ปรับ ครม. อนุทิน 2/1 วัน ว. เวลา น.
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : อิศรินทร์ หนูเมือง
ไม่เกินเดือนตุลาคม 2569 น่าจะมีโผรายชื่อคณะรัฐมนตรี “อนุทิน 2/1”
หลังรัฐมนตรีหน้าเก่า ต่อเนื่องจาก “อนุทิน 1” 16 คน หน้าใหม่ 9 คน และย้ายมารวมพรรคอีก 2 คน รวม 27 คน 32 ตำแหน่ง ปฏิบัติหน้าที่ได้ราว 6 เดือน นับตั้งแต่วันโปรดเกล้าฯ และแถลงนโยบายต่อรัฐสภา
กลุ่มรัฐมนตรีหน้าใหม่ 9 ราย ถูกเติมเต็ม จาก 2 โควตา
โควตาแรก 2 รัฐมนตรีที่เชี่ยวชาญระบบ “หลังบ้าน” ทำการเมืองระบบเส้นเลือดฝอย สุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ เข้าสางบัญชีเงินกองทุนหมู่บ้านเกือบ 8 หมื่นแห่งทั่วประเทศ คนที่สอง เป็นการเติมเต็มส่วนที่ขาดและ “ของมันต้องมี” คือรองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย นายปกรณ์ นิลประพันธ์
โควตาที่สอง 8 รัฐมนตรี “กลุ่มลูกเทพ” หน้าเก่า 1 ราย คือ ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี และ 7 รายเป็นหน้าใหม่ ถูกสังคมการเมืองโฟกัสมากที่สุด แกนนำพรรคระดับบนสุด ประเมินผลงานกลุ่มนี้แบบ “ปกติใหม่” สั่ง-สอนให้เพิ่มดีกรีการสื่อสารกับสาธารณะ ตั้งแต่ล่วงเข้า 3 เดือนแรก แต่บางรายก็ยังอยู่ในกลุ่ม “โลกลืม”
โควตากลาง ที่ไม่น่าจะถูกปรับคือกลุ่ม 3 แม่ครัว และรัฐมนตรีคนนอกสายตรงบ้านบุรีรัมย์ พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม
แม้ว่า 2 รองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ จะขอเปิดตำแหน่ง รมช.เพิ่ม ดูเหมือนผู้นำพรรคยังไม่ตอบรับสัญญาณตามที่เรียก แต่อนุญาตให้เปิดตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีได้
ทำไมต้องปักหมุด วัน ว. เวลา น. ของ ครม.อนุทิน 2/1 ไม่เกินเดือนตุลาคม ปีนี้ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) มีเหตุผล 4 ข้อ
1.เปิดประชุมสามัญประจำปีครั้งที่ 2 ตั้งแต่ 25 สิงหาคม-22 ธันวาคม 2569 ฝ่าด่านอภิปรายไม่ไว้วางใจ
2.ประกาศใช้ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570
3.เป็นไปตามไทม์ไลน์ 6-7 เดือน ที่นายกรัฐมตรีวางไว้ประเมินผลงาน
4.การควบรวมกระทรวงใหม่จะเกิดขึ้น
แม้อายุรัฐบาล 4 เดือน แต่ประชาชนรู้สึกว่าอยู่มานาน เพราะนับวาระการเป็นนายกรัฐมนตรี ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ตั้งแต่สมัยที่ 1 ต่อเนื่อง 8 เดือน เพราะการบริหาราชการแผ่นดินสมัยที่ 2 มีเรื่องราวเกี่ยวข้องกับประชาชนหลายมิติ
ทั้งราคาน้ำมัน ราคาแก๊สหุงต้ม ราคาปุ๋ย และราคาราชา-ราชินีผลไม้ ผันผวนหลายตลบ จากภาวะสงคราม
อีกทั้งยังมีมาตรการช่วยเหลือ “ไทยช่วยไทยพลัส” รายละ 1,000 บาท 4 เดือน ครอบคลุม 39 ล้านคน
ตัด-อุทธรณ์-ความช่วยเหลือ ระบบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีผู้เกี่ยวข้องกว่า 13 ล้านคน แม้ CFO-นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะได้รับคำชมจากชนชั้นกลางว่ากล้าตัดสินใจ เพื่อบริหารฐานะการคลังในอนาคต สวนทางกับฐานเสียงของพรรคภูมิใจไทยที่หายไปอย่างมีนัยสำคัญ
สส. หลายรายระงม คำนวณตัวเลข ส่งให้กรรมการกลางของพรรคพิจารณา ตัวเลขฐานเสียงที่หายไปจากการ “ตัดสิทธิ” บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ราวหมื่นคะแนน ต่อเขตเลือกตั้ง
วาระ 4 เดือน ที่ต้องเผชิญมรสุมตรวจสอบทั้งใน-นอกสภาผู้แทน ร้อนแรงเพิ่มดีกรีไม่เว้นวันคือ “คดีฮั้วเลือก สว.” ซึ่งมีรัฐมนตรี และนักการเมือง 9 ราย มีชื่อเป็นผู้ถูกกล่าวหากระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561
และคดีใหญ่ “ทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่น” ทั่วประเทศ รวมทั้งข้อครหาความไม่โปร่งใส-ไม่คุ้มค่าโครงการ TH-AI Passport วงเงิน 1,621 ล้านบาท
แกนนำพรรคภูมิใจไทยสนทนากันจริงจัง ปักธงการปรับ ครม.ไว้ในลำดับความสำคัญแรก คือ การเปลี่ยนแปลงในกระทรวงมหาดไทย ที่นายอนุทินคุมหน้าบ้านนานกว่า 3 ปี แต่ “ระบบหลังบ้าน” ถูกวางกำลังโดยบ้านใหญ่บุรีรัมย์
ก่อนการปรับ ครม. มีการจัดกำลังระดับผู้บริหารกระทรวงใหม่ยกกะบิ ตามโผโยกย้ายที่ว่อนเกินกว่า 18 ตำแหน่ง และจัดวางผังหัวหน้าส่วนราชการทุกสังกัด “แบบอยู่ยาว”
หลังเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนรอบใหม่ ช่วงไตรมาส 3-4 ปีนี้ รัฐบาลที่เชี่ยวชาญเกมการเมือง ไต่เส้นลวดอำนาจ แลกเปลี่ยนผลประโยชน์แบบสมน้ำสมเนื้อ เข้าสู่โหมดต่อสู้ปะทะเข้มข้น
มิพักต้องกล่าวถึงวาระใหญ่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาอย่างจริงจัง ในฝ่ายนิติบัญญัติ เพราะจุดยืนของภูมิใจไทยแน่วแน่ ปักธง “ไม่แก้” หมวด 1, 2 และไม่แตะต้องมาตรา 8
ข่าวการต่อรองจากการเมืองสีเขียว-สีแดง ที่สะพัด ก่อนปรับ ครม. เป็นแค่เกมยั่วให้แย้ง เพราะวาระจริงถูกเจรจามัดจำไว้ล่วงหน้าแล้ว ในระดับนำเหนือพรรคสีน้ำเงิน-แดง
ผู้ที่ได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีในกระทรวง “ของแถม” คงรู้อยู่แก่ใจ