ยักษ์ค้าปลีกระดมอีเวนต์ รับ ‘IMF-WorldBank 2026’
งาน 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings ไม่เพียงเป็นงานสำคัญด้านการเงิน-การลงทุน แต่ยังเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจค้าปลีกที่จะสร้างการรับรู้กับเหล่า VIP ของวงการการเงินและธุรกิจ รวมถึงแขกกว่า 1.6 หมื่นคนจากทั่วโลกที่มาเข้าร่วมประชุม ซึ่ง 2 ยักษ์ค้าปลีกไทยทั้ง “เดอะมอลล์ กรุ๊ป” และ “สยามพิวรรธณ์” ต่างไม่พลาดโอกาสนี้ เดินหน้าจัดเต็มบริการอำนวยความสะดวก ผนึกพันธมิตรจัดบิ๊กอีเวนต์-เวิร์กช็อปสร้างการรับรู้ซอฟต์พาวเวอร์ไทย หวังดึงดูดและสร้างความประทับใจกับเหล่า VIP จากทั่วโลก
เดอะมอลล์จัดเต็มบริการ
เดอะมอลล์ กรุ๊ป จัดเต็มทั้งด้านอำนวยความสะดวกและการต้อนรับ ทั้งสำหรับตัวผู้เข้าร่วมประชุมและคู่สมรส ตั้งแต่จัด Shuttle Service ระหว่างศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และ EM DISTRICT จำนวน 7 รอบต่อวัน ตามด้วย Welcome Package จำนวน 15,000 ชุด สำหรับผู้เข้าร่วมการประชุม ครอบคลุมสำหรับผู้เข้าร่วมประชุมและเข้าพักในโรงแรมที่เข้าร่วมอย่างเป็นทางการ พร้อม Platinum Tourist Card และสิทธิประโยชน์จากแบรนด์ในศูนย์การค้าเครือเดอะมอลล์ กรุ๊ป
ส่วนคู่สมรสของผู้เข้าร่วม จะมีแพ็กเกจสำหรับ High-Ranking Spouse และในวันที่ 12 และ 14 ตุลาคมมี Spouse Program ที่ออกแบบประสบการณ์ครอบคลุม ทั้ง Beauty & Wellness, Dining, Thai Craft และ Lifestyle อาทิ Aromatic Massage, Facial Treatment, Hair & Scalp Treatment, Hair Styling, Scalp Care รวมถึงกิจกรรมเชิงประสบการณ์ได้แก่ การทำข้าวแต๋น ขนมไทย และถุงเครื่องหอมบุหงารำไป
โดยจับมือ Jim Thompson ให้ผู้เข้าร่วมโครงการสัมผัสเรื่องราวของสถาปัตยกรรมไทย ศิลปะเอเชีย และภูมิปัญญาด้านผ้าไหมไทยที่ Jim Thompson House Museum
ส่วน EM DISTRICT จัดกิจกรรมเชิงประสบการณ์ทั้งการทำข้าวแต๋น การทำถุงเครื่องหอมบุหงารำไป การนวดผ่อนคลาย สปา และ Hair Treatment เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์ของ Thai Culture & Contemporary Lifestyle ผ่านประสบการณ์จริง
สยามพิวรรธณ์จัด 3 บิ๊กอีเวนต์
ด้านสยามพิวรรธณ์ต่อยอดจุดเด่นด้านทำเลของไอคอนสยามที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และตำแหน่งกลางกรุงเทพฯ ของสยามพารากอน รวมถึงโซนใหม่ในธีมรักษ์โลกอย่าง NEXTOPIA สู่งานอีเวนต์ด้านวัฒนธรรมไทย และความยั่งยืน หวังสร้างความประทับใจและแสดงศักยภาพของประเทศไทยในฐานะเดสติเนชั่นระดับโลก
โดยมีไฮไลต์เป็น The Royal Barge Experience “นิทรรศการ สีสรรค์ สะท้อนศิลป์ ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค” ซึ่งจัดแสดงถึงวันที่ 8 พฤศจิกายน ที่ไอคอนลักซ์ ชั้น M จัดแสดงริ้วขบวนเรือพระราชพิธีจำลอง ประกอบด้วยโมเดลเรือพระราชพิธี 52 ลำ พร้อมเนื้อหาประวัติความเป็นมาอย่างละเอียด
