เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
EBRD ชี้หนุนยูเครนไม่ใช่ ‘ต้นทุน’ แต่คือการลงทุนกับ ‘อนาคตของยุโรป’
Finance EBRD ชี้หนุนยูเครนไม่ใช่ ‘ต้นทุน’ แต่คือการลงทุนกับ ‘อนาคตของยุโรป’
ธปท. เตือนภัยไซเบอร์ ฉ้อโกงเสี่ยงรุนแรงชู Bangkok Blueprint ปิดช่อง
Finance ธปท. เตือนภัยไซเบอร์ ฉ้อโกงเสี่ยงรุนแรงชู Bangkok Blueprint ปิดช่อง
บอยท่าพระจันทร์โพสต์ นักรบย่อมมีบาดแผล บทเรียนจากการขาดทุนหุ้นเฉียดพันล้าน
Biz Movement บอยท่าพระจันทร์โพสต์ นักรบย่อมมีบาดแผล บทเรียนจากการขาดทุนหุ้นเฉียดพันล้าน
โซเซียลเดือด บ.สมุนไพรดังแอบจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ‘NENE ROYAL’
Biz Movement โซเซียลเดือด บ.สมุนไพรดังแอบจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ‘NENE ROYAL’
รฟม.กางแผนลงทุนรถไฟฟ้าภูมิภาค เปิดโผ“จังหวัดไหน”มีโอกาสแจ้งเกิดมากที่สุด
News รฟม.กางแผนลงทุนรถไฟฟ้าภูมิภาค เปิดโผ“จังหวัดไหน”มีโอกาสแจ้งเกิดมากที่สุด
กงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ จัดใหญ่ “Freedom 250 American Fair”ฉลอง 250 ปี สหรัฐอเมริกา
เศรษฐกิจภูมิภาค กงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ จัดใหญ่ “Freedom 250 American Fair”ฉลอง 250 ปี สหรัฐอเมริกา
10 ปี SOS Thailand ดันกฎหมายหนุนบริจาคอาหาร-เตรียมขอคาร์บอนเครดิต
SD 10 ปี SOS Thailand ดันกฎหมายหนุนบริจาคอาหาร-เตรียมขอคาร์บอนเครดิต
JARTON ต่อยอด IMF-World Bank รุกตลาดความปลอดภัยอาเซียน
Business JARTON ต่อยอด IMF-World Bank รุกตลาดความปลอดภัยอาเซียน
‘บ้านคนละหลัง PLUS’ 5 หมื่นล้านปลุกหุ้นอสังหาฯ-ธอส.คาดปีหน้า ‘เต็มวงเงิน’
Finance ‘บ้านคนละหลัง PLUS’ 5 หมื่นล้านปลุกหุ้นอสังหาฯ-ธอส.คาดปีหน้า ‘เต็มวงเงิน’
ชัยชนะของชาวกล้วย
คุยกับเอกราช ชัยชนะของชาวกล้วย
ดูทั้งหมด

ธปท. เตือนภัยไซเบอร์ ฉ้อโกงเสี่ยงรุนแรงชู Bangkok Blueprint ปิดช่อง

17 ต.ค. 2569 | 16:23น.
ธปท.

ธปท. ชี้ AI พลิกโฉมการเงินโลกเพิ่มผลิตภาพและเปิดโอกาสเข้าถึงสินเชื่อ แต่ความเสี่ยงฉ้อโกงและไซเบอร์ทวีความรุนแรง ย้ำต้องสร้างสมดุลนวัตกรรมกับเสถียรภาพทางการเงิน พร้อมผลักดันความร่วมมือระหว่างประเทศผ่าน Bangkok Blueprint

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในพิธีเปิดการประชุมสัมมนาการธนาคารระหว่างประเทศ กลุ่ม 30 (Group of Thirty: G30) ประจำปี ครั้งที่ 44 ว่า เอกสารประกอบการประชุมของ G30 ได้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่เชื่อมโยงกันมากขึ้น ทั้งหนี้สาธารณะระดับสูง ความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์ การเงินนอกภาคธนาคาร (Non-bank finance) และการพึ่งพาเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเป็นบริบทสำคัญในการหารือว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเงินดิจิทัลกำลังเปลี่ยนแปลงตลาดการเงินอย่างไร ส่งผลต่อธนาคารกลางและเสถียรภาพทางการเงินอย่างไร และต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศในด้านใดเพิ่มเติม

