เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดบวรนิเวศวิหาร
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดบวรนิเวศวิหาร
‘ทรัมป์’ ยังไม่โจมตีอิหร่าน หลังพ่ายเลือกตั้งกลางเทอม
World ‘ทรัมป์’ ยังไม่โจมตีอิหร่าน หลังพ่ายเลือกตั้งกลางเทอม
ตลท.ยกเครื่องหุ้นเทคไทย แบ่งใหม่ 4 หมวดธุรกิจ รองรับ AI-แพลตฟอร์มดิจิทัล
Finance ตลท.ยกเครื่องหุ้นเทคไทย แบ่งใหม่ 4 หมวดธุรกิจ รองรับ AI-แพลตฟอร์มดิจิทัล
ควบคุมค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ‘ยารักษาโรค’ หรือเพียงบรรเทาอาการ ?
Biz Movement ควบคุมค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ‘ยารักษาโรค’ หรือเพียงบรรเทาอาการ ?
Easy Money โต 20% “อาชีพอิสระ” แห่จำนำทรัพย์พุ่ง
Finance Easy Money โต 20% “อาชีพอิสระ” แห่จำนำทรัพย์พุ่ง
เช้าใจหาย บ่ายใจฟู! หุ้นไทยเหวี่ยงก่อนปิดบวก 11 จุด โบรกฯ ชู 4 หุ้นรับบอนด์ยีลด์ขาลง
Finance เช้าใจหาย บ่ายใจฟู! หุ้นไทยเหวี่ยงก่อนปิดบวก 11 จุด โบรกฯ ชู 4 หุ้นรับบอนด์ยีลด์ขาลง
‘จอช ทูเร็ก’ นักบาสเก้าอี้ล้อ คว้าเก้าอี้ สว.สหรัฐ สำเร็จ
World ‘จอช ทูเร็ก’ นักบาสเก้าอี้ล้อ คว้าเก้าอี้ สว.สหรัฐ สำเร็จ
สมาคมธนาคารไทยย้ำไม่ประมาทภัยไซเบอร์ ลงทุนต่อเนื่อง
Finance สมาคมธนาคารไทยย้ำไม่ประมาทภัยไซเบอร์ ลงทุนต่อเนื่อง
‘รฤกวังหน้า…มหาสุรสิงหนาท’ น้อมรำลึก 223 ปี วังหน้าพระองค์แรกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์
Biz Movement ‘รฤกวังหน้า…มหาสุรสิงหนาท’ น้อมรำลึก 223 ปี วังหน้าพระองค์แรกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์
รพ.นครธน สบช่องสังคมสูงวัย รุก Long-term Care ชิงเค้กโรคซับซ้อน 
Biz Movement รพ.นครธน สบช่องสังคมสูงวัย รุก Long-term Care ชิงเค้กโรคซับซ้อน 
ดูทั้งหมด

ควบคุมค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ‘ยารักษาโรค’ หรือเพียงบรรเทาอาการ ?

04 พ.ย. 2569 | 17:42น.

จากบทความก่อนที่ชวนคิดว่าค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มสูงแค่ไหนถึงเรียกว่าไม่เป็นธรรม ในบทความนี้ จึงอยากชวนมองและตั้งคำถามต่อเนื่องเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มว่า ในความเป็นจริงแล้ว เรื่องค่าธรรมเนียมควรมีกลไกหรือมาตรการในการคุมค่าธรรมเนียมหรือไม่ ?

แพลตฟอร์มดิจิทัลกลายเป็นช่องทางสำคัญที่เชื่อมโยงผู้ประกอบธุรกิจกับผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นตลาดออนไลน์ แพลตฟอร์มจัดส่งอาหาร ร้านค้าแอปพลิเคชัน แพลตฟอร์มจองการเดินทาง และแพลตฟอร์มหลายด้านประเภทอื่น ธุรกิจเหล่านี้ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงลูกค้าในวงกว้างอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แลกกับการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าคอมมิชชัน (GP) ค่าบริการรับชำระเงิน ค่าโฆษณา ค่าบริการโลจิสติกส์ ค่าสมาชิก และค่าบริการประเภทอื่น

