ต่างชาติลงทุนไทยโต 26% ใน 9 เดือน จ้างงานคนไทยเพิ่ม 20%
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผย 9 เดือนแรกปี 2569 อนุญาตต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทย 971 ราย เพิ่มขึ้น 26% จากปีก่อน เงินลงทุนรวม 271,176 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18,060 ล้านบาท หรือ 7% สิงคโปร์ครองมูลค่าลงทุนสูงสุด 74,452 ล้านบาท ตามด้วยญี่ปุ่น 56,562 ล้านบาท และจีน 46,031 ล้านบาท ขณะที่การลงทุนผ่าน BOI มี 494 ราย มูลค่า 201,352 ล้านบาท ส่วนพื้นที่ EEC ดึงเงินลงทุนได้กว่า 102,740 ล้านบาท
นายกิตติวัฒน์ ปัจฉิมนันท์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เปิดเผยว่า ช่วง 9 เดือนแรก หรือ 3 ไตรมาสของปี 2569 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จำนวน 971 ราย เงินลงทุนรวม 271,176 ล้านบาท
แบ่งเป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 228 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 743 ราย ซึ่งรวมถึงการลงทุนผ่านกฎหมายส่งเสริมการลงทุน การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ
เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 จำนวนธุรกิจต่างชาติที่ได้รับอนุญาตเพิ่มขึ้น 201 ราย หรือ 26% จาก 770 ราย เป็น 971 ราย ขณะที่มูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้น 18,060 ล้านบาท หรือ 7% จาก 253,116 ล้านบาท เป็น 271,176 ล้านบาท
ด้านการจ้างงานคนไทยจากนักลงทุนที่ขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวอยู่ที่ 6,134 คน เพิ่มขึ้น 1,002 คน หรือ 20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 5,132 คน
สำหรับนักลงทุนต่างชาติ 5 อันดับแรก หากพิจารณาตามจำนวนราย จีนมีจำนวนสูงสุด 183 ราย คิดเป็น 19% ของธุรกิจต่างชาติทั้งหมด เงินลงทุน 46,031 ล้านบาท ครอบคลุมธุรกิจแปรรูปไม้ ศูนย์กระจายสินค้า งานบริการติดตั้งและซ่อมบำรุงเครื่องจักร รวมถึงการรับจ้างผลิตอุปกรณ์สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ชิ้นส่วนโลหะ และผลิตภัณฑ์เคมีอุตสาหกรรม
อันดับ 2 สหรัฐอเมริกา 160 ราย คิดเป็น 16% เงินลงทุน 6,940 ล้านบาท ในธุรกิจบริการทางวิศวกรรม โฆษณา แปรรูปไม้ และรับจ้างผลิตชิ้นส่วนต่าง ๆ
สิงคโปร์มี 131 ราย คิดเป็น 13% แต่มีมูลค่าลงทุนสูงสุดในกลุ่มประเทศหลักที่ 74,452 ล้านบาท ในธุรกิจผลิตไม้วีเนียร์ งานวิศวกรรมและเทคนิคสำหรับศูนย์ข้อมูล ธุรกิจแฟรนไชส์ และการรับจ้างผลิตสินค้า
ญี่ปุ่นมี 131 ราย คิดเป็น 13% เงินลงทุน 56,562 ล้านบาท ครอบคลุมบริการวิศวกรรม การออกแบบอิเล็กทรอนิกส์ การพัฒนาและปรับปรุงซอฟต์แวร์ ตลอดจนการรับจ้างผลิตชิ้นส่วนยานพาหนะ ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และชิ้นส่วนพลาสติก
ส่วนฮ่องกงมี 89 ราย คิดเป็น 9% เงินลงทุน 16,987 ล้านบาท ในธุรกิจบริการขุดเจาะปิโตรเลียม สถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า การพัฒนาและปรับปรุงซอฟต์แวร์ รวมถึงการผลิต Plastic Masterbatch, High Energy Density Battery และเครื่องจักรอัตโนมัติ
นายกิตติวัฒน์กล่าวว่า การลงทุนของต่างชาติส่วนใหญ่มาจากการลงทุนตามกฎหมายส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI จำนวน 494 ราย คิดเป็น 51% ของจำนวนการอนุญาตทั้งหมด 971 ราย มีมูลค่าลงทุน 201,352 ล้านบาท
ธุรกิจที่ได้รับอนุญาตผ่านช่องทาง BOI สูงสุด 3 กลุ่ม ได้แก่ ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์และชิ้นส่วนโลหะ เครื่องจักรอัตโนมัติ ผลิตภัณฑ์พลาสติกและชิ้นส่วนพลาสติก
กลุ่มธุรกิจบริการที่มีมูลค่าสูง เช่น Trade and Investment Support Office หรือ TISO, International Business Center หรือ IBC และ International Procurement Office หรือ IPO
รวมถึงธุรกิจบริการด้านคอมพิวเตอร์ เช่น การพัฒนาซอฟต์แวร์ แพลตฟอร์ม และ Data Center ซึ่งอยู่ในกลุ่มเป้าหมายด้านเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI Services
สำหรับการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ช่วง 9 เดือนแรกปี 2569 มีนักลงทุนต่างชาติ 302 ราย คิดเป็น 31% ของจำนวนนักลงทุนต่างชาติทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 80 ราย หรือ 36%
มูลค่าการลงทุนใน EEC อยู่ที่ 102,740 ล้านบาท คิดเป็น 38% ของเงินลงทุนทั้งหมด โดยจีนเข้ามาลงทุน 110 ราย มูลค่า 36,775 ล้านบาท ญี่ปุ่น 45 ราย มูลค่า 28,283 ล้านบาท ฮ่องกง 35 ราย มูลค่า 7,319 ล้านบาท และประเทศอื่น ๆ 112 ราย มูลค่า 30,363 ล้านบาท
ธุรกิจที่เข้ามาลงทุนใน EEC มีทั้งบริการติดตั้ง ทดสอบ ซ่อมแซมและบำรุงรักษาอุปกรณ์ภายในแม่พิมพ์ การพัฒนาและปรับปรุงซอฟต์แวร์ บริการทางวิศวกรรม และการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ชิ้นส่วนโลหะขึ้นรูป Inverter สำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้า และชิ้นส่วนยานพาหนะ
เฉพาะเดือนกันยายน 2569 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจในประเทศไทย 136 ราย เงินลงทุนรวม 21,915 ล้านบาท แบ่งเป็นการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 29 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 107 ราย
นักลงทุนส่วนใหญ่ในเดือนดังกล่าวมาจากสหรัฐอเมริกา จีน และญี่ปุ่น ตามลำดับ มีการจ้างงานคนไทยจากนักลงทุนที่ขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 271 คน พร้อมมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้เฉพาะด้านให้แก่คนไทย ทั้งระบบบริหารร้านค้าและลูกค้า เทคโนโลยีรางเชื้อเพลิงแรงดันสูงภายในเครื่องยนต์ และการใช้งานเครื่องจักร Injection Molding Machine

