เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
บอร์ดราง เตรียมประกาศ กทม. เป็น “เขตเฝ้าระวังพิเศษ” ห้ามรถไฟสินค้าวิ่งกลางวัน-รถน้ำมัน 24 ชม.
Economic บอร์ดราง เตรียมประกาศ กทม. เป็น “เขตเฝ้าระวังพิเศษ” ห้ามรถไฟสินค้าวิ่งกลางวัน-รถน้ำมัน 24 ชม.
‘ผู้จัดการรายวัน’ เลิกพิมพ์ 31 ก.ค. ปิดฉากสื่อกระดาษกว่า 35 ปี
Business ‘ผู้จัดการรายวัน’ เลิกพิมพ์ 31 ก.ค. ปิดฉากสื่อกระดาษกว่า 35 ปี
‘สี จิ้นผิง‘ หนุนรัฐบาลไทยเร่งพัฒนารถไฟเชื่อม 3 ประเทศ ปราบอาชญากรรมข้ามชาติ
World ‘สี จิ้นผิง‘ หนุนรัฐบาลไทยเร่งพัฒนารถไฟเชื่อม 3 ประเทศ ปราบอาชญากรรมข้ามชาติ
ทรูมันนี่ เปิดตัวฟีเจอร์ ‘แตะจ่าย’ ใช้ที่ 7-Eleven-ร้านค้าพันธมิตร แตะเข้า MRT รอเร็ว ๆ นี้
Tech ทรูมันนี่ เปิดตัวฟีเจอร์ ‘แตะจ่าย’ ใช้ที่ 7-Eleven-ร้านค้าพันธมิตร แตะเข้า MRT รอเร็ว ๆ นี้
การรถไฟฯ เปิด SRT Bangkok Connex กรุงเทพฯ-อยุธยา เริ่ม 1 ส.ค.
Economic การรถไฟฯ เปิด SRT Bangkok Connex กรุงเทพฯ-อยุธยา เริ่ม 1 ส.ค.
ศูนย์การค้า Happitat แลนด์มาร์กใหม่ย่านบางนา พร้อมเปิดบริการ 21 ส.ค.นี้
Real Estate ศูนย์การค้า Happitat แลนด์มาร์กใหม่ย่านบางนา พร้อมเปิดบริการ 21 ส.ค.นี้
อรรษิษฐ์ เผย มติ กสถ. โละบัญชีสอบท้องถิ่น เรียงลำดับใหม่ทั้งหมด 5,924 คน
Politics อรรษิษฐ์ เผย มติ กสถ. โละบัญชีสอบท้องถิ่น เรียงลำดับใหม่ทั้งหมด 5,924 คน
ไปรษณีย์ไทย ปลุกเทรนด์ส่งท้ายบอลโลก 2026 ดัน “โปสต์การ์ดออนไลน์” ลุ้นทอง 7 ล้าน
Biz Movement ไปรษณีย์ไทย ปลุกเทรนด์ส่งท้ายบอลโลก 2026 ดัน “โปสต์การ์ดออนไลน์” ลุ้นทอง 7 ล้าน
กสถ. สัปดาห์หน้า ลงนามเพิกถอน 5,924 คน พร้อมประกาศบัญชีใหม่
Politics กสถ. สัปดาห์หน้า ลงนามเพิกถอน 5,924 คน พร้อมประกาศบัญชีใหม่
เริ่มแล้วเทศกาลความเร็ว “IMPACT Speed Fest 2026”  
Automotive เริ่มแล้วเทศกาลความเร็ว “IMPACT Speed Fest 2026”  
ดูทั้งหมด

“ธนาธร” ชี้เป้าพัฒนาอีสาน ข้ามผ่านคลื่น “ทักษิโณมิกส์”-

17 ก.ย. 2561 | 07:00น.
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

6 เดือน คือ อายุงานการเมืองของ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” 44 จังหวัด คือ พื้นที่ที่ “ธนาธร” ว่าที่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ลงเดินสายโฟกัสกรุ๊ป กับนักธุรกิจ-ปัญญาชนและชาวบ้าน