เมื่อพึ่งพาแพลตฟอร์มมากขึ้น ความกังวลเกี่ยวกับระดับ โครงสร้าง และความโปร่งใสของค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มก็เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย การเรียกร้องให้รัฐเข้ามากำกับดูแลจึงเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ โดยขอให้ลดหรือกำหนดเพดานค่าคอมมิชชันซึ่งอาจดูเสมือนเป็นมาตรการที่ช่วยบรรเทาภาระของผู้ค้า นักพัฒนาแอปพลิเคชัน หรือผู้ใช้แพลตฟอร์มฝั่งธุรกิจได้ทันที แต่คำถามเชิงนโยบายที่สำคัญไม่ได้มีเพียงค่าธรรมเนียมของแพลตฟอร์มสูงเกินไปหรือไม่ แต่จะต้องพิจารณาด้วยว่าการกำกับค่าธรรมเนียมประเภทใดประเภทหนึ่งจะสามารถแก้ไขต้นเหตุของปัญหาได้อย่างแท้จริง หรือเป็นแค่การระงับปัญหาการแข่งขันในช่วงสั้น ๆ

ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม: ปัญหาหรืออาการของปัญหา

การเก็บค่าธรรมเนียมของแพลตฟอร์มไม่ใช่พฤติกรรมที่จำกัดการแข่งขันโดยตัวเอง เนื่องจาก “แพลตฟอร์ม” ต้องแบกรับต้นทุนจำนวนมากในการพัฒนาและบำรุงรักษาระบบเทคโนโลยี การรับชำระเงิน การป้องกันการฉ้อโกง การให้บริการลูกค้า รวมไปถึงการดึงดูดผู้ใช้งาน การบริหารเครือข่ายโลจิสติกส์ และการจัดให้มีโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการทำธุรกรรมของผู้ประกอบธุรกิจและผู้ใช้งาน “ค่าธรรมเนียม” จึงอาจเป็นค่าตอบแทนโดยชอบสำหรับบริการที่ก่อให้เกิดคุณค่าทางเศรษฐกิจ หากแต่ข้อกังวลด้านการแข่งขันจะเกิดขึ้นเมื่อแพลตฟอร์มได้ประโยชน์จากผลกระทบของเครือข่าย (Network Effect) มีอำนาจควบคุมข้อมูล มีต้นทุนในการเปลี่ยนแพลตฟอร์มสูง ผู้ใช้ถูกผูกติดอยู่กับระบบนิเวศ ทำให้การใช้หลายแพลตฟอร์มพร้อมกันเป็นไปได้ยากหรือไม่มีช่องทางการจัดจำหน่ายทางเลือกที่สามารถแข่งขันได้อย่างแท้จริง เช่นนี้ ค่าธรรมเนียมที่สูงก็อาจถูกมองได้ว่าเป็น “ผลปรากฏของอำนาจตลาด” มากกว่าจะเป็นต้นกำเนิดของอำนาจตลาด

ความแตกต่างดังกล่าวมีความสำคัญ เพราะการลดอัตราค่าคอมมิชชันอาจช่วยบรรเทาภาระของผู้ประกอบธุรกิจได้ในระยะหนึ่ง แต่กลับไม่ได้เปลี่ยนแปลงสภาพของตลาดที่ทำให้แพลตฟอร์มสามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวได้ตั้งแต่แรก

คำถามสำคัญจึงควรคิดต่อไปว่า “สภาพตลาดเช่นใดที่ทำให้แพลตฟอร์มสามารถกำหนดค่าธรรมเนียมดังกล่าวได้ และ ผู้ใช้แพลตฟอร์มฝั่งธุรกิจมีทางเลือกอื่นที่สามารถใช้ได้จริงเพียงใด”

ข้อดีและข้อจำกัดในการคุมค่าธรรมเนียมโดยตรง

การคุมค่าธรรมเนียมโดยตรงเป็นมาตรการที่น่าสนใจ เพราะเห็นได้ชัดและทำความเข้าใจง่ายและให้ผลอย่างรวดเร็ว การกำหนดเพดานค่าธรรมเนียมหรือการห้ามพฤติกรรมบางประการอาจช่วยลดต้นทุนบางส่วนได้ทันที อีกทั้งยังเป็นการตอบสนองต่อข้อกังวลทางการเมืองหรือทางธุรกิจที่ชัดเจน … แต่ต้องอย่าลืมว่า “รูปแบบรายได้ของแพลตฟอร์มมักเชื่อมโยงกันเป็นระบบ ดังนั้น การกำกับรายได้ประเภทหนึ่งไม่ได้ทำให้แรงจูงใจในการหารายได้ของแพลตฟอร์มหายไปแต่อาจทำให้แรงจูงใจดังกล่าวถูกย้ายไปยังส่วนอื่นของระบบนิเวศ ซึ่งจะมีผลต่อผู้ใช้บริการรายใดรายหนึ่งในแพลตฟอร์ม”

ปรากฏการณ์ดังกล่าวคือแนวคิดเรื่อง การทดแทนกลยุทธ์หรือการโยกย้ายค่าธรรมเนียม ที่แทนที่พฤติกรรมทางการค้าที่ถูกจำกัดด้วยกลไกอื่นซึ่งก่อให้เกิดผลทางเศรษฐกิจในลักษณะใกล้เคียงกัน โดยแรงจูงใจทางการค้าแทบไม่เคยหายไป แต่จะปรับเปลี่ยนรูปแบบไปตามข้อจำกัดที่เกิดขึ้น ดังนั้น ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการควบคุมและแทรกแซงค่าธรรมเนียมโดยตรงนั้น คืออาจก่อให้เกิด “ผลที่ไม่ได้ตั้งใจ” ในหลายประการ เช่น

1. การย้ายต้นทุนไปสู่ค่าธรรมเนียมที่มีความโปร่งใสน้อยลง

2. การพึ่งพาการซื้อพื้นที่มองเห็นมากขึ้น

3. การรวมบริการของแพลตฟอร์มเข้าด้วยกัน

4. การลดเงินอุดหนุนหรือลดคุณภาพการให้บริการ

5. การปรับเปลี่ยนกลไกการกำกับดูแลภายในแพลตฟอร์ม

เพราะแพลตฟอร์มไม่ได้มีอิทธิพลต่อการแข่งขันผ่านค่าธรรมเนียม/ค่าคอมมิชชัน (GP) เท่านั้น แต่ยังมีอิทธิพลผ่านการจัดอันดับผลการค้นหา ระบบแนะนำสินค้า การเข้าถึงข้อมูล หลักเกณฑ์ในการแสดงสินค้า กระบวนการระงับข้อพิพาท และการบังคับใช้กฎหรือฟังก์ชั่นต่าง ๆ ของแพลตฟอร์ม

ตัวอย่างจากหลายประเทศทั่วโลกซึ่งมีแนวทางการกำกับดูแลเรื่องค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกัน

ปัจจุบัน ยังไม่มีแนวทางเดียวที่เป็นสากลสำหรับการกำกับค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม โดยแต่ละเขตอำนาจต่างก็เลือกใช้เครื่องมือหรือแนวทางการกำกับดูแลที่แตกต่างกันตามโครงสร้างกฎหมาย ลักษณะตลาด และวัตถุประสงค์เชิงนโยบายของประเทศตน ดังนั้น การเปรียบเทียบอย่างมีคุณค่าจึงไม่ควรตั้งคำถามเพียงว่า… ประเทศใดกำกับค่าธรรมเนียมแล้ว แต่ควรพิจารณาด้วยว่า เหตุใดแต่ละเขตอำนาจจึงเลือกใช้เครื่องมือดังกล่าว และเครื่องมือนั้นมุ่งแก้ไขอำนาจของแพลตฟอร์มในมิติใด??

ประเทศ/เขตเศรษฐกิจแนวทางกำกับดูแลประเด็นสำคัญที่กำกับการกำหนดเพดานค่าธรรมเนียมข้อสังเกตสำหรับประเทศไทย
สหภาพยุโรป (EU)กำกับพฤติกรรมของ Gatekeeper
ตามกฎหมาย Digital Markets Act (DMA)
การห้าม Anti-steering การเปิดช่องทางชำระเงินทางเลือก การเข้าถึงลูกค้า และการสร้างการแข่งขันในระบบนิเวศดิจิทัลไม่กำหนดมุ่งแก้ปัญหาการใช้อำนาจตลาดของแพลตฟอร์ม มากกว่าการควบคุมอัตราค่าธรรมเนียมโดยตรง
ออสเตรเลียศึกษาตลาด (Market Inquiry)
ก่อนออกมาตรการ
วิเคราะห์โครงสร้างตลาด อำนาจต่อรอง และผลกระทบต่อการแข่งขันไม่กำหนดการแทรกแซงควรตั้งอยู่บนข้อมูลเชิงประจักษ์และความเข้าใจตลาดอย่างรอบด้าน
ญี่ปุ่นเริ่มจากการสร้างความโปร่งใส (Transparency) และการกำกับร่วม (Co-regulation) ก่อนพัฒนาเป็นกฎหมายเฉพาะการเปิดเผยเงื่อนไข การเปลี่ยนแปลงสัญญา ความเป็นธรรมของกระบวนการ และการรายงานข้อมูลไม่กำหนดปัญหาค่าธรรมเนียมจำนวนมากเกิดจากความไม่โปร่งใส มากกว่าระดับค่าธรรมเนียมเพียงอย่างเดียว
เกาหลีใต้มาตรการเฉพาะสำหรับตลาดแอปพลิเคชันการบังคับใช้ระบบชำระเงินภายในแอป (In-app Payment)ไม่กำหนด (โดยทั่วไป)แก้ไขปัญหาเฉพาะจุด(Bottleneck) ของตลาด มากกว่าการควบคุมค่าธรรมเนียมทั้งระบบ
จีนออกแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมของแพลตฟอร์มค่าคอมมิชชัน ค่าบริการ ค่าลงโฆษณา ความโปร่งใส การกำกับกฎของแพลตฟอร์ม และอัลกอริทึมไม่กำหนดเพดานทั่วไปเน้นกำกับ “กระบวนการกำหนดค่าธรรมเนียม” และความเป็นธรรม มากกว่าการกำหนดตัวเลขสูงสุด
สิงคโปร์ใช้กฎหมายแข่งขันทางการค้าและการบังคับใช้ตามกรณีการใช้อำนาจตลาดและพฤติกรรม
ที่จำกัดการแข่งขัน
ไม่กำหนดค่าธรรมเนียมที่สูงไม่ใช่เหตุเพียงพอ หากยังไม่มีผลกระทบต่อการแข่งขัน
อินโดนีเซียใช้กฎหมายแข่งขันทางการค้าควบคู่กับกฎหมายภาคส่วนการกีดกันทางการแข่งขัน การเลือกปฏิบัติ และการใช้อำนาจเหนือตลาดไม่กำหนดต้องแยกให้ชัดระหว่างการคุ้มครองผู้ประกอบการรายบุคคลกับการคุ้มครองการแข่งขัน
เวียดนามใช้กฎหมายการแข่งขัน กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค และกฎหมายพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ร่วมกันอำนาจตลาด ความเป็นธรรมของสัญญา ความโปร่งใส และสวัสดิการของผู้บริโภคไม่กำหนดการกำกับดูแลต้องบูรณาการหลายกฎหมายเพื่อหลีกเลี่ยงการแก้ปัญหาแบบแยกส่วน

ชุดเครื่องมือหรือแนวทางการกำกับดูแล (ที่ควรใช้) ในเรื่องค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม

ผู้เขียนไม่ปฏิเสธว่าการกำกับค่าธรรมเนียมโดยตรงอาจเหมาะสมในบางสถานการณ์ อย่างไรก็ดี เพื่อให้มาตรการด้านค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มเป็นไปอย่างพลวัตรต่อการประกอบธุรกิจและครอบคลุม ผู้เขียนจึงเห็นว่าควรกำหนดชุดเครื่องมือ (Tools) ดังนี้

  • การแจ้งล่วงหน้าและรับฟังความคิดเห็นก่อนเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่มีสาระสำคัญ
  • การห้ามบังคับใช้บริการเสริมที่ไม่จำเป็น
  • มาตรการส่งเสริมการทำงานร่วมกันของระบบและการเคลื่อนย้ายข้อมูล
  • เสรีภาพในการใช้ช่องทางขายหรือระบบชำระเงินอื่น
  • การตรวจสอบระบบจัดอันดับและระบบแนะนำ
  • การทบทวนสภาพตลาดเป็นระยะ
  • การบังคับใช้กฎหมายการแข่งขันแบบเจาะจงเมื่อมีการใช้อำนาจเหนือตลาดหรืออำนาจตลาดโดยมิชอบ

