เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ผ่างบ 3.9 พันล้าน กรมอุตุฯ ยกเครื่องเทคโนโลยี รับโลกแปรปรวน
Tech ผ่างบ 3.9 พันล้าน กรมอุตุฯ ยกเครื่องเทคโนโลยี รับโลกแปรปรวน
ลุ่มเจ้าพระยาน้ำลดลง เชื่อ 4 จว.ท้ายน้ำ ไม่กระทบมาก ‘กทม.’ ยื่นเยียวยาแล้ว 3.5 หมื่นราย 
Politics ลุ่มเจ้าพระยาน้ำลดลง เชื่อ 4 จว.ท้ายน้ำ ไม่กระทบมาก ‘กทม.’ ยื่นเยียวยาแล้ว 3.5 หมื่นราย 
‘ชาย’ ยันไร้ทุจริต-ตรวจสอบได้ บอกตัวเองฐานะการเงินด้อยสุดของ DD การบินไทย
Business ‘ชาย’ ยันไร้ทุจริต-ตรวจสอบได้ บอกตัวเองฐานะการเงินด้อยสุดของ DD การบินไทย
อุตสาหกรรมไม้ยางพาราชะงัก วัตถุดิบลด โรงงานแปรรูปใต้จ่อย้ายฐาน
Economic อุตสาหกรรมไม้ยางพาราชะงัก วัตถุดิบลด โรงงานแปรรูปใต้จ่อย้ายฐาน
ย้อนตำนาน 5 ทศวรรษ ‘สวนน้ำ-สวนสนุก’ เมืองไทย เมื่อธุรกิจถึงจุดเปลี่ยน
Business ย้อนตำนาน 5 ทศวรรษ ‘สวนน้ำ-สวนสนุก’ เมืองไทย เมื่อธุรกิจถึงจุดเปลี่ยน
‘ชัชชาติ’ ลุยแก้ปัญหาหมู่บ้านจมน้ำ ระดม ‘เรือลุงถั่ว’ ระบายน้ำคลองประเวศ เร่งฟื้นฟูคลองจั่น-บึงกุ่ม
News ‘ชัชชาติ’ ลุยแก้ปัญหาหมู่บ้านจมน้ำ ระดม ‘เรือลุงถั่ว’ ระบายน้ำคลองประเวศ เร่งฟื้นฟูคลองจั่น-บึงกุ่ม
หายนะ แมนฯ ซิตี้
คุยกับเอกราช หายนะ แมนฯ ซิตี้
แก้ปัญหาไตรมาส 4
Columns แก้ปัญหาไตรมาส 4
ศุภจี เคาะแผนเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ SME ปี 70 เป็น 5.8 พันล้าน วางเป้าเพิ่มศักยภาพ 4.1 หมื่นราย
Economic ศุภจี เคาะแผนเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ SME ปี 70 เป็น 5.8 พันล้าน วางเป้าเพิ่มศักยภาพ 4.1 หมื่นราย
รัฐบาล ชี้เล็งแก้ กม.ปรับใช้ ‘ภาษีบาป’ มุ่งให้เงินเข้าสู่คลัง ยันไม่ยุบ 4 องค์กร
Politics รัฐบาล ชี้เล็งแก้ กม.ปรับใช้ ‘ภาษีบาป’ มุ่งให้เงินเข้าสู่คลัง ยันไม่ยุบ 4 องค์กร
ดูทั้งหมด

ผ่างบ 3.9 พันล้าน กรมอุตุฯ ยกเครื่องเทคโนโลยี รับโลกแปรปรวน

04 ต.ค. 2569 | 12:01น.

