SN Group พลิกธุรกิจ 67 ปี ลุยระบบน้ำ ‘อีอีซี-ดาต้าเซ็นเตอร์’ ดันรายได้ 4 พันล้าน
“เอสเอ็นกรุ๊ป” เปิดบทใหม่ก้าวสู่ปีที่ 67 ประกาศผนึกกำลัง 3 บริษัทในเครือ “S. Napa Thailand, GUSCO และ GEM” ชูคอนเซปต์ “Complete Water Solutions” ให้บริการระบบบริหารจัดการน้ำแบบครบวงจร รับเมกะเทรนด์โลกสู่สังคมคาร์บอนต่ำ เผยอานิสงส์อีอีซี-ดาต้าเซ็นเตอร์หนุนอุตสาหกรรมขยายตัว ดันรายได้ปีนี้จ่อทะลุ 4,000 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าเติบโตต่อเนื่อง 5-6% ในปี 2570
นางสาวสุทธิพัณ พิศาลบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ส.นภา (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือ SN Group เปิดเผยว่า บริษัทก้าวเข้าสู่ปีที่ 67 สำหรับ SN Group ผู้ให้บริการด้านการบริหารจัดการระบบน้ำแบบครบวงจร ที่ต้องปรับตัวครั้งใหญ่เพื่อรับมือกับเมกะเทรนด์โลกเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาน้ำท่วม โคลนถล่ม หรือความแปรปรวนต่างๆ ที่รุนแรงขึ้น และการมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ซึ่งบริษัทมุ่งหวังที่จะเป็นเบื้องหลังในการช่วยผู้ประกอบการลดคาร์บอน เพื่อให้การดำรงอยู่ของระบบนิเวศเป็นไปอย่างยั่งยืน
การปรับตัวและทิศทางใหม่ของ SN Group
ล่าสุดได้ประกาศทิศทางใหม่ด้วยการผนึกกำลังความเชี่ยวชาญของ 3 บริษัทในเครือ ได้แก่ บริษัท ส.นภา (ประเทศไทย) จำกัด (S. Napa Thailand), กัสโก้ (GUSCO) และ เจม (GEM) ภายใต้แบรนด์ SN Group เพื่อยกระดับศักยภาพสู่การให้บริการ “Complete Water Solutions” ครอบคลุมระบบการบริหารจัดการด้านน้ำและสิ่งแวดล้อมแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ
นางสาวสุทธิพัณ กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจของกลุ่มในปีนี้ยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น โดยคาดว่ารายได้รวมจะปิดยอดอยู่ที่ประมาณ 4,000 ล้านบาท และตั้งเป้าหมายการเติบโตในปี 2570 ไว้ที่ประมาณ 5-6%
ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ธุรกิจเติบโตในปีนี้ โดยเฉพาะในส่วนของบริษัท ส.นภา ที่เติบโตมากที่สุด มาจากการได้รับงานก่อสร้างระบบน้ำโครงการขนาดใหญ่ทั้งจากภาครัฐและเอกชน อานิสงส์หลักมาจากการขยายตัวของนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เช่น กลุ่มลูกค้านิคมอมตะ และกลุ่มอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์
ฟนอกจากนี้ การลงทุนที่เพิ่มขึ้นของศูนย์ข้อมูล (Data Center) ภายในนิคมอุตสาหกรรม ยังส่งผลให้เกิดการขยายระบบน้ำและระบบบำบัดน้ำเสียขนาดใหญ่เพื่อรองรับการใช้งานที่เพิ่มขึ้น ขณะที่งานราชการก็มีการขยายตัวเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นองค์การจัดการน้ำเสีย และการประปาส่วนภูมิภาค ซึ่งสอดคล้องกับการที่ SN Group ได้กำหนดวิสัยทัศน์ใหม่ในการก้าวสู่การเป็น “ผู้นำด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านน้ำและสิ่งแวดล้อมในระดับภูมิภาค”
โครงสร้าง 3 กลุ่มธุรกิจหลัก
ภายใต้โครงสร้างใหม่ SN Group ได้จัดทัพแบ่งความเชี่ยวชาญออกเป็น 3 กลุ่มธุรกิจหลัก เพื่อเจาะตลาด B2B และ B2C อย่างครอบคลุม ได้แก่
- Water for Sustainability (ระบบน้ำเพื่อความยั่งยืน): เป็นกลุ่มที่สร้างรายได้หลัก เจาะตลาดอุตสาหกรรม ครอบคลุมระบบบำบัดน้ำเสีย (Wastewater Treatment) การนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ (Water Reuse & Recycling) โซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร และการเป็นที่ปรึกษาเพื่อลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ โดยมีฐานลูกค้าองค์กรและอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ระดับประเทศ เช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.), กลุ่มบริษัท ปตท., กลุ่มไทยเบฟเวอเรจ รวมไปถึงการรับงานบริหารจัดการระบบสาธารณูปโภค (Utility Management) ให้นิคมอุตสาหกรรมของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยถึง 14 แห่งทั่วประเทศ

