วิเคราะห์ดีลประวัติศาสตร์ KFC จับมือโคคา-โคล่า ปิดฉากสัมพันธ์ 40 ปีเป๊ปซี่
วิเคราะห์สาเหตุ KFC อเมริกาหันจับมือ Coca-cola แทน PepsiCo พันธมิตรเก่าแก่กว่า 40 ปี
เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานดีลประวัติศาสตร์ เมื่อยักษ์ไก่ทอด KFC ในสหรัฐอเมริกาตัดสินใจยุติสัญญาจำหน่ายเครื่องดื่มแบบกดในสาขา 3,718 แห่ง ซึ่งเดิมใช้บริการของ PepsiCo มานานกว่า 40 ปี ตั้งแต่ปี 1986 หรือ พ.ศ. 2529 และหันมาจับมือกับ Coca Cola แทน เริ่มตั้งแต่ช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2027 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ก่อนปี 1986 KFC เคยเป็นลูกค้าเครื่องดื่มแบบกดรายใหญ่อันดับ 2 ของ Coca Cola รองจาก McDonald’s แต่เมื่อ PepsiCo ซื้อกิจการ KFC ในปี 1986 ทำให้ยักษ์ไก่ทอดเปลี่ยนมาใช้บริการจาก PepsiCo ตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม เมื่อปี 1997 PepsiCo แยกธุรกิจร้านอาหารในเครือทั้ง KFC, Pizza Hut และ Taco Bell ออกมาเป็นบริษัท Tricon Global Restaurants ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น Yum! Brand ในปี 2002 แต่ยังคงใช้บริการเครื่องดื่มโถกดจาก PepsiCo อยู่
สำหรับสาเหตุของการตัดสินใจยุติสัญญานานกว่า 4 ทศวรรษกับ PepsiCo ครั้งนี้มาจากหลายปัจจัยทั้งการพัฒนาแบรนด์ KFC ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคมากขึ้น เพื่อพลิกสถานการณ์ที่ KFC เสียส่วนแบ่งตลาดให้คู่แข่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
โดย Cattherine Tan Gillerpie ประธานของ KFC สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า การเป็นพันธมิตรกับ Coca-Cola เป็นขั้นตอนสำคัญในการพัฒนาแบรนด์ ปรับปรุงประสบการณ์การรับประทานอาหารในร้านอาหาร และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
หลังช่วงที่ผ่านมา KFC กำลังสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดและฐานลูกค้าในสหรัฐอเมริกา ให้กับคู่แข่งอย่าง Chick-fil-A และ Popeyes การปรับปรุงเมนูเครื่องดื่มจึงเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ดึงดูดให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการ
ขณะเดียวกัน KFC กำลังต้องการขยายไลน์อัพเครื่องดื่ม โดยที่ผ่านมามีการทดลองเมนูต่าง ๆ เช่น กาแฟเย็น บับเบิ้ลที และมิลค์เชค และมองว่ากลุ่มผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและความสามารถของ Coca-Cola เหมาะสมกว่าสำหรับการนำเสนอเมนูใหม่เหล่านี้
อย่างไรก็ตาม ดีลกับ Coca-cola จำกัดเฉพาะแบรนด์ KFC ในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น ส่วนแบรนด์อื่นในเครือ Yam! Brand เช่น Taco Bell ยังคงใช้บริการเครื่องดื่มโถกดจาก PepsiCo เช่นเดียวกับ KFC นอกสหรัฐอเมริกา