สถานการณ์ฝนถล่มปริมาณมากกว่า 300 มม.ต่อวัน ทำให้กรุงเทพฯ ปริมณฑล และภาคตะวันออก เผชิญหน้ากับน้ำท่วมสูงฉับพลัน โถมด้วยวิกฤตความเชื่อมั่นต่อข้อมูลของภาครัฐ เมื่อการสื่อสารข้อมูลพยากรณ์ “เข้าไม่ถึง” ประชาชน ทำให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (ดีอี) ในฐานะต้นสังกัดกรมอุตุนิยมวิทยา ต้องลุกขึ้นมาปรับปรุงการเผยแพร่ข้อมูลการพยากรณ์ โดยจัดตั้งศูนย์ความร่วมมือด้านการสื่อสารข้อมูลสภาพภูมิอากาศ 

เป็นจังหวะเดียวกับที่เครื่องไม้เครื่องมือของกรมอุตุนิยมวิทยา ครบรอบ  10 ปี ที่ต้อง “ยกเครื่อง” เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับคาดการณ์สภาพอากาศท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงสุดขั้วของสภาพอากาศ โดยเตรียมงบประมาณไว้ล่วงหน้า กว่า 3,900 ล้านบาท เพื่อใช้ในปีงบประมาณ 2570 

ยันพยากรณ์ยังแม่น 

“สุกันยาณี  ยะวิญชาญ” อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ยอมรับว่า ที่ผ่านมาการสื่อสารกับประชาชนมีปัญหาด้วยภาษาวิชาการ และเครือข่ายการสื่อสารที่ไม่ทั่วถึง จึงได้ปรับวิธีการสื่อสารให้เข้าถึงประชาชนในวงกว้างมากขึ้น 

ปัจจุบันกรมอุตุฯ สามารถพยากรณ์อากาศได้หลายโมเดล ตั้งแต่คาดการณ์รายปี รายสัปดาห์ รายวัน และคาดการณ์ล่วงหน้าได้ต่ำสุด 3 ชั่วโมง ซึ่งถือว่าแม่นยำสูง ด้วยช่วงการคาดการณ์หลายระดับทำให้สามารถรองรับภาวะสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะสภาพอากาศโลกในปัจจุบัน 

“ณัฐพล แดนดี” รองอธิบดี ฝ่ายวิชาการ กรมอุตุนิยมวิทยา เสริมว่า การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และสภาพอากาศที่รวดเร็วทำให้ต้องยกเครื่องการสื่อสารกับประชาชนในช่องทางใหม่ ๆ พร้อมไปกับการปรับและพัฒนาโมเดลพยากรณ์ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงเร็วของสภาพอากาศ 

“กรณีที่ฝนแช่ในเขต กทม. และภาคตะวันออก ช่วงวันที่ 24-27 ก.ย. 2569 ในครั้งนี้ โมเดลพยากรณ์ของอุตุฯ เตือนล่วงหน้าตั้งแต่ 21 ก.ย. ถือว่ามีการคาดการณ์แม่นยำต่อเนื่อง โดยเตือนถี่ขึ้นจนเป็นประกาศกว่า 18 ฉบับ ซึ่งตามปกติถือเป็นการเตือนภัยระดับพิบัติแล้ว แต่เข้าใจว่าภาษาที่สื่อสารเข้าใจยากเกินไป”

ยกเครื่องระบบตรวจอากาศ

“ณัฐพล” ยืนยันว่าเทคโนโลยีของกรมอุตุฯ แม้จะเก่าแล้ว แต่ยังคงมีความแม่นยำ ส่วนที่ต้องเปลี่ยนคืออุปกรณ์ตรวจอากาศ อย่างเรดาร์ ซึ่งทำงานหมุนวนอยู่ตลอดเวลานานนับ 10 ปี ซึ่งให้บริการใน 2 ส่วน คือการตรวจอากาศภาคพื้นปกติ และให้บริการเรดาร์สนามบิน

