เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
WHAUP ลุยโซลาร์ฟาร์ม 9.9 เมกะวัตต์ COD ปี 70 ดันพอร์ตพลังงานหมุนเวียน 542 เมกะวัตต์
Economic WHAUP ลุยโซลาร์ฟาร์ม 9.9 เมกะวัตต์ COD ปี 70 ดันพอร์ตพลังงานหมุนเวียน 542 เมกะวัตต์
รมช.แนน หวั่นศึก กสทช. ลาม ห่วงเน็ตยูโซ่ดับ ประชาชนหันมารุมสวด “ดีอี”
Tech รมช.แนน หวั่นศึก กสทช. ลาม ห่วงเน็ตยูโซ่ดับ ประชาชนหันมารุมสวด “ดีอี”
คาด ธ.ค.นี้ ได้ ’CEO การบินไทย‘ หลังมีผู้สมัคร 9 คน
Politics คาด ธ.ค.นี้ ได้ ’CEO การบินไทย‘ หลังมีผู้สมัคร 9 คน
ชมแฟชั่นผ้าไทย จาก ‘คริสตาลินา กอร์เกียวา’ ผู้ประกาศตัวเป็น ‘ทูตผ้าไหมไทย’
Biz Movement ชมแฟชั่นผ้าไทย จาก ‘คริสตาลินา กอร์เกียวา’ ผู้ประกาศตัวเป็น ‘ทูตผ้าไหมไทย’
ครม.ไฟเขียวงบกลาง หมื่นล้าน ‘เยียวยาน้ำท่วม‘ เฟส 2 
Politics ครม.ไฟเขียวงบกลาง หมื่นล้าน ‘เยียวยาน้ำท่วม‘ เฟส 2 
มิตรผล เร่งลงทุนเกษตรคาร์บอนต่ำปั้น 3 โรงงานสีเขียว ชิงแต้มต่อการค้าโลก
Economic มิตรผล เร่งลงทุนเกษตรคาร์บอนต่ำปั้น 3 โรงงานสีเขียว ชิงแต้มต่อการค้าโลก
“วราวุธ” เร่ง 3 เหมืองโพแทช 3.2 ล้านตัน ลดนำเข้าปูทางส่งออก 3 หมื่นล้าน/ปี
Economic “วราวุธ” เร่ง 3 เหมืองโพแทช 3.2 ล้านตัน ลดนำเข้าปูทางส่งออก 3 หมื่นล้าน/ปี
เบื้องหลัง Editor-in-Chief ‘สันติธาร’ ยุทธศาสตร์นำไทยสวมบท ‘ผู้เชื่อมโลก’ เวที IMF-World Bank
Finance เบื้องหลัง Editor-in-Chief ‘สันติธาร’ ยุทธศาสตร์นำไทยสวมบท ‘ผู้เชื่อมโลก’ เวที IMF-World Bank
ก.ล.ต.ปลดล็อกปมหุ้นกู้ผิดนัด เปิดทางผู้แทนลุยต่อ ไม่ต้องรอมติ
Finance ก.ล.ต.ปลดล็อกปมหุ้นกู้ผิดนัด เปิดทางผู้แทนลุยต่อ ไม่ต้องรอมติ
GBS ชู 5 หุ้นอสังหาฯ หลบตลาดผันผวน รับสินเชื่อบ้าน PLUS
Finance GBS ชู 5 หุ้นอสังหาฯ หลบตลาดผันผวน รับสินเชื่อบ้าน PLUS
ดูทั้งหมด

GBS ชู 5 หุ้นอสังหาฯ หลบตลาดผันผวน รับสินเชื่อบ้าน PLUS

20 ต.ค. 2569 | 11:29น.
อสังหา อสังหาริมทรัพย์

บล.โกลเบล็กมองหุ้นไทยสัปดาห์นี้เสี่ยงอ่อนตัวตามตลาดโลก วางกรอบ 1,550-1,590 จุด จับตางบแบงก์-ทิศทางดอกเบี้ยเฟด เปิดโผ LPN-PSH-SPALI-SENA-ORI รับอานิสงส์สินเชื่อบ้าน PLUS

นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด (GBS) เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้มีโอกาสปรับตัวลดลงตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยมีแรงกดดันสำคัญจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง หลังสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น

ขณะเดียวกัน หุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (ETRON) ยังเผชิญแรงกดดันจากการเทขายหุ้นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ระลอกใหม่ ส่งผลให้ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET Index) อยู่ที่ระดับ 1,550-1,590 จุด

สำหรับปัจจัยสนับสนุนตลาดหุ้นทั้งในและต่างประเทศ ได้แก่ มุมมองของนายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่ยังมีทัศนะเชิงบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ พร้อมแสดงความประหลาดใจที่เศรษฐกิจโลกสามารถรับมือกับวิกฤตพลังงานที่ยืดเยื้อ และนโยบายการเงินเข้มงวดเพื่อควบคุมเงินเฟ้อได้ดี

ส่วนปัจจัยภายในประเทศ กระทรวงการคลังเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ภายใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า หรืออย่างช้าภายในเดือนพ.ย. 2569 โดยมีแนวทางปรับขึ้นภาษีรถยนต์ไฟฟ้านำเข้าทั้งคันที่ไม่ใช้ชิ้นส่วนผลิตในประเทศไทย จากเดิม 10% เป็นไม่น้อยกว่า 30%

มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายปกป้องผู้ประกอบการที่ลงทุนตั้งโรงงานและสร้างเครือข่ายการผลิตในประเทศไทย รวมถึงจูงใจผู้ผลิตรถยนต์ที่ยังนำเข้ารถทั้งคันให้หันมาลงทุนผลิตในประเทศมากขึ้น โดยคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2570

นอกจากนี้ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า ภายในปี 2573 กรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีโครงข่ายรถไฟฟ้าระยะที่ 1 ครบ 9 สี รวม 14 เส้นทาง ระยะทางเกือบ 280 กิโลเมตร จากการเตรียมเปิดให้บริการเพิ่มเติมอีก 3 โครงการ ประกอบด้วย รถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี ในปี 2571 ส่วนรถไฟฟ้าสายสีส้มฝั่งตะวันตกช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-บางขุนนนท์ และสายสีม่วงใต้ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ มีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2573

อีกหนึ่งปัจจัยที่อาจเป็นบวกต่อตลาดหุ้นไทย คือประเด็นที่ MSCI เตรียมถอดตลาดหุ้นอินโดนีเซียออกจากกลุ่มดัชนีระดับโลก หลังประเมินว่าไม่ผ่านเกณฑ์การคงสถานะตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดกระแสเงินทุนต่างชาติไหลออกจากตลาดหุ้นอินโดนีเซีย และเป็นโอกาสที่ตลาดหุ้นไทยในภูมิภาคเดียวกันจะได้รับประโยชน์จากการโยกย้ายเงินลงทุน

อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นยังเผชิญความเสี่ยงจากปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือนกันยายนที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) สูงกว่าตลาดคาดการณ์ที่ 3.6% และเร่งตัวจากระดับ 3.4% ในเดือนสิงหาคม

ประกอบกับนางแมรี ดาลี ประธาน Fed สาขาซานฟรานซิสโก และนายจอห์น วิลเลียมส์ ประธาน Fed สาขานิวยอร์ก ส่งสัญญาณว่า Fed อาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ทั้งนี้ ข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group สะท้อนว่า นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนต.ค. เป็น 42% จากระดับ 22% ก่อนการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อ ขณะที่ความเป็นไปได้ในการปรับขึ้นดอกเบี้ยเดือนธ.ค. อยู่ที่ 93%

ขณะเดียวกัน ยังต้องติดตามสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ หลังไต้หวันพิจารณาเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการส่งออกชิป AI ไปยังจีน เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการของสหรัฐฯ ในการป้องกันการลักลอบส่งออกชิปและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ขั้นสูง
รวมถึงความตึงเครียดระหว่างจีนกับไต้หวัน หลังรัฐบาลจีนออกมาเตือนให้ไต้หวันรับผิดชอบต่อผลที่ตามมา กรณีหน่วยยามฝั่งไต้หวันใช้ปืนฉีดน้ำยิงใส่เรือประมงจีนใกล้หมู่เกาะตงซาในทะเลจีนใต้ ซึ่งจีนมองว่าเป็นการยั่วยุให้เกิดความขัดแย้ง

นอกจากนี้ ยังมีการประท้วงในฝรั่งเศส โดยประชาชนประมาณ 550,000 คนเข้าร่วมชุมนุมทั่วประเทศ เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อปัญหาราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าครองชีพ การศึกษา และบริการสาธารณะ

สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามในประเทศ ได้แก่ การประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ของหุ้นกลุ่มธนาคาร ซึ่งมีกำหนดส่งงบการเงินภายในวันที่ 21 ต.ค.นี้ ขณะที่สัปดาห์ที่ 4 ของเดือน กระทรวงพาณิชย์จะแถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จะรายงานยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์

ส่วนวันที่ 28 ต.ค.ติดตามการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 5/2569 และวันที่ 30 ต.ค. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะรายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย ก่อนเข้าสู่สัปดาห์ที่ 5 ซึ่งจะมีการเปิดเผยดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และรายงานภาวะเศรษฐกิจจากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)

ด้านต่างประเทศ วันที่ 20-22 ต.ค. ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ อาทิ การจ้างงานภาคเอกชนรายสัปดาห์ การเริ่มสร้างบ้าน การอนุญาตก่อสร้าง ยอดทำสัญญาขายบ้านเดือนกันยายน สต็อกน้ำมัน และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจและผู้บริโภคของสหภาพยุโรป ตลอดจนดุลการค้าญี่ปุ่น

ขณะที่ช่วงปลายเดือนมีการประชุมธนาคารกลางสำคัญ ได้แก่ Fed วันที่ 27-28 ต.ค. ธนาคารกลางยุโรป (ECB) วันที่ 29 ต.ค. และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) วันที่ 30 ต.ค. ก่อนติดตามการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ วันที่ 3 พ.ย. 2569

ด้านนายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า กลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้แนะนำเลือกหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากโครงการสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS โดยเน้นบริษัทที่มีสินค้าบ้านและ/หรือคอนโดมิเนียมในระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท

หุ้นที่แนะนำมีทั้งหมด 5 บริษัท ได้แก่ LPN อัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) 6.5%, PSH อัตราผลตอบแทนเงินปันผล 2.9%, SPALI อัตราผลตอบแทนเงินปันผล 7.8%, SENA อัตราผลตอบแทนเงินปันผล 8.4% และ ORI อัตราผลตอบแทนเงินปันผล 4.1%

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หุ้นอสังหาฯ