เมื่อพิจารณากันมาถึงตรงนี้ ก็อาจพบว่า การกำกับค่าธรรมเนียมที่มองเห็นได้ชัดเพียงอย่างเดียวอาจเป็นเพียงการรักษา “อาการ” ไม่ใช่การรักษาโรค หากต้นเหตุของปัญหาอยู่ที่การพึ่งพา การผูกติดกับระบบ ผลกระทบของเครือข่าย การควบคุมข้อมูล หรือการไม่มีทางเลือกที่ใช้ได้จริง การกำหนดเพดานค่าธรรมเนียมก็อาจช่วยบรรเทาภาระชั่วคราวโดยไม่ฟื้นฟูระบบนิเวศการแข่งขัน และอาจทำให้แรงจูงใจทางการค้าในการหารายได้ของแพลตฟอร์มถูกย้ายไปสู่ค่าบริการอื่นหรือกลไกการควบคุมของแพลตฟอร์มที่อาจมีโปร่งใสน้อยกว่า

และจากประสบการณ์ของหลายประเทศทั่วโลกข้างต้นก็แสดงให้เห็นว่า ไม่มีรูปแบบการกำกับดูแลใดที่ใช้ได้กับทุกกรณี ดังนั้น การกำกับเรื่องค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มจึงเป็นนโยบายด้านการแข่งขันที่ต้องมองให้ไกลกว่าตัวเลขค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มที่ปรากฏ โดยต้องพิจารณาถึงโครงสร้างของแพลตฟอร์มทั้งระบบ แรงจูงใจหรือผลกระทบที่ไม่ได้ตั้งใจให้เกิดขึ้นจากมาตรการกำกับดูแล รวมไปถึงช่องทางของอำนาจตลาดและอำนาจต่อรองทั้งหมดที่อาจถูกนำมาใช้

ดังนั้น หัวใจสำคัญจึงอาจสรุปได้ว่า “ เรื่องค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มควรมองให้ไกลกว่าการควบคุมค่าธรรมเนียม เพราะการกำหนดเพดานอาจเป็นเพียงยาที่ช่วยบรรเทาอาการระยะสั้น แต่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการแข่งขันของระบบนิเวศดิจิทัลในระยะยาว

ดังนั้น จึงควรแก้ที่ต้นเหตุไม่ใช่ควบคุมค่าธรรมเนียมเพียงเพื่อบรรเทาอาการ”  เพราะการจำกัดค่าธรรมเนียมประเภทหนึ่งไม่ได้ทำให้แรงจูงใจทางเศรษฐกิจหายไป หากการกำกับดูแลมิได้แก้ไขสภาพการแข่งขันที่ทำให้ค่าธรรมเนียมนั้นเกิดขึ้น ต้นทุนดังกล่าวอาจกลับมาปรากฏในรูปของค่าบริการอื่น เงื่อนไขสัญญารูปแบบใหม่ หรือกลไกการกำกับดูแลอีกชั้นหนึ่งภายในแพลตฟอร์มได้อยู่ดี …

____________________________

ผู้เขียน

คม วชิรวราการ

ทนายความหุ้นส่วนและหัวหน้าแผนกกฎหมายการแข่งขันทางการค้า

[email protected]

ปิยาพัชร ทับอินทร์

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายการแข่งขันทางการค้า

[email protected]

ชื่นกมล วิริยะ

ทนายความ

[email protected]

เกี่ยวกับเรา (Kudun and Partners)

กลุ่มงานกฎหมายการแข่งขันทางการค้า (C-AT Practice)

กลุ่มปฏิบัติงานด้านกฎหมายการแข่งขันทางการค้าของบริษัท กุดั่น แอนด์ พาร์ทเนอร์ส ให้คำปรึกษาแก่บริษัทชั้นนำ บริษัทข้ามชาติ และผู้ประกอบธุรกิจด้านเทคโนโลยี ครอบคลุมการปฏิบัติตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้า การควบรวมธุรกิจ และการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยผสานความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย เศรษฐศาสตร์การแข่งขัน และการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อมอบแนวทางที่เหมาะสมกับเป้าหมายทางธุรกิจของลูกค้า

ข้อสงวนสิทธิ์ (Disclaimer)

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น มิใช่การให้คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะเจาะจง หากท่านต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเสี่ยงและการปฏิบัติตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้า สามารถติดต่อทีม Competition & Anti-trust (C-AT) Practice ของ Kudun & Partners ได้โดยตรง