เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สทนช.เร่งพร่องน้ำรับฝน 4-7 ต.ค. ทุ่งเจ้าพระยารับน้ำแล้ว 69%
Economic สทนช.เร่งพร่องน้ำรับฝน 4-7 ต.ค. ทุ่งเจ้าพระยารับน้ำแล้ว 69%
SEALECT ดึง “Butterbear” เจาะแฟนด้อม ทุ่มงบกว่า 10 ล้าน ดันยอดขาย-ฐานลูกค้าโต 13%
Business SEALECT ดึง “Butterbear” เจาะแฟนด้อม ทุ่มงบกว่า 10 ล้าน ดันยอดขาย-ฐานลูกค้าโต 13%
น้ำท่วมกระทบเกษตร 1.52 ล้านไร่ เกษตรฯ ตั้งแนวรับฝนรอบใหม่-เร่งแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด
Economic น้ำท่วมกระทบเกษตร 1.52 ล้านไร่ เกษตรฯ ตั้งแนวรับฝนรอบใหม่-เร่งแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด
“ศุภจี” เช็กสต๊อก CP All ยันสินค้าพอ ตั้ง War Room เร่งกระจายทั่วพื้นที่น้ำท่วม คุมเข้มราคาสินค้าจำเป็น
Economic “ศุภจี” เช็กสต๊อก CP All ยันสินค้าพอ ตั้ง War Room เร่งกระจายทั่วพื้นที่น้ำท่วม คุมเข้มราคาสินค้าจำเป็น
กทม.เปิดเยียวยาน้ำท่วม 2 ระบบ ยื่นออนไลน์แอพพ์ “ทางรัฐ–กทม.”
News กทม.เปิดเยียวยาน้ำท่วม 2 ระบบ ยื่นออนไลน์แอพพ์ “ทางรัฐ–กทม.”
เกษตรฯ เตรียมรับฝนหนัก 4-7 และ 9-12 ต.ค. แบ่ง 4 พื้นที่เสี่ยง ระดมเรือ-เครื่องสูบน้ำสแตนด์บาย 24 ชม.
Economic เกษตรฯ เตรียมรับฝนหนัก 4-7 และ 9-12 ต.ค. แบ่ง 4 พื้นที่เสี่ยง ระดมเรือ-เครื่องสูบน้ำสแตนด์บาย 24 ชม.
“ศุภจี” ส่งถุงยังชีพ 2,000 ชุดช่วยน้ำท่วมปราจีนบุรี เร่งคุมสินค้า–ราคา เตรียม “ธงฟ้า” ฟื้นฟูหลังน้ำลด
Economic “ศุภจี” ส่งถุงยังชีพ 2,000 ชุดช่วยน้ำท่วมปราจีนบุรี เร่งคุมสินค้า–ราคา เตรียม “ธงฟ้า” ฟื้นฟูหลังน้ำลด
กทม.เร่งสูบน้ำ “ฝั่งตะวันออก” โยกเครื่องช่วย“ลาดกระบัง” พร่องแก้มลิงรับฝนระลอกใหม่
News กทม.เร่งสูบน้ำ “ฝั่งตะวันออก” โยกเครื่องช่วย“ลาดกระบัง” พร่องแก้มลิงรับฝนระลอกใหม่
มิตซูบิชิ ปาเจโร เนียน นุ่ม แรง หรู
Automotive มิตซูบิชิ ปาเจโร เนียน นุ่ม แรง หรู
“แมคโดนัลด์” เปิดธุรกิจโฆษณา ต่อยอด 1.4 หมื่นสาขาสู่ช่องทางสื่อ
Business “แมคโดนัลด์” เปิดธุรกิจโฆษณา ต่อยอด 1.4 หมื่นสาขาสู่ช่องทางสื่อ
ดูทั้งหมด

สทนช.เร่งพร่องน้ำรับฝน 4-7 ต.ค. ทุ่งเจ้าพระยารับน้ำแล้ว 69%

03 ต.ค. 2569 | 14:14น.

สทนช.ประชุมหน่วยงาน จังหวัด องค์กรผู้ใช้น้ำ และภาคประชาชน วางแผนรับฝนระลอกใหม่ช่วง 4-7 ตุลาคม เร่งลดระดับน้ำหน้าเขื่อนเจ้าพระยาและเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำ ปัจจุบัน 10 ทุ่งลุ่มต่ำเจ้าพระยาตอนล่างรับน้ำแล้ว 553 ล้าน ลบ.ม. หรือ 69% ของแผน ขณะที่เขื่อนแม่กลองทยอยลดการระบายเหลือประมาณ 1,600 ลบ.ม./วินาที พร้อมเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขังทั่วประเทศ โดยจับตาเขื่อนน้ำมากและพื้นที่เสี่ยงอย่างใกล้ชิด

นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 ว่า สทนช.ได้ประชุมร่วมกับหน่วยงาน จังหวัด องค์กรผู้ใช้น้ำในลุ่มน้ำที่เกี่ยวข้อง และภาคประชาชน เพื่อหารือแนวทางระบายน้ำออกจากแต่ละพื้นที่ และเตรียมรับมวลน้ำจากฝนระลอกใหม่ในช่วงถัดไป

