ยุคของนักไลฟ์ ‘มืออาชีพ’ กำลังมาถึง ไม่ใช่แค่สร้างรายได้ฉ่ำ ๆ แต่บางคนเริ่มตั้ง ‘สังกัด’ ของตนเอง
TikTok LIVE จัดการประชุม “Creator Networks Global Summit” ในเดือน ก.ย. 2569 ที่ผ่านมา ถือเป็นบิ๊กอีเวนต์ที่รวมตัวผู้นำจากธุรกิจเครือข่ายครีเอเตอร์ (Creator Networks) พันธมิตร และมืออาชีพในอุตสาหกรรมไลฟ์สตรีมมิ่งทั่วโลกกว่า 1,000 คน ทั้งยังเลือกมาจัดงานที่ประเทศไทยด้วย
งานดังกล่าวฉายให้เห็นถึงความเป็นไปของอุตสาหกรรมไลฟ์สตรีมมิ่งในหลายมิติ ทั้งในด้านการเติบโตของจำนวนครีเอเตอร์ที่เพิ่มขึ้นกว่าเดิม และการเข้าสู่ยุคของ “มืออาชีพ” ที่ครีเอเตอร์สร้างรายได้จากการไลฟ์ผ่านโมเดล Gifting หรือการรับของขวัญจากแฟนคลับได้อย่างเป็นรูปธรรม
ไลฟ์ครีเอเตอร์ทะลุ 240 ล้านคน
“แคลร์ ลี” Head of LIVE Creator Networks, Product & Strategy, TikTok เปิดเผยว่า ปัจจุบันไลฟ์สตรีมมิ่งไม่ได้เป็นเพียงฟีเจอร์อีกต่อไป แต่เป็นรูปแบบความบันเทิงที่ผู้ชมให้ความสนใจอย่างมาก จากความสามารถในการสร้างปฏิสัมพันธ์ และการมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ประสบการณ์ต่าง ๆ ได้ ผลักดันให้อุตสาหกรรมเติบโตต่อเนื่อง โดยมีการคาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดไลฟ์สตรีมมิ่งเพื่อความบันเทิง มีโอกาสแตะ 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 6.7 ล้านล้านบาท ภายในปี 2030
ในปี 2025 ที่ผ่านมา มีครีเอเตอร์ไลฟ์บน TikTok มากกว่า 240 ล้านคนทั่วโลก คิดเป็นการเติบโตเกือบเท่าตัวเทียบปีก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นต่อการมีประสบการณ์ร่วมแบบเรียลไทม์เป็นอย่างดี
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมไลฟ์สตรีมมิ่ง คือ “ธุรกิจเครือข่ายครีเอเตอร์” ที่ไม่ได้ทำหน้าที่ดูแลแค่ครีเอเตอร์ในสังกัด แต่ยังมีบทบาทในการสนับสนุนด้านธุรกิจ การพัฒนาทักษะที่จำเป็น และเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยสนับสนุนครีเอเตอร์ในทุก ๆ ก้าวของอาชีพ

พลัง “เครือข่ายครีเอเตอร์”
ปี 2025 ที่ผ่านมามีจำนวนเครือข่ายครีเอเตอร์มากกว่า 21,000 แห่งทั่วโลก (เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าประมาณ 3 เท่า) ทำหน้าที่ดูแล และสนับสนุนครีเอเตอร์นักไลฟ์กว่า 4.7 ล้านคน เพิ่มจากปี 2024 ที่มีอยู่ราว 2.4 ล้านคน โดยจำนวนเครือข่ายครีเอเตอร์ที่ทำรายได้แตะระดับ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (33 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นถึง 1.8 เท่า
และ “เอเชียตะวันออกเฉียงใต้” เป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตของเครือข่ายครีเอเตอร์อย่างโดดเด่น โดยราว 25% ของเครือข่ายครีเอเตอร์ทั่วโลกอยู่ในภูมิภาคนี้ และราว 1 ใน 3 ของครีเอเตอร์นักไลฟ์ในภูมิภาคได้รับการสนับสนุนและดูแลโดยธุรกิจเครือข่ายครีเอเตอร์
“ธุรกิจของพันธมิตรในแต่ละตลาดทั่วภูมิภาคทำหน้าที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ช่วยสนับสนุนครีเอเตอร์ทั้งด้านโปรดักชั่น การเล่าเรื่องผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล และการพัฒนาด้านอาชีพไปพร้อม ๆ กับการสร้างสรรค์เนื้อหาที่เข้าถึงวัฒนธรรมและผู้ชมในแต่ละตลาดได้เป็นอย่างดี”
เจาะอินไซต์ธุรกิจ “เครือข่าย”
จากรายงานฉบับล่าสุด TikTok LIVE Creator Networks : Fueling the Next Wave of Industry Growth สะท้อนว่าเมื่อครีเอเตอร์ได้รับการสนับสนุนด้านทักษะ และการทำงานอย่างเต็มที่ คุณภาพของเนื้อหาจะได้รับการพัฒนาต่อยอด ขณะที่ปฏิสัมพันธ์ของคอมมิวนิตี้ก็จะแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ส่งผลให้เกิดประโยชน์ต่อระบบนิเวศโดยรวม
