CEA ผนึก Netflix ดัน“เศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย”บนเวที ‘IMF–WorldBank 2026’ มูลค่า 4.6 หมื่นล้านดอลลาร์
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ร่วมกับ Netflix จัดงาน “CREATIVITY AS CAPITAL: Driving the Next Growth Frontier” ในการประชุม 2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings ดันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทย มีมูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณ 4.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายวงกว้างทั่วโลก
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นต่อศักยภาพ “เศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย” ในฐานะหนึ่งในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ โดย CEA ร่วมกับ Netflix ประกาศจัดงาน “CREATIVITY AS CAPITAL: Driving the Next Growth Frontier” ในฐานะ Affiliated Program อย่างเป็นทางการของการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ประจำปี 2026 หรือ 2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings ณ Andaz Grand Ballroom ชั้น 3 One Bangkok กรุงเทพมหานคร

กลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ถือเป็น 1 ใน 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคตของประเทศไทย (Industries of the Future) ร่วมกับอุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูง อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อุตสาหกรรมบริการดิจิทัล และอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร (Advanced Manufacturing, Sustainable and Wellness Tourism, Digital Services, and Agrifood) โดยมองว่าอุตสาหกรรมเหล่านี้เป็นสาขาที่ไทยมีความได้เปรียบ และมีศักยภาพสูงในการสร้างผลิตภาพ การลงทุน และการสร้างงานที่มีคุณภาพในอนาคต
นางสาวพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล กรรมการทำหน้าที่ประธานสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) กล่าวเน้นย้ำในงาน “CREATIVITY AS CAPITAL: Driving the Next Growth Frontier” ที่ประเทศไทย ในฐานะกิจกรรมคู่ขนานอย่างเป็นทางการของการประชุมประจำปี IMF–World Bank Group ปี 2569 โดยระบุว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยมีมูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณ 4.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 8.78% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP)

ขณะที่การส่งออกสินค้าสร้างสรรค์มีมูลค่า 1.34 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ศักยภาพของอุตสาหกรรมดังกล่าวยังไม่ได้รับการลงทุนและต่อยอดอย่างเต็มที่ จึงจำเป็นต้องปรับมุมมองจากการมองวัฒนธรรมเป็นรายจ่าย ไปสู่การลงทุนในความคิดสร้างสรรค์ในฐานะสินทรัพย์มูลค่าสูงที่สามารถขยายผลเชิงธุรกิจและเติบโตในระดับสากลได้
เพื่อผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทยให้เติบโตอย่างเป็นระบบ CEA อยู่ระหว่างวางแผนจัดทำแผนปฏิบัติการเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งชาติ ปี 2571–2575 โดยกำหนดยุทธศาสตร์สำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ การส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เป้าหมายสู่ตลาดโลก โดยเฉพาะธุรกิจคอนเทนต์ การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญา (IP) และการขยายธุรกิจ การพัฒนาบุคลากรและส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ตลอดจนการกระจายการเติบโตของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ
สำหรับอุตสาหกรรมคอนเทนต์สร้างสรรค์ ถือเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย โดยมีมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ (GVA) 3.82 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีสัดส่วน 7.88% ของภาคเศรษฐกิจสร้างสรรค์ พร้อมด้วยผู้ประกอบการมากกว่า 32,000 ราย และบุคลากรทักษะสูงราว 150,000 คน ครอบคลุมธุรกิจภาพยนตร์ ซีรีส์ แอนิเมชัน และเกม ซึ่งเป็นฐานสำคัญในการต่อยอดผลงานไทยสู่ตลาดต่างประเทศ
CEA จึงร่วมมือกับ Netflix ในฐานะผู้ให้บริการแพลตฟอร์มคอนเทนต์ระดับโลก เพื่อเพิ่มโอกาสให้เรื่องราวและทรัพย์สินทางปัญญาของไทยเข้าถึงผู้ชมในวงกว้าง พร้อมสะท้อนให้เห็นว่าการลงทุนในเรื่องเล่าท้องถิ่น สามารถต่อยอดไปสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้