‘รัฐบาลหนู 2’ อายุงาน 6 เดือน ‘บิ๊กภูมิใจไทย’ ชี้ยังไม่ควรปรับ ครม.
จับสัญญาณ แกนนำรัฐบาลภูมิใจไทย – เพื่อไทย ท่ามกลางกระแสข่าวปรับ ครม. ดึง ‘กล้าธรรม’ ร่วมรัฐบาลหรือไม่ หลังจบศึกอภิปราย ขณะที่แกนนำพรรคสีน้ำเงินมองรัฐบาลเพิ่งเริ่มงาน ‘หนู – นัส’ กินข้าวเรื่องปกติ
ใกล้เริ่มศึกอภิปรายครั้งแรกของ ‘รัฐบาลอนุทิน 2’ ก็มีกระแสข่าว การเตรียมปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามมา ล่าสุดมีภาพ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ไปรับประทานอาหารกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม (กธ.) จนทำให้เกิดการถกเถียงจับตาถึงการจะดึงมาร่วมรัฐบาลหรือไม่
อนุทิน ลั่น “กระแส” หลังถูกถามดึง กธ.ร่วมรัฐบาล
ก่อนการประชุม ครม. วันที่ 20 ต.ค. นายอนุทิน ถูกถามถึงกระแสข่าวพรรคกล้าธรรม จะร่วมรัฐบาลจริงหรือไม่ โดยย้อนผู้สื่อข่าวว่า “กระแส” และเดินเข้าตึกบัญชาการ 1 เพื่อเป็นประธานการประชุม ครม.
ขณะที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงภาพนายอนุทิน ไปรับประทานอาหารกับ ร.อ.ธรรมนัส ว่า ตนไม่ได้ร่วมโต๊ะอาหารด้วยจึงไม่ทราบ แต่ทั้งนายกรัฐมนตรี และ ร.อ.ธรรมนัส มีความคุ้นเคยกัน ที่ผ่านมารับประทานอาหารร่วมกันอยู่เรื่อยๆ
เมื่อถามย้ำถึงกระแสข่าวการรวมพรรคกล้าธรรม เข้ากับพรรคภูมิใจไทย นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ไม่แน่ใจว่าข่าวมาจากไหน เพราะได้ยินจากสื่อเช่นกัน และยังไม่เข้าใจว่ากระแสเรื่องนี้เริ่มต้นมาจากไหน ส่วนจะเป็นไปได้หรือไม่ คงต้องให้ผู้ใหญ่พูดคุยกัน
เมื่อถามว่า ขณะนี้ถึงเวลาที่จะดึงพรรคกล้าธรรม เข้าร่วมรัฐบาลแล้วหรือยัง นายพิพัฒน์ กล่าวว่า “รอถามนายอนุทินดีกว่า อย่าให้ผมพูดเลย พูดไปอาจจะไม่ใช่ก็ได้” พร้อมย้ำว่าเรื่องต่าง ๆ ขอให้สอบถามนายอนุทิน
รัฐบาลแข็งแรง ทำงานได้ 6 เดือนยังไม่ควร
ส่วนการประเมินเสถียรภาพรัฐบาลในขณะนี้ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า รัฐบาลมีความแข็งแรงมาตั้งแต่ต้น โดยรัฐบาลที่นำโดยนายอนุทิน เป็นรัฐบาลอนุทิน 2 ซึ่งทำงานมาได้ประมาณ 6 เดือนแล้ว หลายกระทรวงเริ่มเข้าที่เข้าทาง โดยเฉพาะกระทรวงคมนาคม ซึ่งสามารถขับเคลื่อนนโยบายได้ และการทำงานไม่มีปัญหา
นายพิพัฒน์ กล่าวด้วยว่า ไม่ใช่ทุกคนที่เข้ามารับตำแหน่งแล้วจะสามารถทำงานในกระทรวงนั้น ๆ ได้ทันที อย่างน้อยต้องทำความเข้าใจกับข้าราชการตั้งแต่ระดับล่างไปจนถึงระดับปลัดกระทรวง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะผู้ใช้งบประมาณคือข้าราชการ หากเจ้ากระทรวงกับข้าราชการระดับสูงไม่สามารถพูดคุยกันได้ ก็จะทำให้การทำงานเป็นไปได้ยาก
เมื่อถามว่า การพูดเช่นนี้หมายความว่าไม่ต้องการให้มีการปรับคณะรัฐมนตรีใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า “คิดว่าการทำงานมา 6 เดือนยังไม่ควร” อย่างไรก็ตามทุกอย่างขึ้นอยู่กับความเหมาะสมซึ่งนายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้พิจารณารวมถึงคณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยด้วยโดยย้ำว่าตนไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรค

ปรับ ครม. มีห้วงเวลา – ไม่แปลก ‘หนู นัส’ นัดกินข้าว
ขณะที่ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรค ภท. ให้สัมภาษณ์ถึงภาพนายอนุทิน ไปรับประทานอาหารอินเดียกับ ร.อ.ธรรมนัส ว่า เป็นเรื่องการตีความกันมากกว่า เพราะการรับประทานอาหารกับใครถือเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะท่านเป็นผู้ใหญ่และนักการเมือง แม้จะถูกมองว่าเป็นซีกที่ยังไม่เป็นรัฐบาล แต่ก็เป็นเรื่องปกติ เพราะมีความคุ้นเคย ซึ่งสมัยก่อนฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลทำหน้าที่แค่ในสภา แต่นอกสภาก็เป็นพวกกัน สมาชิกพูดคุยกันเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้แยกฝ่ายกัน
เมื่อถามว่า จะดึงเพื่อนมาร่วม ครม.หรือไม่ นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ไม่เป็นอะไร ตรงกันข้ามเป็นมิตรกันอยู่แล้ว ไม่ได้เป็นอะไรตรงข้ามกัน
ส่วนที่มีการมองว่า การดึงขั้วเขียวเข้ามาร่วมรัฐบาล เป็นการข่มขวัญขั้วแดงไม่ให้แตกแถวใช่หรือไม่ นายทรงศักดิ์ ระบุว่า คิดไปเอง
เมื่อถามว่า หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะมีการปรับ ครม. หรือไม่ นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ต้องถามนายกรัฐมนตรี เพราะท่านเป็นหัวหน้ารัฐบาล อำนาจอยู่ที่ท่าน ตนตอบไม่ได้
เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่า กระทรวงริมน้ำจะเป็นของพรรคกล้าธรรมนั้น นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ตนดูจากข่าว แต่ตอบแทนไม่ได้ อย่างไรก็ตามจากที่ตนอยู่ในเส้นทางการเมือง เรื่องนี้ก็มีห้วงเวลาของมัน รัฐมนตรีอาจจะมีการปรับเปลี่ยนการทำงาน แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นเหตุผลในการปรับ ครม. เสมอไป
เมื่อถามว่า ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมแล้วหรือยัง นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า รัฐบาลเพิ่งทำงานได้ไม่กี่เดือน พร้อมย้ำว่าเรื่องนี้เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี แต่บางครั้งก็อาจมีความจำเป็น
ส่วนช่วงนี้นายกรัฐมนตรี ได้มีการกำชับเรื่อง KPI วัดผลงานหรือไม่ นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ก็ทำงานตามปกติ ตามที่มอบหมายงานแต่ละกระทรวง ซึ่งตนก็ทำงานปกติ ประชุมแทบไม่ขาด

เพื่อไทย ยันคงโควตา รมต. 5 กระทรวง 8 ตำแหน่ง
“ประเสริฐ” มอง “อนุทิน” ทานข้าว “ธรรมนัส” ไม่แปลก เหตุอัธยาศัยดี-คุ้นเคยกัน ชี้ ข่าวควบรวมพรรคกล้าธรรม ไม่กระทบโควตาเพื่อไทย ย้ำ เพื่อไทยมีมารยาททางการเมือง หนุนซักฟอกแค่ 3 วันกำลังดี
ด้าน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาฯ ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงภาพ 2 หัวหน้าพรรค นัดกินข้าวจะส่งผลต่อรัฐบาลหรือไม่ ว่า ทั้งสองคนรู้จักคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว และอายุใกล้เคียงกันมาก เข้าใจว่าก่อนหน้านี้ก็มีการรับประทานข้าวกัน เพราะ นายอนุทิน เป็นคนมีอัธยาศัยไมตรีดี ทานข้าวกับหลายบุคคล ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะทานข้าวร่วมกัน