4 ปัญหาเศรษฐกิจระดับฐานราก กำลังพังทั้งระบบ คือ ข้อค้นพบ และจะถูกพัฒนาเป็นนโยบายพรรค

350 เขตเลือกตั้ง คือ เป้าหมายที่พรรคจะส่งผู้สมัคร แต่ไม่มีเป้าหมายเป็นตัวเลข ส.ส.ที่จะได้ เพราะคิดว่าการปักหมุดทางความคิด สำคัญกว่าการปักหมุดจำนวน ส.ส.ที่จะได้

8 ปี คือ วาระการเลือกตั้งที่ถูกทำให้หายไป

10/2561 คือ เดือน-ปี ที่ “ธนาธร” จะประกาศนโยบายเศรษฐกิจรณรงค์หาเสียงของพรรค ที่เขาฉายหนังตัวอย่างว่า จะชัดเจนทั้งการเกษตร-ปัญหาปากท้อง

“ธนาธร” ลงจากเวทีเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม ประเทศเวียดนาม บ่ายวันที่ 12 กันยายน 2561 ซึ่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ทั้งทำเนียบรัฐบาล-สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประสานเป็นเสียงเดียวกันว่า 24 ก.พ. 62 คือ วันเลือกตั้ง

ห้วงที่ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และทีมเศรษฐกิจกำลังหัวปั่น กับการปั้นเศรษฐกิจฐานราก “ธนาธร” ไขรหัสความฟุบ-ไม่ฟื้นของเศรษฐกิจรากหญ้า ว่ามี 4 ปัจจัย

“ทั่วประเทศ 44 จังหวัด ทุก ๆ ที่ที่เราไป ประชาชนกระเป๋าหนักมาก มีแต่เหรียญ ไม่มีธนบัตรเหลืออยู่เลย ปัญหาเศรษฐกิจชนบทหนักมาก”

4 ปัจจัยแห่งความไม่ฟื้นของเศรษฐกิจฐานราก ในทรรศนะ “ธนาธร” คือ 1.ราคาพืชผลทางการเกษตรตัวสำคัญ ๆ ราคาตกทั้งหมด 2.อุตสาหกรรมประมงพังทั้งอุตสาหกรรม ฟังจากผู้ประกอบการประมงชายฝั่ง และนอกชายฝั่ง น่าจะเสียหายเป็นแสนล้าน

3.ที่เศรษฐกิจท้องถิ่นไม่ขยับ เพราะงบประมาณที่ลงสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ใช้การไม่ได้ เพราะถูกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเพ่งเล็งหนักมาก เป็นตัวใหญ่ที่ทำให้เศรษฐกิจท้องถิ่นไม่เดิน 4.ถ้าดูการเติบโตของบริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯจะเห็นว่ามีกำไรโตขึ้นมา 10% กว่า แต่เมื่อดูจีดีพีโตแค่ 4% จะเห็นได้เลยว่าสัดส่วนของการแชร์การเติบโตทางเศรษฐกิจไปอยู่ที่บริษัทใหญ่ทั้งหมด

ปัญหาหนักและเรื้อรังขนาดนี้ ถ้าพรรคอนาคตใหม่เป็นรัฐบาล สิ่งที่จะทำทันที คือ “สนับสนุนราคาสินค้าเกษตร” แต่ “ธนาธร” รู้ทันทักษิณ เข้าใจเกมประยุทธ์ ในระยะยาว เขาจะพาเกษตรกรออกจากกับดัก “ประกันราคา”

