แสนสิริ อวด “เดอะ สแตนดาร์ด เรสซิเดนท์ หัวหิน” บีชฟร้อนแรกของโลก พูลวิลล่า 100 ล้านหมดในสัปดาห์แรก
แสนสิริ เปิดตัว “เดอะ สแตนดาร์ด เรสซิเดนท์ หัวหิน” แบรนด์เดดเรสซิเดนท์ติดชายหาดแห่งแรกของโลก ตั้งเป้ายอดขาย 50% ภายในปีนี้ พูลวิลล่า 2 ยูนิตขายหมดตั้งแต่สัปดาห์แรก คาดขายหมดต้นปี 2572 เริ่มโอน ต.ค.นี้ รับรู้รายได้ 700 ล้านบาท
นายอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทเปิดตัว The Standard Residence, Huahin บีชฟร้อนท์ เรสซิเดนท์แห่งแรกของโลก มูลค่า 4,500 ล้านบาท ภายใต้แบรนด์ The Standard Residences กับลักเซอรี่คอนโดติดชายหาด นำประสบการณ์และเอกลักษณ์ของแบรนด์ The Standard สู่ที่อยู่อาศัย

“แสนสิริเติบโตมาพร้อมกับหัวหิน ซึ่งเป็นหนึ่งใน Strategic Locations สำคัญ วันนี้ที่อยู่อาศัยระดับลักเซอรี่ไม่จำเป็นต้องอยู่ในใจกลางเมืองระดับโลกเท่านั้น แต่ยังอยู่ในเดสทิเนชั่นที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตและไลฟ์สไตล์เฉพาะบุคคล เป้าหมายหลักของเรา คือ ขยับบทบาทจากผู้นำตลาดสู่การร่วมยกระดับเมืองตากอากาศไทยให้แข่งขันบนเวทีโลก” นายอุทัยกล่าว
กวาดยอดขายแล้ว 40%
ปัจจุบันโครงการนี้มียอดขายแล้วกว่า 40% เป็นกลุ่มลูกค้าชาวไทย 90% และต่างชาติ 10% ที่มีไลฟ์สไตล์และมองหาประสบการณ์ที่แตกต่างไม่เหมือนใคร เป็นเดสทิเนชั่นใหม่แห่งการพักผ่อนของประเทศไทย ที่เราต้องการร่วมผลักดันหัวหินให้มีศักยภาพแข่งขันบนเวทีโลกและเป็นหมุดหมายที่คนอยากมาใช้ชีวิตเพื่อการพักผ่อน
ด้วยจุดแข็งของโครงการที่เป็น Rare Freehold Beachfront Residences, แบรนด์ระดับโลก และ One-of-a-kind Lifestyle Experience ที่แตกต่างและมีให้มากกว่าคอนโดทั่วไป ทั้งพื้นที่ส่วนกลาง ไปจนถึง Lifestyle Programming และ Special Privileges

และหัวหินเป็นทำเลที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มีทั้งเสน่ห์ด้านวัฒนธรรม, อาหาร, Wellness, ความเป็นเลิศด้านการบริการของคนไทย และวิถีชีวิตที่ผสาน การพักผ่อนเข้ากับการอยู่อาศัยจริง
ทั้งนี้ นายอุทัยระบุว่า ตั้งเป้าหมายยอดขายภายในปีนี้ไว้ที่ 50% และคาดว่าจะขายหมดภายในต้นปี 2572 และเริ่มโอนแล้วในเดือนตุลาคม และจะรับรู้รายได้ภายในปีนี้ประมาณ 700 ล้านบาท
หัวหิน บ้านหลังที่ 2 ไทย
รายละเอียดโครงการตั้งอยู่บนพื้นที่ 9 ไร่ บนชายหาดที่สงบและเป็นส่วนตัว พร้อมส่วนกลางขนาดใหญ่ รองรับประสบการณ์ไลฟ์ไตล์ในแบบฉบับ The Standard ประกอบด้วยห้องพัก 1-3 ห้องนอน จำนวน 251 ยูนิต พร้อมกับ Ultra-Rare Beachfront Pool Villa เพียง 2 ยูนิต ราคากว่า 100 ล้านบาท ซึ่งขายเป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่สัปดาห์แรก และผู้ซื้อเป็นคนไทย 100%
โครงการนี้เติมเต็มประสบการณ์การอยู่อาศัยที่แตกต่างจาก Branded Residences ทั่วไป โดยเป็นคอนโดแห่งแรกที่มีทั้ง Pickleball และ Bowling Alley พร้อมด้วย The Mud Lounge signature ของ The Standard ทั่วโลก ยกระดับประสบการณ์พักผ่อนด้วย Salt Sauna, Experience Shower อีกทั้งยังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แบบ Pet-Friendly ที่ต้อนรับสัตว์เลี้ยงให้เป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตริมทะเล เติมสีสันให้ทุกวันด้วย Lifestyle Programming และสิทธิพิเศษจาก The Standard ได้ตลอดทั้งปี ภายใต้เงื่อนไขของแบรนด์

