ส.อ.ท. ขอสินเชื่อหมื่นล้าน เร่งฟื้น SMEs โดนน้ำท่วม
ส.อ.ท.ชงกระทรวงอุตสาหกรรมดันสินเชื่อหมื่นล้านเสริมสภาพคล่อง ซ่อมเครื่องจักร ฟื้นฟูโรงงาน กู้ชีพเอสเอ็มอี เผยน้ำท่วมกระทบธุรกิจเบื้องต้น 2,000 ราย ใน 14 จังหวัด ประเมินหากภาคอุตสาหกรรมกลับมาผลิตไม่ได้ตามปกติ อาจสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่าแสนล้าน จี้เร่งกระตุ้นตลาดรถยนต์ พร้อมปลดล็อกกฎระเบียบอีกหลายฉบับ
นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวภายหลังการหารือร่วมกับนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ว่าเอกชนจำเป็นต้องให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเร่งแก้ไขปัญหาและผลักดันมาตรการช่วยเหลือภาคอุตสาหกรรมให้เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการเร่งฟื้นฟูโรงงานและการเติมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการรายย่อย SMEs เนื่องจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก ซึ่งเป็นฐานการผลิตและศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทานสำคัญได้ส่งผลกระทบต่อโรงงาน เครื่องจักร การขนส่ง และการส่งมอบสินค้า โดยความเสียหายลุกลามไปยังอุตสาหกรรมอาหาร วัสดุก่อสร้าง พลาสติก ยานยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์ โดยเฉพาะ SMEs ที่เผชิญปัญหาขาดสภาพคล่องและต้นทุนฟื้นฟูกิจการสูง
ดังนั้น ส.อ.ท.จึงจัดตั้ง War Room ขึ้นมาเพื่อรับแจ้งเหตุ ประสานความช่วยเหลือ สำรวจความเสียหาย และผลักดันมาตรการสินเชื่อและภาษี พร้อมหารือกระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อพิจารณาสินเชื่อวงเงินหลักหมื่นล้านบาทสำหรับเป็นเงินทุนหมุนเวียน ซ่อมแซมเครื่องจักร และรักษาการจ้างงาน และอีกเครื่องมือคือ ความร่วมมือกับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุนด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้ ส.อ.ท.ขอให้กระทรวงอุตสาหกรรมผลักดันโครงการ Trade-in รถเก่าแลกรถใหม่ โดยเฉพาะรถกระบะ ควบคู่มาตรการสินเชื่อและการค้ำประกัน รวมถึงทบทวนภาษีสรรพสามิตและมาตรฐาน Euro 6 เพื่อกระตุ้นตลาด รักษาฐานการผลิต และสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน ขณะเดียวกันยังเสนอปรับปรุงร่าง พ.ร.บ.กากอุตสาหกรรม 11 ประเด็น ผลักดันระบบอนุญาตดิจิทัล และการนำของเสียกลับมาใช้ประโยชน์ พร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมฮาลาล โครงการ Buy Thai และ Made in Thailand เพราะเอกชนมองว่าการฟื้นฟูต้องเร่งเยียวยา เติมเงินทุน และคืนกำลังการผลิตไปพร้อมกัน เพื่อลดผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน รักษาการจ้างงาน และเสริมขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว
“การฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรมจำเป็นต้องดำเนินการควบคู่กัน ทั้งการเยียวยาความเสียหาย การเติมสภาพคล่อง และการเร่งคืนกำลังการผลิต โดยพร้อมประสานความร่วมมือกับกระทรวงอุตสาหกรรม สถาบันการเงิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันมาตรการให้เข้าถึงผู้ประกอบการอย่างรวดเร็วและตรงจุด ลดผลกระทบต่อห่วงโซ่การผลิต และรักษาความต่อเนื่องของภาคธุรกิจ”