รพ.นครธน สบช่องสังคมสูงวัย รุก Long-term Care ชิงเค้กโรคซับซ้อน
โครงสร้างประชากรไทยก้าวสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ หนุนดีมานด์การแพทย์เฉพาะทางพุ่ง รพ.นครธน ปรับโครงสร้างธุรกิจรับทศวรรษที่ 4 ชูโมเดล “Healthcare Ecosystem” ผุด 3 โครงการหลัก ทุ่มลงทุนนวัตกรรมรักษาโรคยาก พร้อมขยายพอร์ตรายได้ รุกศูนย์ดูแลผู้สูงอายุระยะยาว
ดีมานด์ “โรคซับซ้อน” พุ่งรับสังคมสูงวัย
ปัจจุบันประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์แล้ว ข้อมูลจากรายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ. 2567 (มส.ผส.) ระบุว่า ไทยมีประชากรผู้สูงอายุถึง 13.7 ล้านคน คิดเป็น 20.83% ของประชากรทั้งหมด และกำลังเดินหน้าสู่ “สังคมสูงวัยระดับสุดยอด” ที่สัดส่วนผู้สูงอายุจะแตะระดับ 28% ในระยะเวลาอันใกล้
ปัจจัยทางประชากรศาสตร์ดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อความต้องการทางการแพทย์ โดยเฉพาะกลุ่ม “โรคยากและซับซ้อน” ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ปี 2566 พบว่ามีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ในไทยถึง 349,126 ราย และเสียชีวิตกว่า 36,000 ราย หรือเฉลี่ยพบผู้ป่วยใหม่ทุกๆ 4 นาที ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาและฟื้นฟูอย่างทันท่วงที จะนำไปสู่ภาวะผู้ป่วยติดเตียง สร้างภาระค่าใช้จ่ายมหาศาลต่อครอบครัว
แนวโน้มความต้องการการดูแลผู้สูงอายุที่ซับซ้อนขึ้นนี้ กลายเป็นโจทย์หลักที่ทำให้ โรงพยาบาลนครธน ต้องปรับยุทธศาสตร์องค์กรครั้งใหญ่ในวาระก้าวสู่ปีที่ 31
กางแผน 3 โครงการหลัก ปั้น Healthcare Ecosystem
รศ.ญาณเดช ทองสิมา ประธานกรรมการบริษัท กลุ่มบริษัท โรงพยาบาลนครธน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา องค์กรผ่านความท้าทายจนสามารถสร้างความมั่นคง ชำระหนี้ นำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และระดมทุนเพื่อขยายธุรกิจได้สำเร็จ ซึ่งความแข็งแกร่งทางการเงินนี้ เป็นรากฐานสำคัญในการเดินหน้าขยายบริการสุขภาพให้สอดรับกับโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป
บริษัทได้วางยุทธศาสตร์สร้างโมเดลธุรกิจ Healthcare Ecosystem ผ่าน 3 โครงการหลัก ประกอบด้วย 1. โรงพยาบาลนครธน (ศูนย์กลางการรักษาโรคยากและซับซ้อน) 2. โรงพยาบาลนครธน 2 (เอกชัย–กาญจนาภิเษก) ซึ่งเปิดให้บริการไปเมื่อเดือน ธ.ค. 2568 เพื่อขยายพื้นที่บริการและเตรียมรองรับกลุ่มผู้ประกันตน และ 3. นครธน ลองไลฟ์ เซ็นเตอร์ บาย เฌ้อสเซอรี่ โฮม ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุระยะยาว เพื่อต่อจิ๊กซอว์บริการสุขภาพให้ครบวงจร
ลงทุนนวัตกรรมเฉพาะทาง จับกลุ่มกำลังซื้อสูง
ด้าน พญ.ศิเรมอร ทองสิมา ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลนครธน กล่าวว่า บริษัทได้ยกระดับศูนย์การแพทย์เฉพาะทางกว่า 20 ศูนย์ โดยพุ่งเป้าไปที่การรับมือโรคซับซ้อนในกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งถือเป็นเซกเมนต์ที่มีความต้องการสูง
กลยุทธ์สำคัญคือการลงทุนด้านเทคโนโลยีการแพทย์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน อาทิ การใช้เทคโนโลยี Biplane DSA สำหรับโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งใช้วิธีใส่สายสวนเพื่อนำลิ่มเลือดออก ลดความจำเป็นในการผ่าตัดใหญ่ และการใช้เทคโนโลยี Biplanar Navigator สำหรับการผ่าตัดกระดูกสันหลังเพื่อลดขนาดแผลและการเสียเลือด นวัตกรรมเหล่านี้ตอบโจทย์กลุ่มผู้สูงอายุที่ทนต่อการผ่าตัดใหญ่ได้น้อย ช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวไว ลดระยะเวลาพักฟื้นในโรงพยาบาล ซึ่งส่งผลดีต่อทั้งตัวผู้ป่วยและการบริหารจัดการรอบเตียงของโรงพยาบาล
รุก Long-term Care ดึงโควตารัฐเสริมพอร์ตรายได้
สำหรับการต่อยอดธุรกิจเพื่อรองรับการฟื้นฟูผู้ป่วยหลังพ้นวิกฤต รพ.นครธน ได้เปิดให้บริการ “นครธน ลองไลฟ์ เซ็นเตอร์ บาย เฌ้อสเซอรี่ โฮม” เมื่อเดือน ก.ย. 2569 ที่ผ่านมา เพื่อให้บริการดูแลผู้สูงอายุทั้งระยะสั้นและระยะยาว
ศูนย์ดังกล่าววางตำแหน่งทางการตลาดจับกลุ่มเป้าหมายระดับบน ด้วยค่าบริการเริ่มต้นที่กว่า 80,000 บาทต่อเดือน โดยใช้จุดแข็งด้านการมีเครือข่ายโรงพยาบาลรองรับกรณีฉุกเฉินสร้างความแตกต่างจากศูนย์ดูแลทั่วไป ขณะเดียวกัน บริษัทยังได้รับการจัดสรรโควตารองรับผู้ประกันตนจากภาครัฐมากกว่าที่เสนอไว้ ซึ่งนอกจากจะช่วยขยายฐานลูกค้าแล้ว ยังเป็นการสร้างรายได้ประจำให้กับพอร์ตโฟลิโอของกลุ่มบริษัทอีกด้วย โดยในอนาคตมีแผนพัฒนาทางเลือกที่ราคาย่อมเยาลงเพื่อขยายตลาดส่วนนี้เพิ่มเติม
เสริมความแข็งแกร่ง ESG สู่ความยั่งยืน
นอกจากการขยายธุรกิจแล้ว ระบบนิเวศสุขภาพของ รพ.นครธน ยังให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนและความยั่งยืน ผ่านการตรวจคัดกรองโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ตั้งแต่ต้นน้ำ ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG เช่น การติดตั้ง Solar Cell เพื่อส่งเสริมพลังงานสะอาด และโครงการ “ขยะกำพร้าสัญจร” นำขยะไปเป็นเชื้อเพลิงทดแทน ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมขององค์กรเข้าสู่การประเมินหุ้นยั่งยืน สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนในระยะยาวต่อไป