ดีบีดีเปิดปฏิบัติการ ‘ยุทธรัฐ’ ปูพรม 3 จุดกลางกรุง พบ 33 บริษัทเสี่ยงนอมินี
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าผนึก 9 หน่วยงาน เปิดปฏิบัติการ “ยุทธรัฐ” ตรวจค้น 3 จุดในกรุงเทพฯ ขยายผลเครือข่ายธุรกิจที่อาจเกี่ยวข้องกับการใช้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าว พบ 2 นิติบุคคลต่างด้าวประกอบธุรกิจที่ต้องขออนุญาต แต่ไม่พบใบอนุญาต และอีก 33 นิติบุคคลเข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงนอมินี พร้อมพบความเชื่อมโยงของผู้ถือหุ้นไทยและสำนักงานบัญชีหลายแห่ง เร่งเรียกกรรมการ-ผู้ถือหุ้นชี้แจง หากพบความผิดเดินหน้าดำเนินคดีเด็ดขาด
นายกิตติวัฒน์ ปัจฉิมนันท์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ลงพื้นที่ตามปฏิบัติการ “ยุทธรัฐ” ในกรุงเทพมหานคร เพื่อป้องกันและปราบปรามการประกอบธุรกิจแทนคนต่างด้าว หรือ “นอมินี” โดยบูรณาการกำลังร่วมกับ 9 หน่วยงานภาครัฐ ตรวจค้น 3 จุด และขยายผลตรวจสอบนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างเชิงลึก

การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่มอบหมายให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าทำหน้าที่เป็น “หน่วยนำวิถี” ในการชี้เป้าและตรวจสอบการใช้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าว และให้นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เร่งดำเนินการเชิงรุกในการสแกนและตรวจสอบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย
สำหรับหน่วยงานที่ร่วมปฏิบัติการ ประกอบด้วย กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมสรรพากร กรมการปกครอง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กองบัญชาการตำรวจสันติบาล กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ กรมการจัดหางาน กรมที่ดิน และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
นายกิตติวัฒน์กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการขยายผลจากกรณีกลุ่มบุคคลต่างด้าวที่ได้รับการแปลงสัญชาติจากอิสราเอลเป็นสัญชาติไทย ซึ่งอาจมีพฤติการณ์กระทบต่อความมั่นคงทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงการหลีกเลี่ยงภาษีอากร

“การลงพื้นที่ตรวจค้นครั้งนี้ได้กำหนดเป้าหมายใน 3 จุด พื้นที่กรุงเทพมหานคร” นายกิตติวัฒน์กล่าว
จุดแรก คือ มูลนิธิชาบาดกรุงเทพ เขตพระนคร พบคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา 3 ราย ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน และมีคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมดำเนินคดีกับนายจ้าง 1 ราย ในข้อหารับคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต
จุดที่ 2 บริษัท กาน ชาบาด จำกัด เขตบางรัก พบเอกสารสำคัญหลายรายการ อาทิ เอกสารการจดทะเบียนมูลนิธิและสมาคม เอกสารการรับบริจาคเงิน บัญชีรายชื่อสมาชิก เอกสารซื้อขายที่ดิน การก่อสร้างอาคาร การยื่นเสียภาษี การดำเนินกิจการของชาบาดเฮ้าส์ ใบอนุญาตประกอบกิจการร้านอาหาร โรงแรมหรือที่พักแรม รวมถึงเอกสารเกี่ยวกับนิติบุคคลที่จดทะเบียนใช้ที่ตั้งสำนักงานเดียวกันกว่า 61 บริษัท
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มีบุคคลกลุ่มเดียวกันปรากฏชื่อเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นในนิติบุคคลหลายแห่ง และในกลุ่มดังกล่าวมีบุคคลที่ได้รับสัญชาติไทยจากการแปลงสัญชาติ
จุดที่ 3 ยิวสมาคมแห่งประเทศไทย เขตคลองเตย พบคนต่างด้าวสัญชาติลาว 2 ราย ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน และดำเนินคดีกับนายจ้าง 1 ราย ในข้อหารับคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต
นายกิตติวัฒน์กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบข้อมูลและสถานะของนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง พบพฤติการณ์ที่เข้าข่ายการประกอบธุรกิจแทนคนต่างด้าว หรือมีเจตนาอำพรางแหล่งที่มาของเงินทุนในการประกอบธุรกิจที่เป็นเงินของคนต่างด้าว ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม
กลุ่มแรก เป็นนิติบุคคลต่างด้าว 2 ราย โดยรายหนึ่งมีคนต่างด้าวถือหุ้น 51% และคนไทย 49% ประกอบธุรกิจซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งอยู่ในบัญชีท้ายที่หนึ่ง ตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว และเป็นธุรกิจที่ห้ามคนต่างด้าวประกอบโดยเด็ดขาด
อีกหนึ่งรายมีคนต่างด้าวถือหุ้น 99.99% และคนไทย 0.01% ประกอบธุรกิจจัดทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ตามวัตถุประสงค์ของผู้ใช้ ซึ่งเป็นธุรกิจบริการอื่นตามบัญชีท้ายที่สาม โดยจากการตรวจสอบผ่านระบบ e-Foreign Business ไม่พบว่าได้รับหนังสือรับรองหรือใบอนุญาตประกอบธุรกิจ
กลุ่มที่ 2 เป็นนิติบุคคลที่มีคนต่างด้าวร่วมถือหุ้นไม่ถึง 50% และเข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงนอมินี จำนวน 33 ราย โดยพบการประกอบธุรกิจตามบัญชีท้าย พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เช่น ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ ให้คำแนะนำและปรึกษาการลงทุน และธุรกิจนำเที่ยว

ขณะนี้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ออกหนังสือเรียกกรรมการและผู้ถือหุ้นของนิติบุคคลทั้ง 2 กลุ่มเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจและการลงทุน หากพบว่ามีการกระทำเข้าข่ายคนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
“จากการตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคลเชิงลึกยังได้พบความเชื่อมโยงของผู้ถือหุ้นคนไทยที่มีความเกี่ยวข้องกับนิติบุคคลและกลุ่มเครือข่ายดังกล่าว รวมทั้งพบความเชื่อมโยงของผู้ทำบัญชีที่สังกัดสำนักงานรับทำบัญชี โดยมีกรรมการและผู้ถือหุ้นคนไทยของสำนักงานบัญชีบางรายเข้าไปมีชื่อถือหุ้นอยู่ในบริษัทกลุ่มเป้าหมายหลายบริษัทด้วย” นายกิตติวัฒน์กล่าว
ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะตรวจสอบต่อทั้งโครงสร้างผู้ถือหุ้น แหล่งที่มาของเงินทุน และความเชื่อมโยงของผู้เกี่ยวข้อง หากผลการตรวจสอบพบการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป