เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ROH ไม่ถอย! ยืนกรานสิทธิซื้อคืน “รอยัล ออคิดฯ” สู้คดีถึงที่สุด แม้ GROREIT โหวตขาย
Finance ROH ไม่ถอย! ยืนกรานสิทธิซื้อคืน “รอยัล ออคิดฯ” สู้คดีถึงที่สุด แม้ GROREIT โหวตขาย
กบน. เคาะลดราคาน้ำมันกลุ่มเบนซิน 70 สต. ยกเว้น E85 มีผล 5 พ.ย. 69
Economic กบน. เคาะลดราคาน้ำมันกลุ่มเบนซิน 70 สต. ยกเว้น E85 มีผล 5 พ.ย. 69
อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
World อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
“พิพัฒน์” แจ้งข่าวดี 25 ธ.ค. M6 วิ่งฟรีตลอดสาย เร่งเปิดด่วนพระราม 3 บางช่วง แก้คอขวด M82
News “พิพัฒน์” แจ้งข่าวดี 25 ธ.ค. M6 วิ่งฟรีตลอดสาย เร่งเปิดด่วนพระราม 3 บางช่วง แก้คอขวด M82
ลุ้นชี้ชะตาหุ้นกู้ GRAND พรุ่งนี้ โหวตยกเว้นผิดนัดจ่ายดอกเบี้ย-ปลดล็อกเงื่อนไขการเงิน
Finance ลุ้นชี้ชะตาหุ้นกู้ GRAND พรุ่งนี้ โหวตยกเว้นผิดนัดจ่ายดอกเบี้ย-ปลดล็อกเงื่อนไขการเงิน
ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐิน วัดบวรนิเวศวิหาร และวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐิน วัดบวรนิเวศวิหาร และวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม
‘ทรัมป์’ ยังไม่โจมตีอิหร่าน หลังพ่ายเลือกตั้งกลางเทอม
World ‘ทรัมป์’ ยังไม่โจมตีอิหร่าน หลังพ่ายเลือกตั้งกลางเทอม
ตลท.ยกเครื่องหุ้นเทคไทย แบ่งใหม่ 4 หมวดธุรกิจ รองรับ AI-แพลตฟอร์มดิจิทัล
Finance ตลท.ยกเครื่องหุ้นเทคไทย แบ่งใหม่ 4 หมวดธุรกิจ รองรับ AI-แพลตฟอร์มดิจิทัล
ควบคุมค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ‘ยารักษาโรค’ หรือเพียงบรรเทาอาการ ?
Biz Movement ควบคุมค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ‘ยารักษาโรค’ หรือเพียงบรรเทาอาการ ?
Easy Money โต 20% “อาชีพอิสระ” แห่จำนำทรัพย์พุ่ง
Finance Easy Money โต 20% “อาชีพอิสระ” แห่จำนำทรัพย์พุ่ง
ดูทั้งหมด

แนวรบ “เทรดวอร์” ยังไม่เปลี่ยนแค่พัก 90 วัน-

06 ธ.ค. 2561 | 07:00น.

“เวิร์กกิ้งดินเนอร์” ระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ กับ สี จิ้นผิง ผู้นำสหรัฐอเมริกาและจีนในระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำประเทศกลุ่มจี 20 ที่กรุงบัวโนสไอเรส เมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา ถูกจับตามองจากทั้งโลกก็ว่าได้ เนื่องจากหัวข้อสำคัญในการหารือระหว่างกันนั้น หนีไม่พ้นความพยายามที่จะคลี่คลายความขัดแย้งทางการค้าระหว่างกัน ซึ่งลุกลามกลายเป็นสงครามการค้าที่คุกคามต่อสภาวะเศรษฐกิจของโลกตลอดเกือบทั้งปีที่ผ่านมา และต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า

แต่เท่าที่ผู้นำทั้งสอง “ตกลงกันได้” ในระหว่างการเจรจาทวิภาคีดังกล่าวนั้น เป็นเพียงการ “ระงับ” ไม่ให้สงครามการค้าที่ตอบโต้เข้าใส่กันอยู่ในเวลานี้นั้นลุกลามขยายวงต่อไป และเปิดช่วงเวลาให้เจรจากันนาน 90 วัน เหมือนกับการยุติกิจกรรมในแนวรบ แล้วเปิดฉากเจรจากันระหว่างคู่สงคราม 2 ฝ่ายเท่านั้นเอง

ความตกลงของผู้นำทั้งสองเกิดขึ้นได้ไม่ยากนัก เหตุผลหนึ่งก็คือ เพราะต่างฝ่ายต่างสามารถอ้างได้ว่า “ได้ชัยชนะ” กันคนละอย่างสองอย่าง แต่ปัญหาที่สำคัญ ๆ ทั้งหลายกลับไม่มีการเตะต้องแต่อย่างใด

