“ศิริ” เผยกรอบ AMEM ลาว-ไทย-มาเลเซีย จ่อขยายซื้อขายไฟเพิ่ม 300 เมกะวัตต์
“ศิริ” เผยกรอบ AMEM ลาว-ไทย-มาเลเซีย จ่อขยายซื้อขายไฟเพิ่ม 300 เมกะวัตต์- เวที ASEAN Energy Awards สิงคโปร์ ปีนี้ ไทยคว้า 21 รางวัล ครองแชมป์อันดับหนึ่ง 9 ปีซ้อน
นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงาน ครั้งที่ 36 (36th ASEAN Ministers on Energy Meeting and Associated Meetings: 36thAMEM) ภายใต้ธีม Transforming Energy : Invest, Innovate, Integrate ระหว่างวันที่ 25 – 30 ตุลาคม 2561 ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ ว่า ที่ประชุมเห็นชอบขยายกรอบความร่วมมือพหุภาคีด้านไฟฟ้า “โครงการซื้อขายไฟฟ้า สปป.ลาว-ไทย-มาเลเซีย” ( LTM on Power Integration Project ) โดยจะเพิ่มปริมาณการรับซื้อเพิ่มขึ้นจากเดิม 100 เมกะวัตต์ เป็น 300 เมกะวัตต์ ซึ่งต้องมีการหารือในรายละเอียดอีกครั้ง
โดยคาดว่าจะมีข้อสรุปที่ชัดเจนในการประชุม AMEM ปีหน้า (2562)โดยประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพ ทั้งนี้ LTM on Power Integration Project เริ่มนำร่องไปแล้วตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2561 ที่ผ่านมา ภายใต้กรอบ 100 เมกะวัตต์ ซึ่งโครงการนี้มาเลเซียจะซื้อไฟฟ้าจากลาวผ่านระบบสายส่งของไทย หากความร่วมมือดังกล่าวประสบความสำเร็จ จะถือเป็นจุดเริ่มต้นของการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างอาเซียน ที่มีระบบสายส่งเชื่อมโยงถึงกัน (อาเซียนพาวเวอร์กริด)

สำหรับปีนี้นับเป็นความสำเร็จของไทยอีกครั้งที่ผู้ประกอบการไทยสามารถคว้ารางวัลด้านพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานในเวที ASEAN Energy Awards 2018 รวม 21 ผลงานจากการส่งเข้าประกวดทั้งสิ้น 25 ผลงานโดยนับเป็นรางวัลที่ได้รับเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 19 ผลงานและเป็นไทยเป็นประเทศที่ได้รับรางวัลอันดับสูงสุดต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 นับตั้งแต่ปี 2553 ซึ่งสะท้อนให้ประเทศสมาชิกอาเซียนเห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลและภาคเอกชนไทยในการขับเคลื่อนการพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานเพื่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ
“กระทรวงพลังงานได้ขับเคลื่อนการส่งเสริมพลังงานทดแทนภายใต้แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (AEDP) และการลดใช้พลังงานภายใต้แผนอนุรักษ์พลังงาน(EEP) ซึ่งเป็นแผนระยะยาว 20 ปี (พ.ศ.2558-79)
โดยไทยมีเป้าหมายไว้ชัดเจนในการส่งเสริมให้เกิดการลงทุน การพัฒนาและวิจัยเพื่อก่อให้เกิดความมั่นคงพลังงาน ลดการนำเข้าจากต่างประเทศ ความมุ่งมั่นดังกล่าวได้พิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพเอกชนไทยในเวที ASEAN Energy Awards ที่มีการจัดประกวดมาต่อเนื่องเป็นปีที่ 19 ซึ่งไทยได้ส่งผลงานเข้าประกวดมาตั้งแต่ปี 2543 และได้รับรางวัลบนเวทีอาเซียนเป็นจำนวนมากที่สุดรวมแล้วถึง 188 รางวัล รองลงมา อินโดนีเซีย 97 รางวัล และ สิงคโปร์ 86 รางวัล ซึ่งปีนี้ไทยได้รับรางวัลอันดับสูงสุดเป็นปีที่ 9 ติดต่อกัน” นายศิริกล่าว
ทั้งนี้ สำหรับการประชุมที่ผ่านมา นับว่าประสบความสำเร็จในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานร่วมกันทั้ง10ประเทศอาเซียนและประเทศคู่เจรจา2องค์กร โดยสามารถลดความเข้มการใช้พลังงาน (Energy Intensity) ในปี 2559 ได้ถึง 21.9% เทียบจากปีฐาน 2548 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ที่ 20% ภายในปี 2563
อีกทั้งมีการผลักดันให้มีการกำหนดเกณฑ์มาตรฐานการออกแบบอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Building Code) ในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากโครงการความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างอาเซียนและเยอรมัน (AGEP) อีกด้วย