ปัจจุบัน กรมชลประทานระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อเร่งลดระดับน้ำหน้าเขื่อนและเตรียมพื้นที่รองรับปริมาณฝนในระยะต่อไป เมื่อระดับน้ำหน้าเขื่อนลดลงแล้ว จะทยอยปรับลดการระบายจนเข้าสู่ภาวะปกติที่ประมาณ 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยจะพิจารณาให้สอดคล้องกับปริมาณฝนในแต่ละช่วงเวลา

ขณะเดียวกัน ยังคงระบายน้ำออกทางฝั่งตะวันออกและตะวันตกของเขื่อนรวม 605 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อลดปริมาณน้ำในแม่น้ำสายหลักและเพิ่มความสามารถในการรองรับน้ำ

สำหรับเขื่อนในพื้นที่ตอนบนยังคงปรับลดการระบายเพื่อช่วยลดปริมาณน้ำหลากเข้าสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง โดยเขื่อนภูมิพลมีแผนงดการระบายน้ำอีกครั้งในวันที่ 3-4 ตุลาคม ขณะที่เขื่อนสิริกิติ์ยังคงระบายน้ำในอัตราต่ำสุดประมาณวันละ 7 ล้านลูกบาศก์เมตร

ด้านพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งเจ้าพระยาตอนล่าง ขณะนี้ทุ่งทั้ง 10 แห่งเก็บเกี่ยวแล้ว 97% และมีน้ำในทุ่งรวมประมาณ 553 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 69% ของแผนประชาคม แบ่งเป็นทุ่งฝั่งตะวันออก 276 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 99% ของแผน และทุ่งฝั่งตะวันตก 277 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 54% ของแผน

นายชยันต์กล่าวว่า ในส่วนของเขื่อนวชิราลงกรณ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำ 98.87% ของความจุเก็บกัก และจะคงอัตราการระบายน้ำไว้ที่วันละ 40 ล้านลูกบาศก์เมตรไปจนถึงวันที่ 15 ตุลาคม

ขณะที่เขื่อนแม่กลองได้ทยอยปรับลดการระบายน้ำลงเหลือประมาณ 1,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายน้ำ

สำหรับจังหวัดสมุทรสงคราม โดยเฉพาะอำเภอบางคนทีและอำเภออัมพวา ซึ่งมีความกังวลต่อผลกระทบจากน้ำท่วมขังที่อาจสร้างความเสียหายต่อสวนส้มโอ ได้ประสานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยสนับสนุนเรือผลักดันน้ำบริเวณปากคลอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำออกสู่ทะเลให้เร็วขึ้น

ส่วนเขื่อนศรีนครินทร์ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำ 94% ของความจุเก็บกัก และยังมีพื้นที่รองรับน้ำประมาณ 900 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะติดตามเขื่อนที่มีน้ำมากทุกแห่งอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงที่ฝนจะกลับมาตกหนัก เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยของเขื่อนควบคู่กับการลดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ

สำหรับมวลน้ำหลากจากจังหวัดปราจีนบุรีที่ไหลเข้าสู่จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ใช้พื้นที่ทุ่งลุ่มต่ำช่วยหน่วงน้ำ เพื่อลดผลกระทบต่อชุมชนและพื้นที่เศรษฐกิจ

การบริหารจัดการลุ่มน้ำบางปะกงจะมีการจัดทำข้อมูลปริมาณน้ำที่จะผันไปยังพื้นที่ฝั่งตะวันออก ปริมาณน้ำที่สามารถระบายลงทะเลได้ในแต่ละวัน รวมถึงพื้นที่และระดับผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้น เพื่อใช้ประกอบการวางแผนและแจ้งเตือนประชาชน

ขณะเดียวกัน พื้นที่ลุ่มต่ำในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงทุกจังหวัดที่ยังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เจ้าหน้าที่ได้เร่งสูบและระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อลดระดับน้ำและให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็ว

สำหรับสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ ณ วันที่ 3 ตุลาคม 2569 เวลา 07.00 น. ปริมาณน้ำรวมในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศอยู่ที่ 65,146 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 81% ของความจุเก็บกัก โดยมีปริมาณน้ำใช้การ 41,025 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 73%

เมื่อแยกรายภาค ภาคเหนือมีปริมาณน้ำ 20,320 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 74% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 8,287 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 69% ภาคกลาง 1,477 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 78% ภาคตะวันออก 2,816 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 89% ภาคตะวันตก 26,897 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 95% และภาคใต้ 5,349 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 70%

สำหรับ 3 เขื่อนหลักในพื้นที่ EEC เขื่อนบางพระมีน้ำ 93 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 80% เขื่อนหนองปลาไหล 157 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 96% และเขื่อนประแสร์ 307 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 102%

ด้านสถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยา เวลา 06.00 น. สถานี C.2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,245 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำ 23.33 เมตร รทก. ต่ำกว่าตลิ่ง 2.37 เมตร ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ +17.82 เมตร รทก. และระดับน้ำท้ายเขื่อน +15.93 เมตร รทก.

สทนช.ยังติดตามสภาพอากาศช่วงปลายฤดูฝน โดยคาดว่าในช่วงวันที่ 4-7 ตุลาคม ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักบางพื้นที่

วันที่ 4 ตุลาคม พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังคือภาคเหนือตอนบนและด้านตะวันออก รวมถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะที่วันที่ 5-6 ตุลาคม คาดว่าจะมีฝนในภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ส่วนวันที่ 7 ตุลาคม จะมีฝนบริเวณด้านตะวันตกของภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

น้ำท่วม ฝน สทนช.