IMF ส่งสัญญาณถึงไทย
บทบรรณาธิการ
การประชุม “2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings” ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพอีกครั้งในรอบ 35 ปี นอกจากเวทีใหญ่ยังมีกลุ่มย่อยกระจายในเรื่องราวต่าง ๆเกี่ยวกับภาพรวมเศรษฐกิจ และการเงิน การลงทุน รวมถึงข้อควรระวัง หากติดตามความเคลื่อนไหวในการประชุมครั้งนี้มีหลากหลายหัวข้อเกี่ยวเนื่องกับประเทศไทย และภูมิภาคอาเซียน บรรดาผู้เข้าร่วมประชุมแสดงวิสัยทัศน์ ทั้งการแนะแนวทาง ข้อควรระวัง ทั้งของไทยและภาพรวมทั่วโลก ที่มองเห็นในปัจจุบันจนถึงอนาคต
นางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) มองว่าภาวะดอกเบี้ยและต้นทุนการกู้ยืมทั่วโลกที่สูงขึ้นค้างยาวนานกว่าที่คิด ซึ่งเกิดจากปัจจัยเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจในประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เช่น สหรัฐ และส่งผลกระทบโดยตรงต่อพื้นที่นโยบายของประเทศกำลังพัฒนา รวมถึงประเทศไทยที่กำลังเผชิญกับปัญหาหนี้ครัวเรือนสูง ทำให้ต้นทุนในการชำระหนี้หรือต้นทุนทางการเงินสูงขึ้นตามไปด้วย
นางกอร์เกียวาแนะว่า สิ่งที่ไทยควรทำคือมุ่งเน้นการกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ และสร้างรากฐานทางเศรษฐกิจมหภาคที่แข็งแกร่งเพื่อไม่ให้เปราะบางต่อแรงสั่นคลอนต่าง ๆรวมถึงไทยและกลุ่มอาเซียนควรพยายามหาประโยชน์จากการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ ที่สำคัญต้องค้าขายกันเองให้มากขึ้น แทนที่จะให้น้ำหนักกับส่วนอื่น ๆ ของโลก พร้อมยกตัวอย่างสหภาพยุโรปค้าขายกันเองสูงถึง 60% แต่อาเซียนทำได้เพียง 22% เป็นสัดส่วนที่น้อยเกินไป
ขณะที่นายกฤษณะ ศรีนีวสานต์ ผู้อำนวยการฝ่ายภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก IMF มองในทิศทางเดียวกันว่า หนี้ครัวเรือนของไทยฉุดรั้งการบริโภคและการเติบโตทางเศรษฐกิจ ผู้กำหนดนโยบายควรให้ความสำคัญกับการปกป้องครัวเรือนที่เปราะบางและมีหนี้สินสูง แต่ต้องสนับสนุนแบบตรงจุด เพื่อให้มั่นใจว่าความช่วยเหลือส่งตรงถึงมือผู้ที่เดือดร้อนจริง ๆ และยังช่วยเรื่องวินัยการคลัง ปรับลดการขาดดุลงบประมาณด้วย
นอกจากนี้มีอีกปัญหาใหญ่คือเรื่องราคาพลังงาน เพราะไทยและอาเซียนพึ่งพาพลังงานจำนวนมาก พลังงานส่วนใหญ่ต้องนำเข้า จึงเป็นปัจจัยกดดันทั้งในแง่อัตราเงินเฟ้อและการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งจังหวะนี้ถือว่าสอดคล้องกับสถานการณ์ของประเทศไทย ที่กำลังพิจารณาแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP2026) โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เดินหน้าทั้งโซลาร์ลอยน้ำหมื่นเมกะวัตต์ รวมถึงสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ (SMR) เพื่อความมั่นคงด้านพลังงาน
การมีผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ มาร่วมโชว์วิสัยทัศน์ในครั้งนี้ จึงเป็นข้อดีที่ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทย ควรนำมาพิจารณาและเจาะลึกในรายละเอียด ทั้งคำแนะนำหรือข้อควรระวัง เพื่อวางแนวทางนำมาปรับใช้ และกำหนดทิศทางนโยบายอย่างเหมาะสมในอนาคต