ม.พายัพ-ทีวา ลุย “Raising Lanna” ดันธุรกิจท้องถิ่นเติบโตยั่งยืน
ม.พายัพ ผนึก ทีวา คอร์ปอเรชั่น MOU “Raising Lanna” ปลดล็อกศักยภาพ SMEs ภาคเหนือ ปักหมุดเชียงใหม่ศูนย์กลางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ชู โมเดล “ธุรกิจพอดี-สังคมสุขพอดี” รับมรสุมโลกเปลี่ยนผ่าน
เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 มหาวิทยาลัยพายัพ ร่วมกับ บริษัท ทีวา คอร์ปอเรชั่น จำกัด จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ขับเคลื่อนโครงการ “Raising Lanna” พร้อมสัมมนาในหัวข้อ “โอกาสใหม่ของธุรกิจภาคเหนือในการเติบโตในยุคแห่งการเปลี่ยนผ่าน” ณ อาคารศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้สิรินธร มหาวิทยาลัยพายัพ (เขตแม่คาว) จังหวัดเชียงใหม่
อาจารย์อภิชา อินสุวรรณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยพายัพ เปิดเผยว่า การสร้างระบบนิเวศแห่งความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน บูรณาการองค์ความรู้และเครือข่ายพันธมิตรเพื่อเสริมศักยภาพผู้ประกอบการท้องถิ่น เป็นประเด็นที่มีความสำคัญอย่างมากในยุคนี้ ซึ่งการ MOU กับบริษัท ทีวา คอร์ปอเรชั่น ในครั้งนี้ เพื่อขับเคลื่อนโครงการ “Raising Lanna” มีเป้าหมายยกระดับศักยภาพธุรกิจภาคเหนือสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจภูมิภาค

นายชยดิฐ หุตานุวัชต์ ประธานบริษัท ทีวา คอร์ปอเรชั่น จำกัด (TVA Corporation Limited) และประธาน TVA Institute กล่าวว่า ความสำคัญของการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ในครั้งนี้ จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นจริง (Real Impact) ไม่ใช่แค่พิธีการทางเอกสารเท่านั้น ซึ่งมหาวิทยาลัยพายัพมีศักยภาพสูงในการเป็นเครื่องยนต์หลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น ความร่วมมือครั้งนี้ได้วางทิศทางชัดเจนว่ามหาวิทยาลัยพายัพจะเข้ามาช่วยผู้ประกอบการ (SMEs) ภาคเหนืออย่างตรงจุด เชื่อมวิชาการสู่ภาคธุรกิจจริง นำองค์ความรู้ นวัตกรรม และงานวิจัยของมหาวิทยาลัยมาประยุกต์ใช้แก้ปัญหาและปรับโมเดลธุรกิจ (Business Transformation) ให้แก่ SMEs ท้องถิ่น
นอกจากนี้ คือการแก้โจทย์ข้อจำกัดและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ช่วย SMEs ท้องถิ่นก้าวข้ามอุปสรรคสำคัญ เช่น การเข้าถึงแหล่งทุนยุคใหม่ การปรับตัวสู่ดิจิทัล และการบริหารจัดการธุรกิจระดับมืออาชีพ รวมถึงเชื่อมโยงโอกาสการค้าข้ามแดน ปูทางให้ผู้ประกอบการในเชียงใหม่และภาคเหนือขยายเครือข่ายความร่วมมือสู่ระเบียงเศรษฐกิจภูมิภาค (ไทย-เมียนมา-ลาว-จีนตอนใต้)
ชูโมเดล “ธุรกิจพอดี”
นายชยดิฐฉายภาพใหญ่ของโลกที่กำลังเผชิญวิกฤต Perfect Storm ทั้งความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ สังคมสูงวัย ภัยธรรมชาติ และ AI ทว่าศูนย์กลางน้ำหนักเศรษฐกิจโลกกำลังเคลื่อนเข้าสู่เอเชีย (Moving East) ซึ่งไทยมีจุดแข็งสำคัญคือ 3F (Forest, Farm, Food) และ 3H (Health, Hospitality, Happiness)