- Water for Experience (ระบบน้ำเพื่อประสบการณ์): รับอานิสงส์การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ เช่น ภูเก็ตและสมุย ที่มีการก่อสร้างพูลวิลล่าของกลุ่มโรงแรมจำนวนมาก กลุ่มนี้ให้บริการตั้งแต่ระบบสระว่ายน้ำครบวงจร สวนน้ำ (Water Play) สระแข่งขัน และน้ำพุดนตรี โดยมีพอร์ตโฟลิโอผลงานระดับสากล เช่น Centara Mirage Lagoon Maldives, Holiday Inn Samui, สระแข่งขันของการกีฬาแห่งประเทศไทย, One Bangkok, King Power Rangnam และงาน S2O Music Festival




- Water for Life (ระบบน้ำเพื่อคุณภาพชีวิต): จับเทรนด์สุขภาพและการฟื้นฟู (Wellness & Recovery Solutions) ครอบคลุมระบบน้ำสำหรับการแพทย์ เช่น ระบบผลิตน้ำสำหรับหน่วยไตเทียม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เครื่องกรองน้ำดื่มสำหรับครัวเรือน ร้านอาหาร และไฮไลต์ที่กำลังเป็นที่ต้องการสูงคือ เครื่องกรองน้ำดื่มสำหรับร้านกาแฟเฉพาะทางที่ต้องการน้ำคุณภาพคงที่

เทรนด์ความต้องการในตลาดและภาคธุรกิจ
จากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคและภาคธุรกิจ นางสาวสุทธิพัณ สะท้อนให้เห็นเทรนด์ตลาดว่า ความตื่นตัวเรื่องเครื่องกรองน้ำดื่มกลับมามีความต้องการสูงขึ้นทั้งในส่วนของครัวเรือนและร้านกาแฟ
ขณะที่ในภาคอสังหาริมทรัพย์ สระว่ายน้ำได้กลายเป็นเสมือน Accessory หรือส่วนเสริมที่ช่วยยกระดับให้บ้านดูพรีเมียมและหรูหราขึ้น ไปจนถึงการที่โครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่มีความตระหนักในการใช้ระบบน้ำรีไซเคิลเพื่อลดคาร์บอนและช่วยประหยัดทรัพยากร ซึ่งทางบริษัทได้เข้าไปร่วมให้คำปรึกษาตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบอาคาร
พันธกิจหลักและวิสัยทัศน์ในอนาคต
เพื่อรองรับทิศทางตลาดที่เปลี่ยนไป SN Group ได้วาง 5 พันธกิจหลักในการขับเคลื่อนอนาคต ได้แก่
- 1. การส่งมอบโซลูชันอัจฉริยะ (Deliver Smart Solutions)
- 2. การพัฒนาบุคลากรให้มี Mindset ด้านสิ่งแวดล้อม (Develop People)
- 3. การขับเคลื่อนนวัตกรรม (Drive Innovation)
- 4. การสร้างความเชื่อมั่นผ่านประสบการณ์ยาวนาน (Build Trust)
- และ 5. การเติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่กับสังคม (Sustainable Growth)
สำหรับโครงสร้างรายได้ในปัจจุบันของกลุ่มบริษัท สัดส่วนหลักยังคงมาจาก บริษัท กัสโก้ (GUSCO) ที่ 55% ตามมาด้วย บริษัท ส.นภา (S. Napa) 40% และ บริษัท เจม (GEM) 5%
นางสาวสุทธิพัณ กล่าวสรุปทิ้งท้ายไว้ว่า “วันนี้โจทย์ด้านน้ำของภาคธุรกิจมีความซับซ้อนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคุณภาพน้ำ ต้นทุน การใช้พลังงาน การนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ หรือข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม ดังนั้นสิ่งที่ลูกค้าต้องการจึงไม่ใช่เพียงระบบที่ติดตั้งแล้วใช้งานได้ แต่ต้องเป็นระบบที่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อเนื่อง ลดความเสี่ยง และพร้อมรองรับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต ซึ่ง SN Group มุ่งหวังที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันเศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม”