Skip to content

โค้งสุดท้าย “เบร็กซิต” ยังเต็มไปด้วย “กับดัก-ขวากหนาม”

23 พ.ย. 2561 | 18:22น.
โค้งสุดท้าย “เบร็กซิต” ยังเต็มไปด้วย “กับดัก-ขวากหนาม”

คอลัมน์ ชีพจรเศรษฐกิจ
โดย ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

ดูเหมือนยิ่งใกล้กำหนดที่อังกฤษต้องพ้นสภาพจากการเป็นหนึ่งในชาติสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ในปี 2019 มากขึ้นเท่าใด สถานการณ์ในอังกฤษยิ่งโกลาหลเข้าขั้นวิกฤตมากยิ่งขึ้น ทั้งสถานภาพของรัฐบาลที่ง่อนแง่นและง่อยเปลี้ย การเมืองที่ยุ่งเหยิง และที่สำคัญคือ ความตกลงเบร็กซิต หรือแผนดำเนินการที่จะถอนตัวออกจากอียูอย่างเป็นระเบียบแทนที่จะชัดเจนขึ้น กลับยิ่งเลือนราง

รัฐบาลของนายกรัฐมนตรี “เทเรซา เมย์” ใช้เวลาปีเศษพยายามเจรจาทำความตกลงเพื่อการถอนตัวออกจากอียูออกมา จนได้ “ความตกลงชั่วคราว” มาฉบับหนึ่งกว่า 500 หน้า ที่ผ่านการยอมรับจากตัวแทนของอียูมาแล้ว

ผ่านความเห็นชอบจาก “เสียงส่วนใหญ่” ในคณะรัฐมนตรีที่แตกกันออกเป็นเสี่ยงมาได้แบบฉิวเฉียดเต็มทีและต้องส่งเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรอังกฤษ เพื่อให้ลงมติเห็นชอบภายใน 1 สัปดาห์ เพื่อให้ทันเวลาสำหรับส่งให้ผู้นำอียูลงนามเห็นชอบระหว่างการประชุมสุดยอดอียูที่กรุงบรัสเซลส์ เบลเยียม วันที่ 25 พ.ย.นี้

แต่ทุกอย่างไม่ได้ราบรื่นอย่างที่เมย์คาดหวังเพราะการเจรจาเพื่อทำความตกลงทางการค้า ระบบศุลกากรและอื่น ๆ ระหว่างกันซับซ้อนเกินกว่าที่จะใช้เวลาเพียงปีสองปี วิธีแก้ปัญหาก็คือ หาหลักประกันไว้ก่อนว่า ขณะที่ยังไม่ได้ข้อยุตินั้น จะจัดการกันอย่างไร

ปัญหาใหญ่เกิดขึ้นบนเกาะไอร์แลนด์ ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นของสาธารณรัฐไอร์แลนด์ มีแต่พื้นที่ทางตอนเหนือที่เรียกว่า ไอร์แลนด์เหนือ ถือเป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักร ส่วนสาธารณรัฐไอร์แลนด์เป็นหนึ่งในชาติสมาชิกอียู ตามความตกลงชั่วคราวที่รัฐบาลเมย์ไปทำไว้กับอียู ช่วงแรก “ไอร์แลนด์เหนือ” จะยังคงทำมาค้าขายกับอียูตามระบบเดิม โดยไม่ต้องทำพรมแดนกั้นระหว่างไอร์แลนด์เหนือกับไอร์แลนด์ และเพื่อไม่ให้การค้าและภาษีศุลกากรของไอร์แลนด์เหนือ แปลกอยู่ที่เดียว เมย์ร้องขอให้ทั้งสหราชอาณาจักรอยู่ในระบบอียูไปก่อน จนกว่าจะตกลงรายละเอียดกันได้

