เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ศุภจี ชี้เวที IMF-World Bank ผู้ร่วมกว่า 2 หมื่นทำเงินสะพัด โอกาสทองดึงลงทุน
Economic ศุภจี ชี้เวที IMF-World Bank ผู้ร่วมกว่า 2 หมื่นทำเงินสะพัด โอกาสทองดึงลงทุน
แอมเนสตี้ เผยผลสังเกตการณ์ชุมนุมต้าน IMF – World Bank พบผู้บาดเจ็บ หวั่นใช้กำลังและจำกัดสิทธิ
News แอมเนสตี้ เผยผลสังเกตการณ์ชุมนุมต้าน IMF – World Bank พบผู้บาดเจ็บ หวั่นใช้กำลังและจำกัดสิทธิ
ราคาทองวันนี้ (16 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณ 67,000 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (16 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณ 67,000 บาท
148 วัน เควิน วอร์ช AI พลิกโฉมการเงินโลก บนเวที IMF
World 148 วัน เควิน วอร์ช AI พลิกโฉมการเงินโลก บนเวที IMF
จากดราม่าโกคาร์ทถึงครอบครัวดารา เปิดอาณาจักร ธุรกิจหมื่นล้าน ไฮโซ ‘น็อต-ชมพู่’
Biz Movement จากดราม่าโกคาร์ทถึงครอบครัวดารา เปิดอาณาจักร ธุรกิจหมื่นล้าน ไฮโซ ‘น็อต-ชมพู่’
“ศุภจี” ผนึก ICC ดัน SMEs ไทยครบวงจร ชู 3 แกน “ทักษะ-ทุน-ตลาด” เชื่อมการค้าโลก
Economic “ศุภจี” ผนึก ICC ดัน SMEs ไทยครบวงจร ชู 3 แกน “ทักษะ-ทุน-ตลาด” เชื่อมการค้าโลก
ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 16 ต.ค. 2569
News ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 16 ต.ค. 2569
พจน์ ชี้ IMF–World Bank 2026 เติมความเชื่อมั่นไทย คาดเงินสะพัดไม่ต่ำ 1 หมื่นล้าน
Economic พจน์ ชี้ IMF–World Bank 2026 เติมความเชื่อมั่นไทย คาดเงินสะพัดไม่ต่ำ 1 หมื่นล้าน
ส.อ.ท. ดัน FTI SME Funding Connect เชื่อม 8 สถาบันการเงิน เปิดทาง SMEs เข้าถึงทุน
Economic ส.อ.ท. ดัน FTI SME Funding Connect เชื่อม 8 สถาบันการเงิน เปิดทาง SMEs เข้าถึงทุน
สิ้นเจ้าสัว ‘ดร.สรรเสริญ จุฬางกูร‘
Automotive สิ้นเจ้าสัว ‘ดร.สรรเสริญ จุฬางกูร‘
ดูทั้งหมด

พจน์ ชี้ IMF–World Bank 2026 เติมความเชื่อมั่นไทย คาดเงินสะพัดไม่ต่ำ 1 หมื่นล้าน

16 ต.ค. 2569 | 15:37น.

หอการค้าไทยประเมินการเป็นเจ้าภาพ IMF–World Bank 2026 สร้างทั้งแรงกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นและโอกาสลงทุนระยะยาว คาดผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 19,000 คน เมื่อรวมครอบครัว ผู้ติดตามและผู้เกี่ยวข้องมากกว่า 30,000 คน สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านบาท พร้อมชูไทยเป็น “Trusted Connector” ในห่วงโซ่อุปทานโลก เร่งต่อยอด Reinvent Thailand และ 3 แนวทางยกระดับธุรกิจจากแข่งขันด้วยต้นทุนสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยมุมมองภาคเอกชนต่อการที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ประจำปี 2026 ณ กรุงเทพมหานคร ว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยได้รับความสนใจจากแวดวงการเงินและการลงทุนทั่วโลก

พร้อมเป็นโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ในการแสดงศักยภาพของประเทศ ทั้งความพร้อมด้านการจัดประชุมระดับนานาชาติ การกระตุ้นเศรษฐกิจ การสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน และการต่อยอดสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว

สำหรับพิธีเปิดการประชุมใหญ่ประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ 2026 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดภายใต้แนวคิด “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience” หรือ “ขอบฟ้าใหม่ของไทย”

โดยกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกตลอด 35 ปี นับจากประเทศไทยเคยเป็นเจ้าภาพเมื่อปี 2534 จากยุคที่เทคโนโลยีการสื่อสารยังพึ่งพาเครื่องโทรสาร มาสู่ยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มีบทบาทสำคัญ ท่ามกลางความท้าทายด้านภูมิรัฐศาสตร์และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ดร.พจน์กล่าวว่า แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับมุมมองของหอการค้าไทยที่ต้องการใช้โอกาสจากเวทีระดับโลกครั้งนี้ต่อยอดไปสู่การสร้างความเชื่อมั่น การลงทุน และการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

ในช่วง 4 วันของการประชุม มีผู้แทนระดับสูง ผู้ว่าการธนาคารกลาง รัฐมนตรีคลัง และสื่อมวลชนจากกว่า 191 ประเทศเข้าร่วม โดยหอการค้าไทยมองว่าการจัดงานครั้งนี้ช่วยแสดงศักยภาพของประเทศไทยในการรองรับการประชุมระดับโลก รวมถึงการนำเสนอ “ความเป็นไทยแบบสากล” หรือ Global Thainess

ทั้งด้านการต้อนรับ ระบบโลจิสติกส์และการเดินทาง มาตรฐานความปลอดภัย อาหารไทย และการนำเสนอแนวคิดด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “Country’s Agenda: Entering New Horizons, Empowering People, Building Resilience”

