ก.ล.ต. เชือดอดีตผู้แนะนำลงทุนแบงก์ 10 ปี พบแอบทำ ATM-ขายกองทุนลูกค้า 53.57 ล้าน
ก.ล.ต.สั่งเพิกถอนการให้ความเห็นชอบผู้แนะนำลงทุน 10 ปี หลังพบกระทำมิชอบต่อทรัพย์สินลูกค้า 13 ราย รวม 53.57 ล้านบาท ทั้งแอบเปิดบัญชี-ทำบัตร ATM ลักลอบขายกองทุน ถอนเงินไปใช้ส่วนตัวและหมุนเวียนข้ามบัญชี เผยธนาคารชดใช้เงินคืนครบแล้ว
รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ได้สั่งเพิกถอนการให้ความเห็นชอบเป็นผู้แนะนำการลงทุนของนางรุ่งรัชนี โชติพรหม ซึ่งขณะกระทำผิดสังกัดธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กรณีไม่ปฏิบัติหน้าที่หรือให้บริการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โดยกระทำมิชอบต่อทรัพย์สินของผู้ลงทุน 13 ราย มูลค่ารวม 53.57 ล้านบาท
จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมภายหลังได้รับรายงานจากธนาคารกรุงไทย พบว่า ระหว่างเดือนก.พ. 2555 – มี.ค. 2568 นางรุ่งรัชนีได้นำเอกสารของลูกค้าที่ประสงค์ลงทุนในกองทุน Term Fund ไปเปิดบัญชีกองทุนและจัดทำบัตร ATM ในนามลูกค้าโดยไม่ได้รับความยินยอม ก่อนถอนเงินจากบัญชีเงินฝากไปซื้อกองทุนเปิดที่ไม่ตรงกับความประสงค์ของลูกค้า
นอกจากนี้ ยังลักลอบขายกองทุนและถอนเงินจากบัญชีของลูกค้าหลายราย เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว หรือโอนเงินหมุนเวียนไปยังบัญชีลูกค้ารายอื่น ก่อนโอนกลับเข้าบัญชีเงินฝากจริงของลูกค้า เพื่อให้เห็นยอดเงินและเข้าใจว่าเงินลงทุนยังคงอยู่ตามปกติ
ขณะเดียวกัน ยังพบการจัดทำหลักฐานการซื้อขายกองทุนและการถอนเงินที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง รวมถึงแก้ไขและทำลายเอกสารของธนาคารเพื่อปกปิดการกระทำดังกล่าว
ทั้งนี้ ภายหลังธนาคารกรุงไทยตรวจพบการกระทำผิด ได้ชดใช้เงินคืนให้ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบครบถ้วนแล้ว
จากพฤติกรรมดังกล่าว เข้าข่ายการไม่ปฏิบัติหน้าที่หรือให้บริการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งเป็นลักษณะต้องห้ามของบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน จึงมีคำสั่งเพิกถอนการให้ความเห็นชอบเป็นผู้แนะนำการลงทุนตราสารซับซ้อนประเภท 2 พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะไม่รับพิจารณาคำขอความเห็นชอบเป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนอีกเป็นเวลา 10 ปี นับตั้งแต่วันที่ 6 พ.ย. 2569
สำหรับการกำหนดโทษ ได้พิจารณาจากบทบาทและพฤติกรรมของผู้กระทำผิด ผลกระทบและความเสียหายที่เกิดขึ้น การลงโทษที่ได้รับไปแล้ว ตลอดจนการแก้ไขและประวัติพฤติกรรมในอดีตประกอบการพิจารณา
พร้อมกันนี้ ก.ล.ต.เตือนผู้ลงทุนให้ตรวจสอบรายงานการถือหน่วยลงทุนและบัญชีเงินฝากอย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรฝากเอกสารสำคัญ เช่น บัตรประชาชน สมุดคู่ฝาก หรือใบถอนเงินที่ลงนามไว้ ให้ผู้แนะนำการลงทุนดำเนินธุรกรรมแทน เพื่อป้องกันความเสียหายจากการทุจริต