นอกจากนี้ ยังมีเวิร์กช็อปสำหรับคู่สมรสของผู้เข้าร่วมประชุมและผู้ติดตาม อาทิ สาธิตงานปักผ้าไทย การสานงานหัตถกรรม ประสบการณ์ด้านอาหารไทยและอื่น ๆ ในวันที่ 17 ตุลาคมด้วย
ส่วนสยามพารากอน จัด “The Art of Royal Craft : Explore Thai HeritageExperience” ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม ซึ่งผู้เข้าร่วมประชุมสามารถร่วมชมนิทรรศการ “Thai Heritage and Artistry Exhibition” นำเสนองานศิลป์และหัตถศิลป์ไทย ผ่านเรื่องราว 50 ปีศิลปาชีพ, จัดแสดงผลงานหัตถศิลป์ไทยชั้นสูง และผลงานจากช่างฝีมือระดับครู, อาคารเรียน-รู้-เรื่องโขน, พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ และอื่น ๆ
รวมถึงนิทรรศการ “Amazing Thailand Global Thai Silk Exhibition” ในวันที่ 11-18 ตุลาคม นำผ้าไหมไทยจากงานออกแบบของดีไซเนอร์กว่า 100 ประเทศ มาจัดแสดง และยังมีงาน “Future Craft Experience: Craft to Impact: Ten Wisdoms, One Sustainable Future” ที่โซน NEXTOPIA นำเสนอเรื่องราวของกลุ่มงานหัตถศิลป์ไทย ผ่าน Workshop จักสาน โดยวัสดุธรรมชาติ พร้อมทั้งการจัดแสดงผลงานศิลปะจาก Eco material ในวันที่ 17-18 ตุลาคม 2569
ย้ำศักยภาพ Retail Destination
ทั้งนี้ เดอะมอลล์ กรุ๊ป ย้ำถึงศักยภาพของค้าปลีกในฐานะเดสติเนชั่นของ
ชาวต่างชาติ ซึ่งสะท้อนจากแนวโน้มการเติบโตของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาใช้บริการในธุรกิจของเดอะมอลล์ กรุ๊ป
โดยตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2569 จำนวนลูกค้าต่างชาติเติบโต 14% ขณะที่ยอดใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติเติบโต 15% และมียอดใช้จ่ายเฉลี่ย 9,500 บาทต่อบิล กลุ่มนักท่องเที่ยวหลัก ได้แก่ จีน อาหรับ พม่า อินเดีย สิงคโปร์ มาเลเซีย ไต้หวัน ใช้บริการครอบคลุมทั้ง Fashion, Beauty, Dining, Gourmet, Wellness และ Thai Lifestyle Products
ตัวเลขนี้สะท้อนว่า พฤติกรรมของ Global Visitors ในปัจจุบันไม่ได้มองศูนย์การค้าเพียงด้านช็อปปิ้ง แต่ให้ความสำคัญกับ Experience, Convenience และ Lifestyle ที่สัมผัสและจดจำได้ จึงเป็นโอกาสของธุรกิจค้าปลีกที่จะเข้ามาเพิ่มมูลค่าตลอด Customer Journey
“สำหรับเราการมีส่วนร่วมใน 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings จึงไม่ใช่เพียงการมอบสิทธิประโยชน์หรืออำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าร่วมประชุม แต่เป็นอีกหนึ่งบทบาทของภาคเอกชนในการร่วมต้อนรับอาคันตุกะจากทั่วโลก และถ่ายทอดภาพประเทศไทยผ่านประสบการณ์จริง ตั้งแต่ Shopping, Dining, Wellness ไปจนถึงศิลปวัฒนธรรม อาหารไทย และภูมิปัญญาท้องถิ่น”