รฟม.กางแผนลงทุนรถไฟฟ้าภูมิภาค เปิดโผ“จังหวัดไหน”มีโอกาสแจ้งเกิดมากที่สุด
รฟม. ปรับไทม์ไลน์ลงทุนรถไฟฟ้าภูมิภาค 5 จังหวัด ทบทวนผลศึกษา รูปแบบลงทุน คาดเดินหน้าได้ก่อน ”เชียงใหม่-ภูเก็ต-โคราช“ ส่วน”พิษณุโลก“รอความชัดเจนรถไฟความเร็วสูง ลุยเต็มสูบ”สงขลา“
นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) เปิดเผยว่า ก้าวต่อไปของรฟม.ภาพการดำเนินงานจะขยายใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ผ่านการผลักดันโครงการระบบขนส่งมวลชนระบบรางในเมืองหลักภูมิภาค รองรับการเติบโตของเมืองและเศรษฐกิจ โดยรฟม.มีแผนเดินหน้า 5 จังหวัด ประกอบด้วย เชียงใหม่ ภูเก็ต นครราชสีมา พิษณุโลก รวมถึงสงขลาที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้มีมติโอนมาให้รฟม.ดำเนินการจากเดิมองค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นผู้ดำเนินการและได้ศึกษารายละเอียดโครงการไว้แล้ว
“รถไฟฟ้าทั้ง 5 จังหวัด รฟม.ต้องนำมา
ทบทวนและปรับปรุงแผนงานแต่ละโครงการ ทั้งความเป็นไปได้ ความเหมาะสม รูปแบบการลงทุนและความคุ้มค่าต่อเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนไป โครงการไหนที่ให้รัฐอุดหนุนน้อยที่สุด จะดำเนินการเป็นโครงการแรก แต่ยังไม่สามารถระบุไทม์ไลน์ได้ว่าจะเริ่มในปีไหน“
นายกาจผจญกล่าวว่า การพัฒนารถไฟฟ้าภูมิภาคมีความท้าทายหลายด้านเมื่อเทียบกับกรุงเทพฯและปริมณฑล เช่น ปัจจัยด้านผังเมืองของจังหวัด การจัดการจราจรและระบบคมนาคมที่มีอยู่เดิม วิถีชีวิตประจำวันที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการเดินทาง สภาพภูมิศาสตร์และสภาพอากาศ ล้วนส่งผลต่อการประมาณการจำนวนผู้โดยสาร งานออกแบบแนวเส้นทาง งานคัดเลือกระบบขนส่งมวลชน การประเมินด้านความคุ้มค่าในทุกมิติ รวมถึงประสานความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในท้องถิ่น เพื่อให้ได้รับการสนับสนุนการดำเนินงานโครงการ เนื่องจากการลงทุนรถไฟฟ้าภูมิภาคจะมีข้อจำกัดด้านการเงิน

อย่างไรก็ตามหากพิจารณาความพร้อมแต่ละโครงการแล้ว คาดว่าจะเดินหน้าก่อนคือ โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ สายสีแดง ช่วงโรงพยาบาลนครพิงค์ –อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ตามมาด้วยโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดภูเก็ต ระยะที่ 1 ช่วงท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต-ห้าแยกฉลอง และโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดนครราชสีมา สายสีส้ม ช่วงโรงพยาบาลเทพรัตน์ –สถานีร่วมจอหอ
“ทั้ง 3 โครงการนี้ รฟม. ได้มีหนังสือถึงกรมการขนส่งทางบก จัดส่งข้อมูลและแบบแนวเส้นทางเพื่อบูรณาการโครงการร่วมกับท้องถิ่น นำ Bus EV ทดลองวิ่งให้บริการไปก่อน ในเส้นทางรถไฟฟ้า ตอนนี้ภูเก็ตเริ่มแล้วโดยเอกชน“
นายกาจผจญกล่าวว่า ส่วนโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดพิษณุโลก สายสีแดง ช่วงมหาวิทยาลัยพิษณุโลก –ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพิษณุโลก รฟม. ได้ทบทวน TOR จ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษาความเหมาะสมและออกแบบโครงการเสร็จแล้ว ปัจจุบัน รฟม. อยู่ระหว่างทบทวนแผนงานของโครงการให้สอดคล้องกับรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพฯ -พิษณุโลก-เชียงใหม่ ซึ่งมีผลต่อความคุ้มค่าของโครงการต่อไป

ขณะที่โครงการระบบขนส่งมวลชนหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ทางท้องถิ่นทำการศึกษาไว้ 10 ปีแล้ว โดยอบจ.สงขลา ได้ร่วมมือกับสำนักวิจัยและบริการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ในการศึกษาออกแบบโครงการโดยกำหนดแนวเส้นทางเริ่มต้นจากแยกคลองหวะ มุ่งไปตามแนวถนนกาญจนวนิชจนถึงแยกคอหงส์ และมุ่งต่อไปตามแนวถนนเพชรเกษมจนถึงสถานีรถตู้ ระยะทางรวม 12.54 กม. มี 12 สถานี มีโรงจอดและศูนย์ซ่อมบำรุง 1 แห่ง ที่สถานีคลองหวะ และมีจุดเปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่ง 3 แห่ง ที่สถานีคลองหวะ สถานีคอหงส์ และสถานีรถตู้ ใช้เงินก่อสร้าง 16,186 ล้านบาท
“หลังรฟม. ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินโครงการรถไฟฟ้าหาดใหญ่แล้ว รอการเสนอตรา พ.ร.ฎ. ให้ รฟม. ดำเนินการบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป ซึ่งรฟม.พร้อมจะทบทวนรายละเอียดความเหมาะสมและออกแบบโครงการโดยคำนึงถึงความสอดคล้องกับบริบทปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงไป มีความหนาแน่นของประชากรสูง และใช้พาหนะส่วนตัวในการเดินทางเป็นหลัก ประกอบกับโครงสร้างประชากร พฤติกรรมการเดินทางของประชาชน ตลอดจนแนวโน้มการขยายตัวของเมือง พร้อมจะนำบทเรียนจากน้ำท่วมเมื่อปี 2568 มาวิเคราะห์และออกแบบโครงการด้วย คาดปี 2571 ขออนุมัติโครงการ ปี 2573 คัดเลือกเอกชนและเริ่มสร้างปี 2574 เปิดปี 2578 “
ทั้งนี้อำเภอหาดใหญ่ถือว่าเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจการค้าและการบริการของภาคใต้ ซึ่งปัจจุบันเมืองมีทิศทาง การขยายตัวไปตามแนวถนนสายสำคัญที่เชื่อมระหว่างอำเภอหาดใหญ่กับพื้นที่อื่นๆ ในจังหวัดสงขลา และในอนาคตเมื่อโครงการเปิดบริการประชาชนในพื้นที่จะได้รับผลประโยชน์ทางตรง ประหยัดค่าใช้จ่ายในการใช้ยานพาหนะ ประหยัดเวลาการเดินทาง และจะช่วยบรรเทามลพิษทางอากาศลงได้ ส่วนผลประโยชน์ทางอ้อมช่วยกระตุ้นการพัฒนาเมือง ส่งเสริมการลงทุน ตลอดจนช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวและการพัฒนาเศรษฐกิจของหาดใหญ่