“โครงการนี้จึงไม่ใช่เพียงการเปิดตัวที่อยู่อาศัยใหม่ในหัวหินแต่เป็นการวางหมุดหมายใหม่ให้ตลาดLuxury Beachfront Residence ของไทยเพื่อทำให้หัวหินเป็นเดสทิเนชั่นระดับโลก ที่มีศักยภาพดึงดูดทั้งผู้ซื้อไทยและต่างชาติ รวมถึงผู้ที่ต้องการใช้ชีวิตแบบ Long-stay ในเมืองตากอากาศที่มีความพร้อมครบด้าน และสะท้อนวิสัยทัศน์ในการสร้างโครงการที่เชื่อม ศักยภาพของทำเลเข้ากับ แบรนด์ระดับโลก และประสบการณ์ที่แตกต่าง เพื่อทำให้หัวหินเป็นอีกหนึ่ง Destination ที่คนจากทั่วโลกอยากมาใช้ชีวิต ไม่ใช่เพียงมาเยือน” อุทัยกล่าวสรุป
ย้ำความสำเร็จ The Standard Residence
ด้าน ทีนา เนคราสัน Global Head Branded Residential at Hyatt กล่าวว่า ความสำเร็จของ The Standard Residences ในหลายเมืองทั่วโลก ได้แก่ ยอดขาย 100% ที่เมืองลิสบอน และ 98% จากไมอามี่ พิสูจน์ให้เห็นว่า The Standard Residences เกิดจากการสร้างประสบการณ์ที่มีเอกลักษณ์และเชื่อมโยงกับแต่ละเดสทิเนชั่นทั่วโลกอย่างแท้จริง แสนสิริความเชี่ยวชาญด้านผู้นำอสังหาฯ ลักเซอรี่และความเข้าใจหัวหินอย่างลึกซึ้ง ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ The Standard ที่ให้ความสำคัญกับ Design, Culture, Community และ Lifestyle

“เราเชื่อมั่นว่า The Standard Residences, Hua Hin จะสามารถนำ Global Brand Experience มาผสานกับเสน่ห์ของหัวหินได้อย่างลงตัว และสร้าง New Benchmark ให้กับตลาด Beachfront Branded Residence ในภูมิภาคนี้”
The Standard Residences, Hua Hin คือ Global 1st Beachfront Standard Residences ต่อยอดเอกลักษณ์จากแบรนด์ The Standard สู่ที่อยู่อาศัยที่ใช้ชีวิตได้ทุกวัน ภายใต้แนวคิด “The Place to Be is Now the Place to Live” ผสานความแข็งแกร่งของแสนสิริด้านการพัฒนา Luxury Residence และมาตรฐานบริการหลังการขาย โดย PLUS Property เพื่อรักษาคุณภาพการอยู่อาศัยและมูลค่าโครงการในระยะยาว เพื่อสร้าง Branded Residence ที่เพิ่มมูลค่าจากประสบการณ์การอยู่อาศัยที่แตกต่างอย่างแท้จริง