“งบประมาณปี 2570 ส่วนที่เพิ่มเติมจากงบฯ บริหารปกติ คือ การเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ตรวจอากาศตามรอบ โดยปกติจะเปลี่ยนทุก 10 ปี ตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี เพราะเมื่อถึงรอบ 10 ปีผู้ผลิตจะไม่ผลิตอะไหล่ซัพพอร์ตแล้ว จึงต้องเปลี่ยนใหม่ ซึ่งอุปกรณ์ตรวจอากาศที่ต้องเปลี่ยน  เช่น เรดาร์ตรวจอากาศ เดิมมี 24 จุดทั่วประเทศ รอบนี้นอกจากเปลี่ยนชุดเดิมแล้วยังเพิ่มอีกหนึ่งจุดที่จังหวัดบึงกาฬ เพื่อตรวจพายุที่จะพัดผ่านไปทางภาคเหนือของไทย

“เมื่อก่อนพายุจะเข้าทางเวียดนามผ่านไปทางภาคเหนืออย่างจังหวัดน่าน ข้อมูลตรงจุดที่ขาดหายไปทำให้เรารู้ตัวอีกทีเมื่อพายุซัดเข้าน่านแล้ว จึงต้องขอเพิ่มเรดาร์ที่บึงกาฬ ไว้ดักตรวจจับกลุ่มพายุ และฝนที่เคลื่อนตัวมาจากเวียดนามและลาวล่วงหน้า 10-12 ชั่วโมง ก่อนเข้าสู่ไทย”

ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาได้ทำตามกรอบงบประมาณ เมื่อใกล้ครบ 10 ปี โดยเริ่มทำของบฯ ไปก่อน 2 ปี กว่าจะได้เปลี่ยนก็เข้าปี 2570  ทั้งได้งบฯ สำหรับทำระบบตรวจเฝ้าแผ่นดินไหว และสึนามิด้วย ซึ่งใช้งบประมาณไม่เยอะ หลังเกิดแผ่นดินไหวที่กรุงเทพฯ เมื่อปีที่ผ่านมา 

“ระบบนี้ในเบื้องต้นหากมีแผ่นดินไหวที่เมียนมา หรือลาว กรุงเทพฯ จะมีเวลาเตรียมตัว 2 นาที ระบบนี้บรรจุอยู่ในแผนงาน คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินงานประมาณ 3 ปี และเมื่อรวมกระบวนการงบประมาณ จัดซื้อจัดจ้าง นำเข้า และติดตั้งอุปกรณ์ อาจใช้เวลารวมราว 3-5 ปี”

สำหรับคำของบประมาณในปี 2570 รวม 3,902.74 ล้านบาท แบ่งเป็นงบฯ ลงทุน 2,401.91 ล้านบาท บุคลากร 433.88 ล้านบาท งบฯ ดำเนินการ 1,055.20 ล้านบาท เงินอุดหนุน 11.74 ล้านบาท โดยการจัดซื้ออุปกรณ์ตรวจอากาศใหม่จะอยู่ในงบฯ ลงทุน ซึ่งเมื่อเทียบกับปีงบประมาณ 2569 ได้รับจัดสรรเพิ่มขึ้น 1,209.99 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 44.94%

แจงปมร้อน Tomorow.io  

สำหรับประเด็นร้อนเกี่ยวกับการขออนุมัติงบฯ 492 ล้านบาท จาก ครม.เพื่อจัดซื้อเทคโนโลยีพยากรณ์อากาศจากที่สูง ด้วยดาวเทียมวงโคจรต่ำของบริษัท Tomorow.io นั้น นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี เปิดเผยว่า เป็นการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารอันเป็นเท็จ บิดเบือนไปจากข้อเท็จจริง 

ทั้งนี้ ตามข้อเท็จจริงกระทรวงดีอี และหน่วยงานในสังกัด มีการพัฒนาแผนงาน และโครงการต่าง ๆ โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยตามมาตรฐานสากล เป็นปกติตามธรรมเนียมปฏิบัติเช่นเดียวกับนานาประเทศ กรณีกรมอุตุนิยมวิทยาในแต่ละปีที่มีแผนงาน และโครงการทดลองยกระดับเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานสูงสุด มีความร่วมมือในรูปแบบโครงการนำร่อง (Proof of Concept POC) เพื่อยกระดับระบบพยากรณ์อากาศของไทยให้ดีที่สุดอย่างต่อเนื่องมาตลอด