“เท่าที่เก็บตัวเลขการสนับสนุนราคาสินค้าเกษตรของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ได้แก่ ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง และปาล์ม ใช้เงินสนับสนุนไปประมาณ 1 แสนกว่าล้านบาท ระยะยาวอย่าไปอยู่ในเกมนี้ เพราะเป็นเกมที่คุณทักษิณ ชินวัตร สร้างขึ้น เมื่อไหร่ก็ตามที่ลงไปคุยกับประชาชนในพื้นที่ คำถามแรกที่เจอคือ ยางกิโลเท่าไหร่ ข้าวกิโลเท่าไหร่ อยู่ในวงจรแบบนี้ พรรคเราพยายามหลีกเลี่ยงการตอบสนองความต้องการของประชาชนแบบนี้”

หัวหน้าพรรคที่ครบเครื่องเรื่องบิ๊กดาต้าบอกว่า “เรามีวิธีอื่นที่ทำให้พืชผลเศรษฐกิจของไทยสามารถแข่งขันในระดับโลกได้ดีกว่านี้ คือ สร้างโครงสร้างพื้นฐานในระบบการเกษตร ผมได้ไปดูอุตสาหกรรมการแปรรูปยาง ปาล์ม หรือข้าว ล้าหลังมาก หากไปเทียบกับประเทศที่พัฒนาทางการเกษตร เช่น ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา เทคโนโลยีที่ใช้คนละโลกกันเลย ยกตัวอย่าง ข้าว ไทยเป็นประเทศที่บอกว่าส่งออกข้าวมากที่สุดในโลก แต่ไทยไม่มีแม้แต่บริษัทเครื่องสีข้าว บริษัทที่ทำเครื่องสีข้าวชั้นนำ คือ ประเทศเยอรมนี”

คลื่นเศรษฐกิจลูกที่ 4 ที่ต่อจาก “ทักษิโณมิกส์” ที่ “ธนาธร” คาดหวังและจะทำให้เกิดขึ้น คือ “การปลดปล่อยพลังเศรษฐกิจสร้างสรรค์” จากต่างจังหวัด ด้วยการกระจายอำนาจ

“เราเชื่อว่าเป็นคลื่นใหม่ของการพัฒนาเศรษฐกิจขอแค่เอาข้อจำกัดของรัฐไทยออกไป”

“ต่อจากคลื่นลูกที่ 1 คือ การสร้างอุตสาหกรรมภายในประเทศแทนการนำเข้า คลื่นลูกที่ 2 ผลิตเพื่อส่งออก คลื่นลูกที่ 3 เป็นทักษิโณมิกส์ ที่เรียกว่า dual track”

“คลื่นถัดไปไม่ใช่ EEC เพราะเปิดโอกาสให้ต่างชาติมาลงทุน มีการสร้างรถไฟ ถนนให้ต่างชาติมาใช้ทรัพยากรในประเทศ แล้วดึงมาลงทุนในอุตสาหกรรมที่ไม่มีความเกี่ยวโยงกับทรัพยากรของประเทศไทย เช่น อุตสาหกรรมโรบอต อากาศยาน ไบโอเทคโนโลยี ซึ่งสร้างซัพพลายเชนต่อในประเทศไทยไม่ได้”

“เรายังดึงพลังที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาใช้ไม่พอ และเห็นชัดว่ามีคนต้องการระเบิดพลังเช่นนี้มหาศาล เช่น นักธุรกิจรุ่นใหม่ YEC (young entrepreneur chamber of commerce) ถ้าปล่อยให้ท้องถิ่นมีอำนาจในการบริหารจัดการตัวเองได้”

คลื่นเศรษฐกิจใหม่ของ “ธนาธร” จะไม่พัดพา EEC และ S-curve ร่วมขบวนการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ เพราะเขาเชื่อว่า