เมื่อถามว่า มีนัยยะการเมืองหรือไม่ เพราะมีกระแสข่าวว่าหลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะมาควบรวมพรรค หรือร่วมรัฐบาล จะกระทบกับโควตารัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า เรื่องการร่วมหรือไม่ร่วม หรือการควบรวมพรรค ต้องไปถามนายอนุทิน ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล
แต่ในส่วนของพรรคเพื่อไทย เรามีโควตา 5 กระทรวง 8 ตำแหน่ง เชื่อว่าไม่กระทบ และพรรคเพื่อไทยยังทำงานปกติดีอยู่ในการสนับสนุนการทำงานภาพรวมของรัฐบาล เรื่องนี้ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
เมื่อถามว่า หากมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) และมีความจำเป็นต้องเกลี่ยตำแหน่งกันใหม่ ถ้าเกลี่ยจากพรรคเพื่อไทย ด้วยจะมีปัญหาอะไรหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น เร็วเกินกว่าที่จะพูด ยังไม่อยากให้มองไปไกลถึงขนาดนั้น
เมื่อถามว่า ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หากมีการพาดพิงถึงพรรคเพื่อไทย พร้อมที่จะช่วยตอบหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ถ้าพาดพิงในส่วนของรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยที่กำกับดูแลกระทรวง พรรคเพื่อไทยพร้อมตอบอยู่แล้ว เพราะการทำงานร่วมกัน นายกฯ ตอบในภาพรวม แต่หากพาดพิงไปถึงกระทรวงใด เจ้ากระทรวงต้องลุกขึ้นมาตอบ อันนี้เป็นธรรมดา
เมื่อถามถึงการลงมติของพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ กล่าวว่า ขอให้มั่นใจว่า พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาล และเราเข้าใจถึงมารยาททางการเมืองดี ขอให้สบายใจได้ในเรื่องนี้
เมื่อถามย้ำว่า คะแนนของพรรคเพื่อไทยจะออกมาเท่ากันหมด ไม่มีแตกแถวใช่หรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่มี
นายประเสริฐ ยังกล่าวถึงกรณีฝ่ายค้าน ต้องเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจจำนวน 5 วันว่า จริงๆ แล้วเวลาอภิปราย ตนมองว่า 3 วันเป็นเวลาที่เหมาะสม เพราะในอดีตที่ผ่านมาอภิปรายนายกฯ และรัฐมนตรีทั้งคณะ 35 คน ยังเคยใช้เวลาแค่ 3 วัน อันนี้แม้ดูว่าเหมือนจะหลายคน แต่เชื่อว่าหากฝ่ายค้านได้สอบถามในประเด็นและอภิปรายเน้นเนื้อหา ตนคิดว่าเวลา 3 วัน เป็นเวลาที่เหมาะสมและเพียงพอ ขอให้อยู่ในกรอบการอภิปราย
เมื่อถามว่า พรรคฝ่ายค้านขอเวลา 5 วัน เชื่อว่าวิป 3 ฝ่ายสามารถพูดคุยกันได้ใช่หรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า เชื่อว่าลงตัวได้ 3 วันเหมาะสม เพราะหากฝ่ายค้านบริหารเนื้อหาและเวลาดีๆ ก็ทำได้ แต่ก่อนยังอภิปรายนายกฯคนเดียวเท่ากับอภิปรายทางรัฐบาล สามารถพูดถึงกระทรวงไหนก็ได้อยู่แล้ว
เมื่อถามย้ำว่า มองว่าเวลา 5 วัน ยืดเยื้อไปใช่หรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ตนมองว่าเยอะไป 3 วันกำลังดี เพราะต้องมีเวลาโหวตอีก 1 วัน ซึ่งไม่ได้รวมกับเวลาของการอภิปราย