โดยข้อมูลในปี 2025 ระบุว่า ครีเอเตอร์ที่อยู่ในเครือข่ายมีการไลฟ์บน TikTok บ่อยขึ้น 20% และใช้เวลาไลฟ์นานขึ้น 2 เท่า รวมถึงยังสามารถสร้างรายได้มากขึ้น 10 เท่าอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม แม้จำนวนครีเอเตอร์ที่อยู่ภายใต้การดูแลของเครือข่ายยังมีสัดส่วนเพียง 2% แต่เป็นกลุ่มที่ครองส่วนแบ่งรายได้จาก Gifting บน TikTok LIVE ถึง 36% เท่ากับโอกาสของธุรกิจเครือข่ายครีเอเตอร์ยังมีอีกมาก เพราะเหลือครีเอเตอร์นักไลฟ์ในระบบอีก 98% ที่รอการดูแลและเติมเต็มศักยภาพให้มีความสามารถยิ่งขึ้น
กรณีศึกษาแต่ละประเทศ
เมื่อเจาะไปที่การบริหารเครือข่ายครีเอเตอร์ในต่างประเทศจะพบว่ามีหลายโมเดลที่น่าสนใจ บ้างเกิดจากการที่ครีเอเตอร์ตัดสินใจต่อยอดเส้นทางอาชีพมาสู่การสร้าง “สังกัด” นักไลฟ์ของตนเอง บ้างมาจาก MCN (Multi-Channel Network) หรือองค์กรตัวกลางที่คอยดูแลการทำงานของครีเอเตอร์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ
ตัวอย่าง เช่น เครือข่ายครีเอเตอร์ K (ชื่อสมมติ) ที่เริ่มจากสร้างเครือข่ายในเอเชีย และตะวันออกกลาง ก่อนขยายเข้าสู่ตลาดสหรัฐในปี 2023 มีครีเอเตอร์อยู่ในเครือข่ายมากกว่า 3,000 ราย สามารถสร้างรายได้หกหลักต่อเดือน
สิ่งที่ทำให้เครือข่ายครีเอเตอร์แห่งนี้มีความแตกต่าง คือการออกแบบระบบที่สามารถติดตามศักยภาพของครีเอเตอร์แต่ละคนแบบเรียลไทม์ สามารถวางแผนในการฝึกอบรมได้อย่างตรงจุด รวมถึงยังเข้าใจการทำงานของทีมงานในท้องถิ่นอย่างดี ทำให้ทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น
ขณะที่ “เวียดนาม” เป็นประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีการเติบโตของเครือข่ายครีเอเตอร์โดดเด่น โดยเครือข่ายครีเอเตอร์แห่งหนึ่งในเวียดนามผ่านการทดสอบมาตรฐานระดับโลก มีพนักงานเกือบ 300 คน และให้บริการครีเอเตอร์นักไลฟ์กว่า 50,000 รายทั่วโลก มีจุดเด่นอยู่ที่การเป็นฐานบ่มเพาะครีเอเตอร์รุ่นใหม่ และไอดอล Gen Z ให้โด่งดัง
สำหรับประเทศไทย ยังอยู่ในช่วงการปลุกปั้นโมเดล “เครือข่ายครีเอเตอร์” ให้เติบโต โดยใน 1 ปีที่ผ่านมามีครีเอเตอร์ที่ตัดสินใจเปิดสังกัดของตนเอง เช่น ปัง-รณกร เฮงคูรุ่งโรจน์ เจ้าของช่อง @unpunkman ที่ก่อตั้ง P-PUNG Agency เพื่อฝึกสอนครีเอเตอร์นักไลฟ์หน้าใหม่ ปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 500 คน

ย้ำจุดยืน TikTok LIVE
“แคลร์” กล่าวถึงการทำงานของ TikTok ในช่วงที่อุตสาหกรรมไลฟ์สตรีมมิ่งกำลังขยายตัวว่า แพลตฟอร์มต้องสร้าง “ความเชื่อมั่น” ว่าสามารถเป็นพื้นที่ที่สนับสนุนครีเอเตอร์ในระยะยาวได้ จึงให้ความสำคัญกับการออกแบบแนวทางกำกับดูแลระบบนิเวศทางธุรกิจที่ชัดเจน โดยเฉพาะกฎระเบียบด้านความปลอดภัย และแนวทางการสร้างรายได้
รวมถึงการนำเสนอแนวทางการพัฒนาทักษะและมาตรฐานทางอาชีพ เพื่อช่วยครีเอเตอร์เพิ่มขีดความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงาน ไม่ว่าจะเป็นการไลฟ์อย่างสม่ำเสมอ การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ชมแบบเรียลไทม์ การยกระดับคุณภาพของโปรดักชั่น และการสร้างตัวตนที่โดดเด่นผ่านคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบ เช่น ดนตรี การเต้น เกม และการเรียนรู้ เป็นต้น
ขณะเดียวกันยังพัฒนา “LIVE Bax” ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI และเชื่อมต่อระบบโดยตรงกับ LIVE Backstage เพื่ออำนวยความสะดวกในแต่ละขั้นตอนการทำงาน และการติดตามผล ประหยัดเวลาในการวิเคราะห์ข้อมูลรายวัน ช่วยให้ครีเอเตอร์และทีมงานสามารถออกแบบการไลฟ์ วางแผนด้านโปรดักชั่น และพัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มที่
“TikTok LIVE จะสนับสนุนครีเอเตอร์ และพันธมิตร ผ่านนวัตกรรมที่ล้ำสมัย เสริมทักษะที่จำเป็นให้ครีเอเตอร์ และสร้างแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้ครีเอเตอร์ และธุรกิจเครือข่ายทั่วโลกเติบโตและประสบความสำเร็จไปด้วยกัน ท่ามกลางระบบนิเวศไลฟ์สตรีมมิ่งที่ขยายตัวต่อเนื่อง”