“จำเป็นต้องหาเครื่องยนต์ตัวใหม่มากระตุ้นเศรษฐกิจ การสร้างเศรษฐกิจต้องเป็นอุตสาหกรรมที่ยึดโยงกับทรัพยากรที่มีในประเทศ ไม่ใช่อุตสาหกรรมที่ลอยตัวจากทรัพยากรในประเทศ เช่น ผลิตชิ้นส่วนเครื่องบิน หุ่นยนต์ หรืออุตสาหกรรมยา แม้มีข้อจริงอยู่ที่อุตสาหกรรม S-curve ที่เป็นเสาหลักของประเทศ คือ อิเล็กทรอนิกส์ กับยานยนต์ สลับกันขึ้นลง โดยมีอุตสาหกรรมอัญมณีเป็นอันดับ 3 แต่อัตราการเติบโตไม่สามารถพาทั้งประเทศไปข้างหน้าได้อีกแล้ว เพราะส่วนแบ่งการตลาดในต่างประเทศค่อนข้างอิ่มตัว”

“ธนาธร” วิพากษ์เขตเศรษฐกิจ-อุตสาหกรรมดาวรุ่งตัวใหม่ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ว่า “กำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดไปที่ภาคตะวันออก ตัวเลข GDP per capita หรือรายได้ต่อหัวของประชากรของภาคตะวันออกสูงมาก ระยองจังหวัดเดียวโตมากกว่าอีสานทั้งภาค ซึ่งคนที่ได้ผลประโยชน์จาก EEC ไม่ใช่คนตะวันออก แต่ฝ่ายที่รับประโยชน์ คือ กลุ่มทุนที่มีสำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพฯ”

หมุดหมายที่ “ธนาธร” ต้องการปักใหม่ คือ “เศรษฐกิจอีสาน”

“ยิ่งสนับสนุน EEC ยิ่งสนับสนุนให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมในประเทศ สิ่งที่เราเสนอคือเอาอุตสาหกรรมไปลงในภาคอีสานตอนนี้กล้ายืนยันได้ว่าไม่มีจังหวัดใดในภาคอีสาน แม้แต่นครราชสีมา อุบลราชธานี ที่จ้างงานเกิน 3 หมื่นบาทต่อเดือน เกิน 3 พันงาน เราต้องการนำงานที่มีคุณภาพไปลงต่างจังหวัด โดยอุตสาหกรรมยึดโยงทรัพยากรที่มีในต่างจังหวัดและวิถีชีวิตผู้คน”

ในบทบาทพันธมิตรคู่ค้า ที่ผู้นำทั่วโลกล้วนอยากคบหากับ “จีน 5.0” แต่สำหรับ “ธนาธร” เขาอยากถอยห่างจากจีนให้มากขึ้น

“ชัดเจนมาก นโยบายที่ทำเกี่ยวกับรัฐบาลจีนทั้งหมดต้องนำกลับมารื้อและทบทวนทั้งหมด นโยบายที่ทำแล้วไม่มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ทำเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองต้องยกเลิกทั้งหมด”

“ความสัมพันธ์จีนไม่ใช่ว่าไม่ดี แต่ความสัมพันธ์กับจีนในช่วงเวลานี้ไม่ได้เกิดจากการคิดรอบด้าน หรือมีตัวเลือกเพียงพอ เพราะรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ปิดโอกาสการค้าและเศรษฐกิจ ความร่วมมือกับต่างประเทศ กลุ่มทุนที่ทำงานกับคณะรัฐประหารมีความสัมพันธ์อย่างแนบแน่นกับจีน ในรอบ 4-5 ปีที่ผ่านมา จึงเห็นการเข้ามาของกลุ่มทุนจีนเยอะมาก”

“การเจรจารถไฟความเร็วสูงไทย-จีน สาระสำคัญจีนให้เงินกู้ไทย ต้องไปซื้อของจีน ซื้อรถไฟจีน จ้างแรงงานจีนทำงานทั้งหมด ทั้งการสร้างรถไฟความเร็วสูงไม่มีใครสร้างแค่ 3.5 กิโลเมตร เป้าหมายเดียวที่เห็นชัด คือ การปักธงของจีน”

“พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 แทบจะยกประเทศให้จีน เพราะกำหนดให้ซื้อของที่ถูกที่สุด ทำให้ข้าราชการไม่กล้าซื้อของที่แพงและมีคุณภาพ”

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”