ความตกลงนี้ไม่เพียงสร้างความไม่พอใจให้กับพรรคเดโมเครติก ยูเนียนิสต์ ปาร์ตี้ (ดีพียู) พรรคการเมืองเล็ก ๆ แต่ครองเสียงข้างมากในไอร์แลนด์เหนือ และกลายเป็นเสียงในสภาส่วนสำคัญที่สุดที่พยุงให้ รัฐบาลเทเรซา เมย์ ยังคงมีเสียงข้างมากแบบปริ่ม ๆ อยู่ในเวลานี้

ดีพียูไม่ต้องการให้ไอร์แลนด์เหนืออยู่ในระบบเดิมของอียูต่อไป และไม่ชอบข้อผูกมัดตามความตกลงนี้จนกำลังตัดสินใจจะล้มรัฐบาล หากไม่เปลี่ยนข้อตกลง

แม้แต่ผู้สนับสนุนเบร็กซิตก็ไม่พอใจความตกลงนี้ รัฐมนตรีในรัฐบาลทยอยกันลาออกหนึ่งในนั้นคือ “โดมินิก รับ” รัฐมนตรีเบร็กซิต ซึ่งตอนนี้รัฐบาลอังกฤษยังอยู่ได้เพราะมีรัฐมนตรีกระทรวงสำคัญอย่าง “ฟิลิป แฮมมอนด์” กระทรวงการคลัง, เจเรมี ฮันท์ กระทรวงต่างประเทศ กับซาจิด จาวิด รัฐมนตรีกิจการภายในหากหนึ่งใน 3 นี้ลาออกเมื่อไหร่
รัฐนาวาอังกฤษมีหวังล่มทันที

กลุ่ม ส.ส.ที่สนับสนุนเบร็กซิตเอง ก็ไม่พอใจมากขึ้น ขนาดล่ารายชื่อเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ กดดันเมย์อย่างหนัก ให้เปลี่ยนแปลงสาระสำคัญในความตกลงฉบับนี้ ไม่เช่นนั้นก็อาจต้องล้มรัฐบาลแล้วปล่อยให้อังกฤษออกจากอียูโดยไม่มีความตกลงใด ๆ เมื่อกำหนดดังกล่าวมาถึงใน 29 มี.ค. 2019 นี้

ที่น่าสนใจก็คือ นักวิเคราะห์คำนวณคะแนนเสียงในสภาเชื่อว่า เวลาของเมย์ เหลืออีกไม่นานแล้วจริง ๆ เพราะแม้แต่ผู้ที่เห็นด้วยกับเบร็กซิต ก็ยังไม่เห็นด้วยกับความตกลงชั่วคราวที่รัฐบาลไปทำ เพราะเป็นความตกลงที่ขาดรายละเอียดทางเทคนิคเกือบทุกอย่าง

โดยเฉพาะด้านการค้า ทำให้ยังต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะทำความตกลงในรายละเอียดกันได้ ทำให้อังกฤษยังคงตกอยู่ในระบบเดิมของอียู พร้อมกับข้อผูกมัดทั้งหมดต่อไปอีกนาน ชนิดที่ยังไม่มีใครรู้ว่าเป็นเวลากี่ปี แต่ในระหว่างนั้น อังกฤษจะไม่มีสิทธิมีเสียงใด ๆ ในอียูอีกแล้ว และไม่สามารถเจรจาการค้ากับชาติอื่น ๆ ที่ไม่ใช่สมาชิกอียูได้เช่นกัน

คำถามก็คือ ถ้าล้มรัฐบาลแล้ว อะไรจะเกิดขึ้นตามมากับความตกลงกับอียู รัฐบาลใหม่ นายกรัฐมนตรีใหม่ จะรื้อความตกลงแล้วเจรจาใหม่อีกหรือ ?

วิกฤตในอังกฤษหนนี้น่าเบื่อขนาดไหน จะกลายเป็นทารุณกรรมยาวนานกับอังกฤษต่อไปอีก หรือจะกลายเป็นเบร็กซิตแบบไม่มีความตกลงที่จะส่งผลสะเทือนไปทั่วโลกกันแน่

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อังกฤษ เบร็กซิต (Brexit)