ทั้งนี้การสร้างสมดุลระหว่างนวัตกรรมทางการเงินกับเสถียรภาพเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินงานธนาคารกลางยุคใหม่ โดยในปัจจุบันการเงินดิจิทัลช่วยขยายการเข้าถึงและเปลี่ยนแปลงวิธีที่ผู้คนใช้บริการทางการเงิน โดยประชากรวัยผู้ใหญ่เกือบ 8 ใน 10 คนทั่วโลกมีบัญชีทางการเงิน เพิ่มขึ้นจากประมาณครึ่งหนึ่งในปี 2554 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากการเข้าถึงบริการผ่านโทรศัพท์มือถือและช่องทางออนไลน์

สำหรับนวัตกรรมระลอกถัดไป โดยเฉพาะ AI สร้างโอกาสที่มากกว่าการทำให้บริการทางการเงินเดิมรวดเร็วหรือมีต้นทุนต่ำลง โดยสามารถเพิ่มผลิตภาพผ่านระบบอัตโนมัติสำหรับงานที่ซับซ้อน ช่วยปรับปรุงการตัดสินใจ และเปิดทางให้เกิดผลิตภัณฑ์และรูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ

อีกทั้งในภาคการเงิน AI ยังช่วยพัฒนาการประเมินสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) รวมถึงบุคคลที่มีประวัติเครดิตจำกัด เพื่อสนับสนุนการจัดสรรทรัพยากรไปสู่ภาคเศรษฐกิจที่ก่อให้เกิดผลิตภาพ ขณะเดียวกัน เมื่อผสานกับโทเคนไนเซชัน (Tokenization) AI ยังสามารถช่วยทำให้กระบวนการทางการเงินเป็นระบบอัตโนมัติ และเพิ่มประสิทธิภาพการชำระเงินข้ามพรมแดนและการชำระราคาหลักทรัพย์ โดยไทยมีโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินดิจิทัลที่สามารถรองรับนวัตกรรมเหล่านี้ได้

พร้อมเพย์ธุรกรรม 54 ล้านล้านบาท

นายวิทัยกล่าวว่า เมื่อ 10 ปีก่อน ประเทศไทยได้เปิดตัวพร้อมเพย์ (PromptPay) ระบบชำระเงินแบบทันที ซึ่งปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนใช้งานมากกว่า 83 ล้านคน ในปี 2568 มีมูลค่าธุรกรรมผ่านระบบดังกล่าว 54 ล้านล้านบาท มากกว่า 2 เท่าของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของไทย โดยพร้อมเพย์ได้เปลี่ยนโฉมการชำระเงินดิจิทัลของไทย และช่วยขยายบริการทางการเงินไปยังประชาชนในพื้นที่ห่างไกลและร้านค้าขนาดเล็ก แต่เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นก็มาพร้อมความท้าทายใหม่ ๆ เนื่องจากความเร็ว ขนาด และการเชื่อมต่อที่เพิ่มขึ้น ทำให้ความเสี่ยงสามารถแพร่กระจายได้รวดเร็วขึ้น ขณะที่การโจมตีทางไซเบอร์และการหยุดชะงักในการดำเนินงานอาจส่งผลกระทบต่อสถาบันการเงินและหลายประเทศพร้อมกัน โดยปัจจุบันภาคการเงินเผชิญกับการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของการฉ้อโกงและเหตุการณ์ทางไซเบอร์ ขณะที่ AI และโทเคนไนเซชันก็นำมาซึ่งความเสี่ยงทั้งรูปแบบเดิมและรูปแบบใหม่ต่อความมั่นคงของระบบการเงิน

ธปท. วาง 3 เสาหลักนวัตกรรมรับผิดชอบ

นายวิทัยกล่าวว่า หน้าที่ของผู้กำกับดูแลคือการเปิดทางให้นวัตกรรมพัฒนาได้ ควบคู่กับการวางมาตรการคุ้มครองผู้บริโภค รักษาการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างทั่วถึง ตลอดจนดูแลเสถียรภาพทางการเงินและความเชื่อมั่นของสาธารณชน โดย ธปท. จึงมุ่งดำเนินงานผ่านกรอบการพัฒนานวัตกรรมอย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible Innovation Framework) ประกอบด้วย 3 เสาหลัก ได้แก่ เทคโนโลยีที่มั่นคงปลอดภัย (Sound Technology) ธรรมาภิบาลที่ดี (Sound Governance) และเศรษฐศาสตร์ที่มั่นคง (Sound Economics) โดยเสาหลักทั้ง 3 ด้านสนับสนุนซึ่งกันและกัน โดยธรรมาภิบาลที่ดีช่วยป้องกันไม่ให้เทคโนโลยีถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด พร้อมสร้างความชัดเจนที่จำเป็นต่อการลงทุนของภาคธุรกิจ ขณะที่มาตรฐานที่ดีช่วยป้องกันการแยกส่วนของระบบ ส่งเสริมผลประโยชน์จากเครือข่ายที่เพิ่มขึ้น และสร้างโอกาสทางธุรกิจ รวมถึงสนับสนุนการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ ๆ

ทั้งนี้เป้าหมายของนวัตกรรมอย่างมีความรับผิดชอบคือการให้บริการทางการเงินที่ปลอดภัย ครอบคลุม และมีความยืดหยุ่น โดยภัยคุกคามจากการฉ้อโกงทางการเงินในปัจจุบันมีความรุนแรง แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว สร้างความเสียหายมหาศาล และกลายเป็นปัญหาระดับโลก ซึ่งเมื่อระบบการเงินดิจิทัลดำเนินงานข้ามพรมแดน การรับมือจึงต้องอาศัยแนวทางระดับโลก ไม่เช่นนั้นกิจกรรมที่มีความเสี่ยงอาจย้ายไปยังส่วนของระบบที่มีมาตรการป้องกันอ่อนแอกว่า

ดัน Bangkok Blueprint สร้างภูมิคุ้มกันการเงินดิจิทัล

ทั้งนี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก ร่วมกับ ธปท. ได้มีการเปิดตัว Bangkok Blueprint หรือกรอบแนวทางสำหรับการสร้างบริการทางการเงินที่มีความยืดหยุ่นต่อภัยฉ้อโกงมากขึ้นเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยถือเป็นเอกสารสำคัญสำหรับการรับมือความเสี่ยงดังกล่าว

“ผมขอขอบคุณคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการผู้จัดการ IMF สำหรับการสนับสนุนอย่างแข็งขันต่อโครงการริเริ่มนี้ รวมถึงเพื่อนร่วมงานจากทั้งสองสถาบันที่ช่วยเปลี่ยนเป้าหมายร่วมกันให้เป็นเอกสารแนวทางที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง”

ทั้งนี้ Bangkok Blueprint กำหนดข้อพิจารณาสำคัญ 12 หลักการ ครอบคลุมประเด็นด้านธรรมาภิบาล การป้องกัน การตรวจจับ การตอบสนอง การแบ่งปันข้อมูล และความรับผิดชอบ โดยเป็นกรอบอ้างอิงที่แต่ละประเทศสามารถนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของตนเอง พร้อมส่งเสริมมาตรฐานและความร่วมมือข้ามพรมแดนให้สอดคล้องกันมากขึ้น

อย่างไรก็ตามการแบ่งปันข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพและการสร้างแรงจูงใจที่เหมาะสมจะช่วยสนับสนุนการดำเนินงานร่วมกันในวงกว้าง แต่การนำแนวทางดังกล่าวไปปฏิบัติจริงไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเมื่อเทคโนโลยี รูปแบบธุรกิจ และความเสี่ยงยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธปท.