเว็บไซต์ของบริษัท รวมถึงภายในร้านค้ากว่า 4,600 แห่งในสหรัฐ และบนแพลตฟอร์มภายนอกอย่างอินสตาแกรม นอกจากนี้ บริษัทยังเข้าซื้อกิจการวิซิโอ (Vizio) ผู้ผลิตโทรทัศน์ในช่วงปลายปี 2024 โดยมุ่งเน้นไปที่การขยายธุรกิจโฆษณาด้วย