โดยทีวาฯเสนอทางออกผ่านแนวคิด “PORDEE BUSINESS” (ธุรกิจพอดี) ซึ่งถึงเวลาที่ SMEs ต้องปรับสมการการดำเนินธุรกิจ จากเดิมที่มุ่งเน้นเพียงการสร้างมูลค่าจากการตอบแทนการลงทุน (ROI – Return on Investment) ไปสู่การสร้างคุณค่าที่ยั่งยืน (ROV – Return on Value) บนสมการ 3 ด้านคือ PROFIT (มีกำไรพอดี), PEOPLE (ส่งผลดีต่อสังคม) และ PLANET (เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม)
รวมถึงแนวคิด “Pordee Society” (สังคมสุขพอดี) โดยโครงการตัวอย่างเช่น Grow Longevity Ecovillage เพื่อเปลี่ยนผ่านวิถีชีวิตและธุรกิจสู่ความยั่งยืน เน้นย้ำว่า “บ้านไม่ใช่แค่สถานที่ แต่คือแนวทางการใช้ชีวิต” ที่รวมความเรียบง่าย สเกลพอดี ช้าลงอย่างมีคุณภาพ และชาญฉลาด (Simple, Small, Slow, Smart) เพื่อตอบโจทย์ผู้คนที่มองหารูปแบบชีวิตและสุขภาวะใหม่

ดึงจุดแข็ง Creative City
ดร.สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธ์ อดีตปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ศักยภาพของภาคเหนือ โดยเฉพาะ เชียงใหม่ สุโขทัย และเชียงราย มีจุดแข็งในฐานะเมืองสร้างสรรค์ (Creative City) รวมถึงย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative District) ที่โดดเด่น เช่น ย่านช้างม่อย, โหล่งฮิมคาว (เชียงใหม่) และกาดกองต้า (ลำปาง) นอกจากนี้ เชียงใหม่ยังมีจุดแข็งด้าน เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy)
โดย ดร.สถิตย์ ชี้ว่าผู้ประกอบการต้องปรับตัวรับ “ไฟแนนซิ่งยุคใหม่” ที่สถาบันการเงินใช้ข้อมูลและพฤติกรรมบนโลกออนไลน์ (Digital Footprint) ของธุรกิจมาประเมินสินเชื่อ พร้อมปรับกลยุทธ์การตลาดจาก KOL สู่ COL (Community Opinion Leader) เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในระดับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ
ปลดล็อกเศรษฐกิจล้านนา 8 แสนล้าน
ด้าน นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ (FKII) กล่าวว่า ภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัดมีมูลค่าเศรษฐกิจ (GRP) สูงถึง 8.0 แสนล้านบาท โดย 5 ยุทธศาสตร์แห่งการเปลี่ยนผ่าน (5 LANNA Transformations) ได้แก่ 1.การยกระดับโลจิสติกส์สู่ Dry Port Hub 2.เกษตรนวัตกรรมชีวภาพ (Agri-Food & Bio-Innovation) 3.การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและสร้างสรรค์ (Wellness & Creative Economy) 4.การสร้างระเบียงเศรษฐกิจล้านนา (LEC/LECI) 5.การยกระดับศักยภาพ SMEs
ทั้งนี้ การลงนาม MOU ระหว่าง มหาวิทยาลัยพายัพ และทีวา คอร์ปอเรชั่น จึงเป็นหมุดหมายสำคัญในการเชื่อมโยงวิชาการ นวัตกรรมการอยู่อาศัย และโมเดลธุรกิจยุคใหม่ เพื่อนำพาภาคเหนือและผู้ประกอบการท้องถิ่นเติบโตอย่างยั่งยืนในยุคแห่งการเปลี่ยนผ่าน
