เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อัปเดตเหตุไฟไหม้ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว”ดับ 28 ราย เจ็บ 71 ราย
Uncategorized อัปเดตเหตุไฟไหม้ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว”ดับ 28 ราย เจ็บ 71 ราย
แสนสิริ ผนึก กสิกรไทย ปฏิวัติอสังหาฯสีเขียวครบวงจรรายแรก Green Loan-Green Bond
Real Estate แสนสิริ ผนึก กสิกรไทย ปฏิวัติอสังหาฯสีเขียวครบวงจรรายแรก Green Loan-Green Bond
ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว มพบ. เปิดช่องทางเยียวยา ลูกค้า-นักดนตรี ฟ้องแพ่ง/ประกันสังคมได้
News ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว มพบ. เปิดช่องทางเยียวยา ลูกค้า-นักดนตรี ฟ้องแพ่ง/ประกันสังคมได้
YLG เปิดให้บริการซื้อขาย Gold Spot ด้วยเงินดอลลาร์แบบเรียลไทม์ หนุนทำกำไรส่วนต่างไม่ต้องแปลงค่าเงิน
Finance YLG เปิดให้บริการซื้อขาย Gold Spot ด้วยเงินดอลลาร์แบบเรียลไทม์ หนุนทำกำไรส่วนต่างไม่ต้องแปลงค่าเงิน
คลังประกาศผลบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 17 ก.ค. เวลา 6 โมงเช้า
Finance คลังประกาศผลบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 17 ก.ค. เวลา 6 โมงเช้า
ออมสิน ปิดท้ายแคมเปญ 113 ปี ลุ้นรางวัลสลากออมสินรวม 70 ล้านบาท ซื้อได้ถึง 15 ก.ค. นี้
Finance ออมสิน ปิดท้ายแคมเปญ 113 ปี ลุ้นรางวัลสลากออมสินรวม 70 ล้านบาท ซื้อได้ถึง 15 ก.ค. นี้
‘เอกนิติ’ สั่งตั้งคณะทำงานระบบ CHECKED เชื่อมโยงข้อมูลปราบทุนเทา
Finance ‘เอกนิติ’ สั่งตั้งคณะทำงานระบบ CHECKED เชื่อมโยงข้อมูลปราบทุนเทา
ราคาทองวันนี้ (13 ก.ค. 69) ร่วงลง 700 บาท รูปพรรณขายออก 65,100 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (13 ก.ค. 69) ร่วงลง 700 บาท รูปพรรณขายออก 65,100 บาท
กรมทางหลวง เปิดเวทีรัฐ-เอกชน ถอดโจทย์พัฒนาจุดพักรถรับ “บรรทุก-บัสอีวี“
Economic กรมทางหลวง เปิดเวทีรัฐ-เอกชน ถอดโจทย์พัฒนาจุดพักรถรับ “บรรทุก-บัสอีวี“
“โซลีน่า เรสซิเดนท์”ทุ่ม 1,000 ล้านบาท เปิดวิลล่า Ultra-Luxury กระบี่
Real Estate “โซลีน่า เรสซิเดนท์”ทุ่ม 1,000 ล้านบาท เปิดวิลล่า Ultra-Luxury กระบี่
ดูทั้งหมด

บาทแข็งค่าต่อเนื่อง แม้เฟดเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยตามแผน

28 ก.ย. 2561 | 18:59น.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของค่าเงินสกุลหลักในตลาดระหว่างวันที่ 24-28 กันยายน 2561 ค่าเงินบาทเปิดในวันจันทร์ (24/9) ที่ระดับ 32.47/48 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (21/9) ที่ระดับ 32.38/39 บาท/ดอลลาร์ จากการแข็งค่าขึ้นของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าลงอย่างมากของค่าเงินปอนด์ จากความกังวลของนักลงทุนภายหลังจากที่การเจรจาระหว่างอังกฤษและสหภาพยุโรป (อียู) ยังคงคลุมเคลือและตลาดมีความวิตกเพิ่มขึ้นว่า อังกฤษอาจจะต้องถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) โดยไม่มีการทำข้อตกลงด้านการค้า นอกจากนี้แล้วนักลงทุนยังคงเข้าซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังจากที่ความกังวลต่อสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ และจีนเริ่มรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากมาตรการของสหรัฐ ที่เรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนมูลค่า 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมาตรการตอบโต้ของจีนเพื่อเก็บภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐ มูลค่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันจันทร์ (24/9) โดยที่ไม่สามารถตกลงร่วมกันได้ ทั้งนี้ แหล่งข่าวได้แจ้งว่าจีนได้ยกเลิกการเจรจาการค้ากับสหรัฐ และจะไม่ส่งนายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีของจีนไปยังสหรัฐในสัปดาห์นี้ ในส่วนของตัวเลขเศรษฐกิจนั้น ในวันศุกร์ (21/9) บริษัทมาร์กิตเปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นต้นของสหรัฐ ลดลงเกินคาดสู่ 52.9 ในเดือนกันยายนเพิ่มขึ้นจากระดับ 54.7 ในเดือนสิงหาคม สวนทางกับดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นต้นของสหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้นเกินคาดสู่ 55.6 ในเดือนกันยายน เพิ่มขึ้นจากระดับ 54.8 ในเดือนสิงหาคม ขณะที่ในวันอังคาร (25/9) คณะกรรมการการประชุม (Conference Board) ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐ ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 138.4 ในเดือนกันยายน สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นจะลดลงสู่ระดับ 132.0 และสูงขึ้นจากระดับ 134.7 ในเดือนกรกฎรคม โดยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐได้ปัจจัยสนับสนุนจากเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง และการขยายตัวของการจ้างงาน ซึ่งช่วยเพิ่มการใช้จ่ายของผู้บริโภค นอกจากนี้ ผลสำรวจพบว่าผู้บริโภคที่มีมุมมองดีขึ้นต่อสภาวะเศรษฐกิจในช่วง 6 เดือนข้างหน้า มีจำนวนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 27.6% จากระดับ 24.4% ในเดือนสิงหาคม ค่าเงินบาทในช่วงต้นสัปดาห์เคลื่อนไหวในกรอบที่จำกัดก่อนการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเริ่มขึ้นในวันอังคาร (25/9) โดยคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติเป็นเอกฉันท์ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% จากระดับ 1.75%-2.00% สู่ระดับ 2.00%-2.25% ตามที่นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ไว้ และนับเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งที่ 8 นับตั้งแต่ได้มีการปรับนโยบายการเงินสู่ภาวะปกติตั้งแต่เดือนธันวาคม 2558 พร้อมทั้งปรับเพิ่มด้วยเลขคาดการขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐ ในปี 2561 จากเดิมที่ 2.8% สู่ระดับ 3.1% และได้ปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์ในปี 2562 จากเดิมที่ 2.4% สู่ระดับ 2.5% ขณะเดียวกันได้ปรับเพิ่มตัวเลขอัตราการว่างงานในปี 2561 จากเดิมที่ 3.6% สู่ระดับ 3.7% และคงตัวเลขอัตราว่างงานในปี 2562 และ 2563 อยู่ที่ระดับ 3.5% และสำหรับตัวเลขอัตราการว่างงานในระยะยาวยังคงอยู่ที่ระดับ 4.5% โดยในท้ายสัปดาห์ ค่าเงินบาทได้กลับมาแข็งค่าและแตะระดับแข็งค่าสุดที่ 32.32 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ จากกระแสเงินทุนที่ยังไหลเข้าในประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทมีการเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 32.32-32.50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 32.33/34 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ในส่วนของการเคลื่อนไหวค่าเงินยูโรเปิดตลาดในวันจันทร์ (24/9) ที่ระดับ 1.1747/48 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (21/9) ที่ 1.1779/80 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร จากความกังวลของในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างอังกฤษกับสหภาพยุโรป (อียู) ว่าจะสามารถทำข้อตกลงเรื่อง Brexit ได้หรือไม่ หลังจากนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษเปิดเผยว่า อียูต้องให้ข้อเสนอที่เป็นทางเลือกสำหรับ Brexit และระบุว่าการเจรจามาถึงทางตัน หลังจากบรรดาผู้นำยุโรปปฏิเสธแผนของเธอโดยไม่มีการอธิบายเหตุผลอย่างชัดเจน ค่าเงินยูโรกลับมาแข็งค่าอีกครั้งในช่วงคืนวันจันทร์ (24/9) ภายหลังจากที่นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ได้กล่าวว่า อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในยูโรโซนจะปรับสูงขึ้นอย่างแข็งแกร่ง และเขาแสดงความเชื่อมั่นว่า ค่าแรงในยูโรโซนจะเติบโตอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นต่อไป โดยนายดรากียืนยันว่า อีซีบีจะตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับต่ำมากต่อไปจนถึงสิ้นสุดฤดูร้อนปี 2562 ขณะที่นักลงทุนส่วนใหญ่ได้มีการปรับเพิ่มการคาดการณ์ที่ว่า อีซีบีจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนตุลาคม 2562 อย่างไรก็ดีค่าเงินยูโรได้กลับมาอ่อนค่าอีกครั้งหนึ่งในช่วงปลายสัปดาห์ภายหลังจากที่สมาคมอุตสาหกรรมเยอรมนี ประกาศปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของเยอรมนีในปีนี้ จากระดับ 2.25% มาอยู่ที่ระดับ 2% จากการคาดการณ์ว่าอุปสงค์สินค้าจะลดลงโดยได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนทางธุรกิจ และนโยบายการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยนายดีทเทอร์ เคมพ์ ประธานสมาคมอุตสาหกรรมเยอรมนี ได้กล่าวถึงความขัดแย้งทางการค้าที่เพิ่มขึ้นระหว่างสหรัฐและจีน ว่าจะส่งผลกระทบต่อยุโรปโดยเฉพาะอุตสาหกรรมของเยอรมนีที่พึ่งพาการส่งออกเป็นอย่างมาก รวมถึงการเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของเยอรมนี ประจำเดือนตุลาคม อยู่ที่ระดับ 10.6 เพิ่มขึ้นมาเล็กน้อยจากระดับ 10.5 ในเดือนกันยายน ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1600-1.1815 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1605/08 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับค่าเงินเยนเปิดตลาดในวันจันทร์ (24/9) ที่ระดับ 112.59/60 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (21/9) ที่ระดับ 112.74/75 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยในวันจันทร์ (24/9) สกุลเงินเยนเคลื่อนไหวเล็กน้อยจากการซื้อขายที่เบาบางเนื่องจากตลาดการเงินญี่ปุ่นปิดทำการ ก่อนที่จะเริ่มค่าอ่อนลงตลาดทั้งสัปดาห์ ภายหลังจากที่เปิดตลาดในวันอังคาร (25/9) โดยมีปัจจัยกดดันจากการเปิดเผยอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานของผู้บริโภคญี่ปุ่นซึ่งปรับขึ้นเพียงเล็กน้อยในเดือนสิงหาคม และยังคงอยู่ห่างจากระดับเป้าหมายที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ตั้งไว้ที่ 2% โดยอัตราดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่บ่งชี้ว่า ญี่ปุ่นจะยังคงดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมากเป็นพิเศษต่อไปในช่วงนี้ ขณะที่ระหว่างสัปดาห์รัฐบาลญี่ปุ่นและสหรัฐ ได้มีการออกแถลงการณ์ร่วมกันภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมทวิภาคีระหว่างนายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นและประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ โดยระบุว่า ญี่ปุ่นและสหรัฐได้ตกลงที่จะเริ่มการเจรจาข้อตกลงการค้าทวิภาคีทางค้า โดยสหรัฐจะไม่เรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์จากญี่ปุ่นในช่วงเวลาที่การเจรจาของทั้งสองฝ่ายกำลังดำเนินอยู่ ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 112.53-113.63 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 113.49/52 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การเงิน ค่าเงินบาท