เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

กรมอุทยานฯเร่งตรวจดีเอ็นเอซากหมีขอ คาดรู้ผลไม่เกิน 1 เดือน

10 ต.ค. 2561 | 16:04น.

เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค จ.กาญจนบุรี นำของกลางซากสัตว์ป่าจากคดีล่าหมีขอ ในพื้นที่ป่าอุทยานฯไทรโยค ส่งมอบให้นางกนิตา อุ่ยถาวร หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอซากอุ้งตีนหมีขอดังกล่าว

นางกนิตากล่าวว่า สำหรับของกลางและวัตถุพยานที่ส่งมอบมาในครั้งนี้ อาทิ ซากอุ้งตีนหมีขอ 4 ซาก ฟันกรามล่าง เศษกระดูก ขนสัตว์ป่า มีดพร้า มีดทำครัว หม้อทำครัว เขียง เป็นต้น โดยได้ตั้งโจทย์เป็น 2 คำถาม คือ 1.ซากสัตว์ป่าดังกล่าว เป็นสัตว์ป่าชนิดไหน และเป็นสัตว์ป่าตาม พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สงวนและคุ้มครอง พ.ศ.2535 หรือไม่ 2.การตรวจดีเอ็นเอจากซากสัตว์ป่าและวัตถุพยาน เป็นสัตว์ป่าตัวเดียวกันหรือไม่ โดยทางห้องปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่าของกรมอุทยานฯ มีพันธุกรรมของหมีขออยู่แล้ว

“ปกติของการตรวจดีเอ็นเอซากสัตว์ป่าจะรู้ผลประมาณ 1- 2 สัปดาห์ แต่เนื่องจากคดีนี้มีวัตถุพยาน ซึ่งเราต้องนำผลการตรวจมาเชื่อมโยงกัน จึงคาดว่าไม่เกิน 1 เดือนจะรู้คำตอบทั้งหมด ว่าเป็นสัตว์ป่าชนิดไหน และเป็นตัวเดียวกันหรือไม่ “นางกวิตากล่าว

นางกนิตากล่าวต่อ จากการตรวจสอบทางกายภาพของซากอุ้งตีนสัตว์ป่า ลักษณะอุ้งตีนอยู่ในกลุ่มชะมดและอีเห็น แต่มีขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่ม เป็นสัตว์ป่าที่โตเต็มวัย เข้าเค้าว่าจะเป็นหมีขอ แต่ก็ยังไม่อยากฟันธง ซากอุ้งตีนมีการเผาและถอนขน มีลักษณะของการนำไปต้มหรือลวกจากน้ำร้อนจนทำให้เนื้อสุกแล้ว และสับเป็นชิ้น อาจจะเพื่อนำไปประกอบอาหาร สำหรับการตรวจดีเอ็นเอของเนื้อที่สุกแล้วก็ไม่ใช่ปัญหา สามารถตรวจสอบได้เพราะซากมีความสมบูรณ์ สด และไม่เน่าเปื่อย ส่วนการตรวจดีเอ็นเอมนุษย์ เช่น รอยนิ้วมือที่อาจพบตามด้ามมีด หรือเขียงนั้น จะเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ”หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า กล่าว

 

ที่มา : มติชนออนไลน์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กรมอุทยานฯ ล่าหมีขอ