ในแง่ของจีน การที่สามารถยับยั้งไม่ให้สหรัฐอเมริกาปรับภาษีขาเข้าสำหรับสินค้าของจีนรวมมูลค่า 200,000 ล้านดอลลาร์ จากที่เคยตั้งกำแพงภาษีไว้ที่ 10 เปอร์เซ็นต์ ให้เป็น 25 เปอร์เซ็นต์ในตอนต้นปีหน้าได้นั้น ถือเป็นชัยชนะสำคัญอย่างหนึ่งยามที่เศรษฐกิจของประเทศชะลอตัวให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วในเวลานี้

นอกจากนั้น สี จิ้นผิง ยังได้ช่วงเวลา 90 วันมาสำหรับการหันกลับมาใส่ใจกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจให้มากขึ้น ในช่วงเวลาที่นานขึ้น เพื่อขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจของประเทศกลับเข้าที่เข้าทางอีกครั้งได้

ไม่ใช่ต้องใช้เวลาตั้งแต่ต้นปีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นจาก “ภาวะช็อกทางการค้า” ในทันทีที่สหรัฐอเมริกาขึ้นภาษีนำเข้าเป็น 25 เปอร์เซ็นต์

ในขณะเดียวกัน ทรัมป์เองก็ไม่ได้อ่อนข้อ ประนีประนอมอะไรมากมายอย่างใด ในขณะเดียวกัน ยังมีโอกาสได้ระบายสินค้าเกษตรกรรมบางส่วน โดยเฉพาะถั่วเหลืองที่เหลืออยู่บานเบอะจากสงครามการค้าที่ผ่านมา และจากฤดูเก็บเกี่ยวใหม่, สินค้าอุตสาหกรรมและพลังงานให้กับจีนที่รับปากว่าจะนำเข้าจากสหรัฐมากขึ้นเพื่อลดการได้เปรียบดุลการค้าในช่วงที่การเจรจาดำเนินไปได้อีกด้วย ตามข้อตกลงบนโต๊ะอาหารที่ไม่มีทั้งรายละเอียดและไม่มีทั้งการลงนามครั้งนี้

แบรด เซทเซอร์ อดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังสหรัฐอเมริกา ซึ่งในเวลานี้ผันตัวมาเป็นนักวิชาการประจำ สภาวิเทศสัมพันธ์ (ซีเอฟอาร์) ในกรุงวอชิงตันระบุว่า ส่วนที่ยากที่สุดของความขัดแย้งทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา อาทิ การบังคับให้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยี, การละเมิดสิทธิทรัพย์สินทางปัญญา และการฉกข้อมูลทางไซเบอร์ ถูกปล่อยทิ้งไว้ให้ขึ้นอยู่กับผลการเจรจาซึ่งกันและกันในช่วง 90 วันเท่านั้น

พ้น 90 วันไปหากทุกอย่างยังเหมือนเดิม สหรัฐอเมริกาก็จะปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนมูลค่า 200,000 ล้านดอลลาร์ เป็น 25 เปอร์เซ็นต์ทันที

นี่ต่างหากที่จะเป็นความตกลงจริง ๆ ในความเห็นของเซทเซอร์ ไม่ใช่การตกลง “หยุดยิงชั่วคราว” ครั้งนี้

โจว เซี่ยวหมิง อดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์และนักการทูตจีน มองความตกลงที่เกิดขึ้นไปในลักษณะคล้ายคลึงกัน การตกลงบนโต๊ะดินเนอร์ครั้งนี้น่ายินดีตรงที่สงครามการค้าไม่ลุกลามขยายวงต่อไป ในเวลาเดียวกันก็ไม่ใช่เหตุอันควรแก่การฉลอง เพราะยังไงกำแพงภาษีระลอกใหม่ก็ยังเป็นภัยคุกคามต่อเศรษฐกิจจีนอยู่ดีเหมือนเดิม

ในแง่ของประเทศอื่น ๆ ทั้งโลกนั้น ก็แค่ได้ผ่อนคลายความกระวนกระวายลงเล็กน้อย “ชั่วคราว” ที่ถือเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจของโลก และต่อตลาดเงินตลาดทุนเท่านั้นเอง

เดวิด เลิฟวิงเกอร์ อดีตผู้เชี่ยวชาญจีนของกระทรวงการคลังสหรัฐ ซึ่งตอนนี้เป็นนักวิเคราะห์อยู่ที่บริษัทจัดการกองทุนทีซีดับเบิลยู กรุ๊ปในลอสแองเจลิส บอกว่าสิ่งที่จีนและสหรัฐอเมริกาตกลงกันนั้นนอกเหนือจากความเป็นจริงที่ว่า ในเดือนมกราคมนี้จีนสามารถเลี่ยงภาษีนำเข้า 25 เปอร์เซ็นต์แล้ว ส่วนที่เหลือยังคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

นั่นคือ ยังคงมองไม่เห็นวี่แววใด ๆ ว่า ทั้งจีนและสหรัฐอเมริกาจะเปลี่ยนท่าทีของตนในช่วง 90 วันข้างหน้าได้อย่างไร

แต่ถ้าจะให้คาดเดา เลิฟวิงเกอร์ เชื่อว่า คนที่จะโอนอ่อนผ่อนปรนอีกครั้งเมื่อถึงเดือนมีนาคมจะเป็นสหรัฐอเมริกาไม่ใช่จีน

 

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือสแกน QR Code