1 ตุลาคม “วันผู้สูงอายุสากล” กับจุดเปลี่ยนเศรษฐกิจโลก–ไทย เมื่อโลกแก่ลงเร็วกว่าที่คิด
รายงาน
เนื่องในโอกาส “วันผู้สูงอายุสากล” (International Day of Older Persons) ซึ่งตรงกับวันที่ 1 ตุลาคมของทุกปี องค์การสหประชาชาติ (UN) ได้กำหนดขึ้นเพื่อยกย่องและแสดงถึงคุณค่าของผู้สูงอายุ ในฐานะทรัพยากรบุคคลผู้สร้างคุณประโยชน์สะสม และยังคงเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมในอนาคตผ่านความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมา การสร้างระบบดูแลผู้สูงอายุให้มีสุขภาพแข็งแรงรอบด้านจึงกลายเป็นวาระสำคัญระดับโลก
ท่ามกลางโครงสร้างประชากรโลกที่กำลังพลิกโฉมครั้งใหญ่ ปรากฏการณ์ “เด็กเกิดน้อยลง แต่คนมีอายุยืนยาวขึ้น” กำลังส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม และนโยบายการคลังทั่วโลก
โครงสร้างประชากรเปลี่ยน เครื่องยนต์เศรษฐกิจโลกสะดุด
ข้อมูลจากบทความ “Bnomics” โดยธนาคารกรุงเทพ ที่เผยแพร่ผ่านประชาชาติธุรกิจ ระบุว่า ในช่วงกว่า 20 ปีที่ผ่านมา โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ผู้สูงอายุกลายเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ จากข้อมูลของธนาคารโลก (World Bank) สัดส่วนประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปของโลกเพิ่มขึ้นจาก 5.5% ในปี 1974 มาอยู่ที่ 7.0% ในปี 2002 และแตะระดับ 10.4% ในปี 2025 โดยองค์การสหประชาชาติคาดการณ์ว่า สัดส่วนดังกล่าวจะพุ่งสูงถึง 20.7% ภายในปี 2074
ปัจจัยดังกล่าวกำลังยุติยุคทองของ “โบนัสทางประชากร” (Demographic Dividend) หรือช่วงเวลาที่ประเทศมีประชากรวัยทำงานมากกว่าเด็กและผู้สูงอายุ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ชี้ว่า การเข้าสู่สังคมสูงวัยกลายเป็นปัจจัยหลักที่ลดศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจของหลายประเทศพัฒนาแล้ว เนื่องจากกำลังแรงงานใหม่เข้าสู่ตลาดลดลง ขณะที่ผลิตภาพแรงงาน (Productivity) ไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้เร็วพอที่จะชดเชยจำนวนแรงงานที่หายไป
ปัจจุบัน ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่หลายแห่งเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์และเต็มที่แล้ว เช่น ญี่ปุ่นที่มีประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปสูงถึง 30%, อิตาลี 25%, เยอรมนี 24%, เกาหลีใต้ 20%, จีน 15% และไทย 15% โดยประชากรเกือบ 40% ของโลกอาศัยอยู่ในประเทศที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์แล้ว และ UN คาดว่าในช่วงปลายทศวรรษ 2070 จำนวนประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปทั่วโลกจะมีมากกว่าเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ
โอกาสใหม่ใน “Silver Economy” และความท้าทายทางการคลัง
แม้การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรจะส่งผลกระทบต่อภาระทางการคลัง หนี้สาธารณะจากงบประมาณบำนาญและระบบสาธารณสุข รวมถึงปัญหาการขาดแคลนแรงงาน แต่ในทางกลับกันก็เปิดโอกาสทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ ได้แก่:
- Silver Economy: ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่มีเงินออมและกำลังซื้อ ส่งผลให้ธุรกิจบริการ การท่องเที่ยว อาหารเพื่อสุขภาพ ประกันสุขภาพ และการดูแลระยะยาวเติบโตต่อเนื่อง
- ธุรกิจสุขภาพและเทคโนโลยี (Healthcare & Femtech/AgeTech): ความต้องการเวชภัณฑ์ อุปกรณ์การแพทย์ และ Telemedicine เพิ่มสูงขึ้นอย่างมหาศาล
- ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์: ประเทศที่ขาดแคลนแรงงานอย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เร่งลงทุนใน AI และระบบอัตโนมัติเพื่อทดแทนแรงงานที่หายไปในระบบ
สถิติไทยก้าวสู่ Super-Aged Society และปัจจัยชีววิถี “บลูโซน”
สำหรับประเทศไทย ข้อมูลจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ระบุว่า ไทยเริ่มก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมาตั้งแต่ปี 2548 และมีอัตราการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2567 พบว่า ไทยมีสัดส่วนผู้สูงอายุสูงถึง 20.70% ของประชากรทั้งประเทศ และคาดการณ์ว่าภายในปี 2576 สัดส่วนผู้สูงอายุจะเกิน 30% ซึ่งจะส่งผลให้ไทยกลายเป็น “สังคมสูงอายุระดับสุดยอด” (Super-Aged Society) อย่างเต็มตัว
นอกเหนือจากมิติทางเศรษฐกิจ สสส. ยังได้อ้างอิงข้อมูลแนวคิดจากพื้นที่อายุยืนระดับโลก หรือ “บลูโซน” (Blue Zones) ที่ชี้ให้เห็นว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้สูงอายุมีอายุยืนยาวเกิน 100 ปี ไม่ได้มาจากเพียงความก้าวหน้าทางการแพทย์เท่านั้น แต่เกิดจากการมีส่วนร่วมในสังคม การเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน และการมีเครือข่ายครอบครัวที่เหนียวแน่น (Love Ones First)
ผลการสำรวจพบว่า 50.50% ของผู้สูงอายุที่มีอายุยืนยาวมีการแสดงความรักผ่านการโอบกอดหรือการสัมผัสในทุกวัน เนื่องจากส่งผลโดยตรงต่อการสร้างความมั่นคงทางจิตใจ ช่วยลดระดับความเครียด ลดความเสี่ยงภาวะซึมเศร้า และเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรงอย่างยั่งยืน
หากศตวรรษที่ 20 คือยุคแห่ง “การเติบโตของประชากร” ศตวรรษที่ 21 ก็คือยุคแห่ง “การบริหารจัดการสังคมผู้สูงอายุ” ซึ่งการปรับตัวของทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และสถาบันครอบครัว จะเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศให้อยู่รอดและเติบโตได้อย่างมั่นคงท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้
อ้างอิงจาก
- คอลัมน์ Bnomics : ธนาคารกรุงเทพ) เด็กเกิดน้อยลง แต่คนมีอายุยืนยาวขึ้น โลกกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ
- สสส.) รายงานและชุดข้อมูลสถิติสังคมสูงวัยไทยแลนด์