ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 2 มกราคม 2562 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (2/1) ที่ระดับ 32.39/41 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (28/12) ที่ระดับ 32.54/56 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากความกังวลต่อเนื่องของนักลงทุนในประเด็นความไม่แน่นอนทางการค้ราระหว่างสหรัฐและจีน และประเด็นภาวะชัตดาวน์หรือการปิดหน่วยงานรัฐบาลของสหรัฐ โดยประธานาธิบดีสหรัฐ นายโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า ภาวะชัตดาวน์จะดำเนินต่อเนื่องไปจนกว่ารับสภาจะยอมอนุมัติคำของบประมาณสนัสนุนการสร้างกำแพงกั้นชายแดนสหรัฐ-เม็กซิโก สำหรับความคืบหน้าล่าสุดนั้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐสังกัดพรรคเดโมแครตได้วางแผนที่จะยุติภาวะชัตดาวน์ด้วยการผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวโดยไม่รวมงบประมาณการสร้างกำแพงกั้นชายแดนเม็กซิโกวงเงิน 5 พันล้านดอลลาร์ตามที่ประธานาธิบดีทรัมป์เรียกร้อง ในวันพฤหัสบดีนี้ (3/1) อย่างไรก็ตามหากร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวผ่านความเห็นชอบในสภาผู้แทนราษฎรก็จะถูกส่งต่อไปยังวุฒิสภาสหรัฐ ขณะที่หลายฝ่ายกังวลว่าร่างกฎหมายงบประมาณฉบับนี้อาจจะไม่ผ่านการรับรองจากวุฒิสภาเมื่อพิจารณาจากท่าทีอันแข็งกร้าวของประธานาธิบดีทรัมป์
สำหรับปัจจัยในประเทศ มีการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) เดือน ธ.ค. 61 อยู่ที่ 101.73 ขยายตัว 0.36% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 0.65% จากเดือน พ.ย. ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) อยู่ที่ 102.30 ขยายตัว 0.68% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และขยายตัว 0.01% เมื่อเทียบเดือนก่อนหน้า ขณะเดียวกันธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยรายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 19 ะ.ค. 61 โดยกรรมการส่วนใหญ่เห็นว่าอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำเป็นเวลานาน เอื้อให้เกิดการสะสมความเปราะบางในระบบการเงินต่อเนื่อง และเห็นว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในครั้งนี้จะช่วยทยอยปรับสมดุลต่อพฤติกรรมการบริโภค การออม การกู้ยืมและการลงทุน รวมทั้งช่วยสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยเฉพาะในภาวะที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย โดยระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 32.28-32.42 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 32.27/32.29 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (2/1) ที่ระดับ 1.1452/54 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (28/12) ที่ระดับ 1.1450/52 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นในช่วงบ่ายหลังจากที่ตลาดยุโรปเปิด โดยได้รับแรงหนุนจากค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าต่อเนื่อง ขณะเดียวกันช่วงบ่าย มาร์กิตเผยดัชนี PMI ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของยูโรโซนอยู่ที่ 51.4 ในเดือน ธ.ค. ทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1443-1.1497 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1443/45 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (2/1) ที่ระดับ 109.65/67 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (28/12) ที่ 110.40/42 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ความวิตกเกี่ยวกับความขัดแย้งด้านการค้าระหว่างจีน-สหรัฐ และความไม่แน่นอนทางการเมืองของสหรัฐและสหภาพยุโรป ส่งผลให้มีแรงหนุนในการเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างค่าเงินเยนในช่วงนี้ อย่างไรก็ตามตลาดเงินและตลาดทุนของญี่ปุ่นยังคงปิดทำการต่อเนื่องไปจนถึงวันพรุ่งนี้ (3/1) ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 108.72-109.70 เยน/ดอลลาร์สหรับ และปิดตลาดที่ระดับ 108.77/79 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตจากมาร์กิตของสหรัฐ (2/1), ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชน ADP (3/1), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (3/1), ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคของไทย (3/1), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการจากมาร์กิตของยูโรโซน (4/1), อัตราเงินเฟ้อของยูโรโซน (4/1), ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ (4/1)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -2.2/-1.9 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -4.65/-3.65 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