จ่อควบคุมค่ายา-ค่ารักษา ตั้งโรงพยาบาลโตต่อ 137%
ธุรกิจโรงพยาบาลอู้ฟู่ ยอดจดทะเบียนตั้งปี’61 เอกชนเทงบฯลงทุนพุ่ง 137% ขณะที่ร้านค้าปลีกซบยอดจดทะเบียนหด 31% “พาณิชย์” ถกคณะอนุกรรมการควบคุมยา-ค่ารักษาพยาบาลนัดแรก ตั้งคณะทำงานดูต้นทุนโครงสร้างยา ขีดเส้น 60 วัน เคาะมาตรการดูแล พร้อมกับออกประกาศให้ปิดป้ายแสดงราคายา ส่งไม้ต่อ สธ.ศึกษาแนวทางแก้ กม.ให้ผู้ป่วยซื้อยานอก รพ.ได้
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า สถานการณ์การประกอบธุรกิจกลุ่มร้านค้าปลีกยาและเวชภัณฑ์ ปรับลดลงอย่างมาก โดยแม้ว่าภาพรวมจะมีจำนวนร้านขายปลีกยาและเวชภัณฑ์รวม 5,473 แห่ง มีทุนจดทะเบียนรวม 26,796.57 ล้านบาท แต่ยอดการจดทะเบียนจัดตั้งร้านค้าปลีกยาฯในช่วงปี 2561 ที่ผ่านมา มีเพียง 592 แห่ง ลดลง 31% จากปี 2560 ทุนจดทะเบียน 792 ล้านบาท ลดลง 37% ส่วนหนึ่งเป็นผลจากผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจะใช้ยาที่ซื้อจากโรงพยาบาลโดยตรงมากขึ้น ขณะที่ยอดการจัดตั้งธุรกิจโรงพยาบาลปี 2561 มีจำนวน 74 แห่ง เพิ่มขึ้น 7.25% ขณะที่มูลค่าเม็ดเงินลงทุน 1,863 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 137% จากปี 2560 ซึ่งโดยรวมยอดจำนวนนิติบุคคลที่ทำโรงพยาบาลปัจจุบันมี 656 แห่ง ทุนจดทะเบียน 103,735.91 ล้านบาท
นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานอนุกรรมการพิจารณากำหนดมาตรการยาและเวชภัณฑ์ บริการรักษาพยาบาล บริการทางการแพทย์ และบริการอื่นของสถานพยาบาล กล่าวภายหลังการประชุมครั้งที่ 1/2562 ว่า ที่ประชุมเห็นชอบตั้งคณะทำงานพิจารณาโครงสร้างต้นทุนยา เวชภัณฑ์ บริการทางการแพทย์ของโรงพยาบาล โดยมีอธิบดีกรมการค้าภายในเป็นประธานคณะทำงานพิจารณาโครงสร้างต้นทุน โดยให้สรุปได้ภายใน 60 วัน ปลายเดือนมีนาคม 2562
พร้อมกันนี้ ในสัปดาห์หน้ากรมการค้าภายใน ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) จะออกประกาศ กกร.กำหนดให้โรงพยาบาลเอกชนปิดป้ายแสดงราคายาและเวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ให้ชัดเจน เพื่อให้ผู้ป่วยรับรู้ราคา โดยเบื้องต้นจะดูแลยา 1,000 รายการ นอกจากนี้ ในที่ประชุมยังขอให้สมาคมโรงพยาบาลเอกชนแจ้งสมาชิกให้แจกแจงค่าบริการทางการแพทย์อย่างละเอียด โดยแบ่งออกเป็นค่ารักษาพยาบาล และค่าบริการที่เป็นสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับผู้ป่วย เช่น ค่าห้อง ค่าบริการอื่น ๆ ให้ประชาชนรับรู้ก่อนตัดสินใจ สำหรับการพิจารณาโครงสร้างต้นทุนค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลแต่ละแห่งแตกต่างกัน อาจพิจารณาแบ่งระดับความต่างตั้งแต่ 5 ดาว 4 ดาว 3 ดาว ตามความเหมาะสม
พร้อมกันนี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้รับจะดำเนินการศึกษาแนวทางซึ่งที่ประชุมเสนอให้ผู้ป่วยมีสิทธิร้องขอใบสั่งยา เพื่อเป็นทางเลือกในการซื้อยานอกสถานพยาบาลได้ ซึ่งประเด็นนี้ยังมีข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังมีการหารือถึงกรณีการคิดค่าบริการสำหรับผู้ป่วยฉุกเฉินซึ่งเดิมกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดไว้ชัดเจนว่าผู้ป่วยฉุกเฉินจะสามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลได้ในทุกโรงพยาบาลใน 72 ชั่วโมงแรก โดยมีเงื่อนไขว่าต้องเป็นผู้ป่วยฉุกเฉินในระดับสีแดงเท่านั้น
มีผลทำให้ผู้ป่วยในระดับสีเหลือง หรือสีเขียวมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตเพราะโรงพยาบาลเอกชนบางแห่งไม่รับรักษา หรือรักษา และมีค่าใช้จ่ายสูงมาก ซึ่งจะแก้ไขเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม
นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า การคิดค่ารักษาพยาบาลกับผู้ป่วยควรมีข้อมูลอ้างอิงด้วยว่าคิดค่ารักษา ค่าบริการอย่างไร พร้อมกับการคิดค่ารักษากับผู้ป่วยฉุกเฉิน ไม่ฉุกเฉินด้วยเพื่อสร้างความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย หากจำเป็นควรมีการใช้มาตรา 29 พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 ดูแลต่อไป
ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat ![]()
หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!