สำหรับโครงการรูปแบบความร่วมมือ อาทิ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดาวเทียมและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่มีการใช้งานโดยองค์การระหว่างประเทศที่มีชื่อเสียง เช่น NASA หรือ NOAA ระยะเวลา 3 เดือน (ธ.ค. 2568-ก.พ. 2569) ไม่มีค่าใช้จ่าย ปัจจุบันครบกำหนดเวลาทดลอง  

“ที่ผ่านมานายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ได้มอบนโยบายให้กรมอุตุฯ ยกระดับการพัฒนาระบบการพยากรณ์อากาศ ด้วยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย แต่ยังไม่ได้สรุปว่าต้องใช้เทคโนโลยีหรือรูปแบบวิธีการใด ทั้งยังไม่มีการจัดซื้อจัดจ้างการใช้งานเทคโนโลยีใด ๆ โดยเฉพาะร่างกฎหมายงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2570 ก็ยังไม่มีผลบังคับใช้”

พลิกแผนงานเปิดการใช้งบฯ

เมื่อพลิกดูแผนงานที่เกี่ยวข้องพบว่า การจัดซื้ออุปกรณ์ตรวจอากาศทดแทนของเดิมในระบบงานขนส่งหรือสนามบิน อยู่ในแผนยุทธศาสตร์พัฒนาด้านคมนาคม และระบบโลจิสติกส์ จำนวน 383.20 ล้านบาท ประกอบด้วย 4 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการจัดหาเครื่องมือตรวจอากาศการบิน งบฯ ลงทุน 239.87 ล้านบาท 2.โครงการจัดหาเครื่องมือตรวจอากาศอัตโนมัติ (LL.WAS) งบฯ ลงทุน 79.85 ล้านบาท  3.โครงการจัดหาเครื่องมือตรวจอากาศอัตโนมัติ (AWOS)  และ 4.โครงการจัดหาระบบสารสนเทศด้านอุตุนิยมวิทยาการบิน  งบฯ ลงทุน 63.47 ล้านบาท

ส่วนการจัดซื้อเรดาร์ใหม่ คาดว่าอยู่ในแผนงานยุทธศาสตร์จัดการผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศ 3,083.51 ล้านบาท มี 7 โครงการ ประกอบด้วย 1.ข่าวพยากรณ์อากาศ รายงานแผ่นดินไหว และประกาศเตือนภัยธรรมชาติ  รวม 323.79 ล้านบาท  

2.โครงการก่อสร้างหอเรดาร์ และติดตั้งเครื่องเรดาร์ตรวจอากาศ งบฯ ลงทุน 1,448.30 ล้านบาท  3. โครงการติดตั้งระบบเครือข่ายสมรรถนะสูง ตรวจเฝ้าแผ่นดินไหว และสึนามิ งบฯ ลงทุน 87 ล้านบาท 4. โครงการจัดหาเครื่องมือตรวจอากาศอัตโนมัติ งบฯ ลงทุน 197.18 ล้านบาท  5.โครงการจ้างเหมาบำรุงรักษาเครื่องมืออุตุนิยมวิทยา และแผ่นดินไหว งบฯ ดำเนินงาน 476.44 ล้านบาท 6.โครงการปรับปรุงศูนย์ปฏิบัติการพยากรณ์อากาศ งบฯ ลงทุน 58.80 ล้านบาท  และ 7.โครงการยกระดับการพยากรณ์เชิงพื้นที่รายละเอียดสูง งบฯ ดำเนินงาน 492 ล้านบาท 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กรมอุตุฯ