สำหรับผลทางเศรษฐกิจในระยะสั้น การเดินทางเข้ามาของผู้เข้าร่วมประชุมจำนวนมาก ได้กระจายรายได้ไปยังภาคบริการ โรงแรม ศูนย์ประชุม ร้านอาหาร การขนส่ง ธุรกิจจำหน่ายสินค้า และสถานที่ท่องเที่ยวทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดที่เกี่ยวข้อง

ขณะเดียวกัน ยังเป็นโอกาสยกระดับอุตสาหกรรมการประชุมและการจัดงานแสดงสินค้า หรือ MICE และตอกย้ำบทบาทประเทศไทยในฐานะ World-Class MICE Destination

หอการค้าไทยคาดว่า การจัดประชุมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมประมาณ 19,000 คน และเมื่อรวมครอบครัว ผู้ติดตาม และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้วจะมีจำนวนมากกว่า 30,000 คน ก่อให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจระยะสั้นไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนมองว่าผลลัพธ์สำคัญไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเม็ดเงินระยะสั้น แต่รวมถึงโอกาสสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั่วโลก และการผลักดันประเทศไทยสู่บทบาท “Trusted Connector” ในห่วงโซ่อุปทานโลก

ดร.พจน์ระบุว่า ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกปี 2026 ที่ขยายตัวอย่างระมัดระวังที่ระดับ 3.1% และความท้าทายจากการแบ่งแยกทางภูมิเศรษฐศาสตร์ หรือ Geo-economic Fragmentation ประเทศไทยยังมีโอกาสใช้จุดแข็งด้านเสถียรภาพ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และพลังงานสะอาด รองรับการย้ายฐานการผลิตและการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ หรือ FDI

พร้อมกันนี้ ไทยจำเป็นต้องนำข้อเสนอการปฏิรูปเชิงโครงสร้างของ World Bank มาขับเคลื่อนให้เกิดผล เพื่อสนับสนุนเป้าหมายก้าวสู่ประเทศรายได้สูงภายในปี 2580 โดยภาคเอกชนพร้อมทำงานร่วมกับภาครัฐผ่านกลไก Joint Public-Private Action

อีกด้านหนึ่ง การประชุมครั้งนี้ยังเป็นโอกาสในการยกระดับประเทศไทยสู่มาตรฐานขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD โดยเฉพาะด้านธรรมาภิบาล ความโปร่งใส วินัยทางการเงินการคลัง และการปรับตัวให้สอดคล้องกับกติกาเศรษฐกิจโลกยุคใหม่

ซึ่งหอการค้าไทยมองว่าจะช่วยสนับสนุนเป้าหมายการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของประเทศไทยภายในปี 2571 รวมถึงช่วยลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจ และเพิ่มขีดความสามารถในการดึงดูดการลงทุนคุณภาพสูง

นอกจากนี้ ยังมีกรอบ “Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services” ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย IMF และ World Bank ร่วมกันจัดทำ เพื่อรับมือการทุจริตทางการเงินดิจิทัล ครอบคลุม 12 แนวทางสำคัญ ทั้งการป้องกันและตรวจจับการฉ้อโกง การยกระดับความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในและต่างประเทศ

ดร.พจน์กล่าวว่า แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับ “Zero Corruption” ที่หอการค้าไทยและคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. ผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการป้องกันการทุจริตเชิงระบบ การใช้เทคโนโลยีเพิ่มความโปร่งใส และการสร้างกลไกตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ

ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนยังเดินหน้าผลักดัน “Reinvent Thailand” ผ่าน 7 กลุ่มธุรกิจเป้าหมาย ร่วมกับรัฐบาลและกลไกคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน หรือ กรอ. เพื่อผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายไปสู่การปฏิบัติ

สำหรับการขับเคลื่อนในระยะต่อไป ดร.พจน์ระบุ 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่

  1. ก้าวข้ามการแข่งขันด้วยต้นทุนสู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม หรือ Value-Driven โดยขยับจากการเป็นผู้รับจ้างผลิต หรือ OEM ไปสู่การใช้ AI ระบบอัตโนมัติ AgTech และการดำเนินธุรกิจภายใต้แนวทาง ESG/BCG
  2. เร่งยกระดับผู้ประกอบการ MSME และทักษะแรงงาน สนับสนุนการเข้าถึงเครื่องมือดิจิทัล AI และแหล่งเงินทุนสีเขียว พร้อมพัฒนาทักษะผ่าน Lifelong Learning
  3. สานต่อความร่วมมือภาครัฐและเอกชน หรือ PPP เพื่อเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว นวัตกรรมทางการแพทย์ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

“ตลอด 4 วันที่ผ่านมา เราได้พิสูจน์แล้วว่า ประเทศไทยมีศักยภาพ วิสัยทัศน์ และความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับนานาชาติที่มีมาตรฐาน ไม่ได้มีดีเพียงรอยยิ้มและการบริการเท่านั้น แต่ภาพลักษณ์ความเป็นไทยแบบสากลที่เรานำเสนอจากการประชุมครั้งนี้ จะเปลี่ยนเป็นความเชื่อมั่น เม็ดเงินลงทุน และการสร้างงานคุณภาพสูงให้กับคนไทยในอนาคต” ดร.พจน์กล่าว

ดร.พจน์ระบุว่า ความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ควรถูกต่อยอดจากเสียงชื่นชมและกรอบนโยบายระดับโลก ไปสู่โอกาสทางเศรษฐกิจ รายได้ การลงทุน และการเติบโตที่ประชาชนสามารถสัมผัสได้อย่างเป็นรูปธรรมในระยะต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

IMF–World Bank 2026 พจน์