สทนช.เร่งระบายน้ำ “องครักษ์” 3 เส้นทาง คาด 7 วันคลี่คลาย
สทนช.เร่งแก้น้ำท่วมขัง อ.องครักษ์ กระจายมวลน้ำออก 3 เส้นทาง ผ่านคลองรังสิตประยูรศักดิ์ คลองหกวาสายล่าง และคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต พร้อมติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำเพิ่ม คาดจุดสำคัญใช้เวลาระบายประมาณ 7 วัน ขณะที่สถานการณ์ลุ่มเจ้าพระยาปรับลดการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเหลือ 1,900 ลบ.ม./วินาที ส่วนภาพรวมประเทศมีน้ำในอ่าง 82% และยังต้องจับตาฝนหนักบางแห่งช่วง 15-16 ตุลาคม
นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและการบริหารจัดการน้ำบริเวณคลองรังสิตประยูรศักดิ์ อ.องครักษ์ จ.นครนายก รวมถึงพื้นที่ จ.ปทุมธานี และกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก ว่า สทนช.ได้หารือร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อเร่งแก้ปัญหาน้ำท่วมขังเป็นเวลานานและปัญหาคุณภาพน้ำในพื้นที่ อ.องครักษ์
แนวทางหลักจะเร่งกระจายมวลน้ำออกจากพื้นที่องครักษ์ไปยังเส้นทางต่าง ๆ ในปริมาณที่แต่ละพื้นที่สามารถรองรับได้ โดยแบ่งเป็น 3 เส้นทาง
เส้นทางแรก รับน้ำผ่านประตูระบายน้ำกลางคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ช่วงคลอง 12-13 และช่วงคลอง 8-9 ซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จ โดยจะควบคุมระดับน้ำในคลองรังสิตฯ ฝั่ง จ.ปทุมธานี ให้อยู่ที่ประมาณ 1.7-1.9 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง ตามที่ได้ตกลงร่วมกับประชาชนในพื้นที่
การเปิดประตูระบายน้ำจะทยอยยกบานครั้งละประมาณ 10-20 เซนติเมตร และติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด หากมีแนวโน้มสูงเกิน 1.9 เมตร จะปรับลดบานประตูเพื่อลดความเสี่ยงต่อพื้นที่ท้ายน้ำ พร้อมเร่งสูบและระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำต่าง ๆ เพื่อลดปริมาณน้ำในคลอง และเตรียมพื้นที่รองรับฝนในช่วงต่อไป
เส้นทางที่ 2 รับน้ำผ่านคลองหกวาสายล่างเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยกรุงเทพมหานครได้แจ้งเตือนประชาชนในชุมชนริมคลองหกวาสายล่างและคลองเชื่อมต่อให้เฝ้าระวังระดับน้ำที่อาจเพิ่มขึ้น พร้อมบริหารประตูระบายน้ำและระบบสูบน้ำอย่างต่อเนื่อง
เส้นทางที่ 3 รับน้ำผ่านคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต โดยติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำเพิ่มเติม 16 เครื่อง ตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี เพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่คลองชายทะเล
ขณะเดียวกัน บริเวณแม่น้ำบางปะกงได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ 40 เครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่อ่าวไทย ส่งผลให้ระดับน้ำในตัวเมืองฉะเชิงเทราลดลง 11 เซนติเมตร ส่วน อ.บ้านสร้าง และ อ.บางน้ำเปรี้ยว ลดลง 5-6 เซนติเมตร
นายไพฑูรย์ระบุว่า หากระดับน้ำใน อ.บางน้ำเปรี้ยว ลดลง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำจากพื้นที่ตอนบนของ อ.องครักษ์ ได้มากขึ้น
สำหรับการบริหารจัดการน้ำในลุ่มเจ้าพระยา ได้ปรับลดการระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เหลือประมาณ 280 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่ท้ายเขื่อนพระราม 6 ระบายน้ำประมาณ 400-500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และท้ายเขื่อนเจ้าพระยาระบายประมาณ 1,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ทั้งนี้ ยังมีแผนพิจารณาปรับลดการระบายน้ำเพิ่มเติม เพื่อช่วยลดระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ต้องติดตามและประเมินสถานการณ์ฝนอย่างใกล้ชิด โดยหากระดับน้ำเจ้าพระยาลดลง จะเพิ่มความสามารถในการรองรับน้ำจากคลองรังสิตฯ ได้มากขึ้น
“ขณะนี้ทุกหน่วยงานได้ระดมสรรพกำลังในการเข้าช่วยเหลือคลี่คลายอุทกภัยอย่างเต็มที่ คาดว่าการระบายน้ำในจุดสำคัญต่าง ๆ ของพื้นที่ อ.องครักษ์ จะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 7 วัน” นายไพฑูรย์กล่าว
สำหรับสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ ณ วันที่ 14 ตุลาคม 2569 เวลา 07.00 น. ประเทศไทยยังมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนล่าง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน
ขณะที่ช่วงวันที่ 15-16 ตุลาคม 2569 คาดว่าประเทศไทยตอนบนจะมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณด้านตะวันตกของภาคเหนือและภาคกลาง รวมถึงภาคตะวันออก ส่วนภาคใต้ยังมีฝนตกหนักบางพื้นที่
ภาพรวมอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศมีปริมาณน้ำรวม 66,270 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 82% ของความจุเก็บกัก และมีปริมาณน้ำใช้การ 42,142 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 74%
เมื่อแยกตามภูมิภาค ภาคเหนือมีปริมาณน้ำ 21,033 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 76% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 8,514 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 70% ภาคกลาง 1,294 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 69% ภาคตะวันออก 2,754 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 87% ภาคตะวันตก 27,299 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 96% และภาคใต้ 5,376 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 69%
สำหรับ 3 เขื่อนหลักในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) อ่างเก็บน้ำบางพระมีน้ำ 100 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 85% อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล 174 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 106% และอ่างเก็บน้ำประแสร์ 265 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 90%
ด้านสถานการณ์ลุ่มเจ้าพระยา ณ เวลา 06.00 น. วันที่ 14 ตุลาคม สถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,766 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำ 22.08 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง ต่ำกว่าตลิ่ง 3.62 เมตร ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำ 1,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ +15.96 เมตร และท้ายเขื่อน +14.36 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง