เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แสนสิริ ผนึก 9 แบงก์ ออกหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ โชว์แบ็กล็อกสุดแกร่ง 2.4 หมื่นล้าน เปิดจอง ก.พ. 70
Real Estate แสนสิริ ผนึก 9 แบงก์ ออกหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ โชว์แบ็กล็อกสุดแกร่ง 2.4 หมื่นล้าน เปิดจอง ก.พ. 70
ประกันภัยพิบัติ เตรียมจ่ายเคสแรก ‘เสียชีวิต’ ถูกกระแสน้ำพัดที่เชียงใหม่ 2 ล้านบาท
Finance ประกันภัยพิบัติ เตรียมจ่ายเคสแรก ‘เสียชีวิต’ ถูกกระแสน้ำพัดที่เชียงใหม่ 2 ล้านบาท
SN Group พลิกธุรกิจ 67 ปี ลุยระบบน้ำ ‘อีอีซี-ดาต้าเซ็นเตอร์’ ดันรายได้ 4 พันล้าน
Biz Movement SN Group พลิกธุรกิจ 67 ปี ลุยระบบน้ำ ‘อีอีซี-ดาต้าเซ็นเตอร์’ ดันรายได้ 4 พันล้าน
นิด้าผนึกภาคีขับเคลื่อน ‘ผ้าไทย’ สู่สินค้ามูลค่าสูง สร้างเศรษฐกิจสีชมพูให้ชุมชนไทย
Economic นิด้าผนึกภาคีขับเคลื่อน ‘ผ้าไทย’ สู่สินค้ามูลค่าสูง สร้างเศรษฐกิจสีชมพูให้ชุมชนไทย
จากโหนกระแสสู่ ‘ประกันลูกทรพี’ สังคมไทยมาถึงจุดนี้แล้วจริงหรือ?
Finance จากโหนกระแสสู่ ‘ประกันลูกทรพี’ สังคมไทยมาถึงจุดนี้แล้วจริงหรือ?
ราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณ 67,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณ 67,350 บาท
‘ออริจิ้น’ แก้เกมกู้ไม่ผ่านพุ่ง 40% ชูคอนโดฯพร้อมอยู่-ลุยตลาดเช่า
Real Estate ‘ออริจิ้น’ แก้เกมกู้ไม่ผ่านพุ่ง 40% ชูคอนโดฯพร้อมอยู่-ลุยตลาดเช่า
ประเทศไทย คนดูข่าวจากครีเอเตอร์ อันดับ 1 ของโลก มากกว่าดูจากสื่อ
News ประเทศไทย คนดูข่าวจากครีเอเตอร์ อันดับ 1 ของโลก มากกว่าดูจากสื่อ
น้ำท่วมปี’69 ราคาสินค้ายังไม่พุ่ง ‘สนค.’ ชี้เสี่ยงซ้ำเติมรายได้-เงินออมประชาชน
Economic น้ำท่วมปี’69 ราคาสินค้ายังไม่พุ่ง ‘สนค.’ ชี้เสี่ยงซ้ำเติมรายได้-เงินออมประชาชน
ตระกูลเวสตัน ทุ่ม 8.9 พันล้านเหรียญ ซื้อ Boots จ่อปิดดีลต้นปี 2027
Business ตระกูลเวสตัน ทุ่ม 8.9 พันล้านเหรียญ ซื้อ Boots จ่อปิดดีลต้นปี 2027
ดูทั้งหมด

ชำแหละ พ.ร.บ.ข้าว

20 ก.พ. 2562 | 17:10น.

คอลัมน์ สามัญสำนึก

โดย ถวัลย์ศักดิ์ สมรรคะบุตร

ในช่วงโค้งสุดท้ายของรัฐบาลก่อนที่จะเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งของประเทศ ร่าง พ.ร.บ.ข้าว พ.ศ. … กลับกลายมาเป็นเรื่องร้อนของอุตสาหกรรมข้าวขึ้นมาทันที หลังจากที่ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ถูก “ต่อต้าน” อย่างหนัก

โดยต้นเรื่องของ พ.ร.บ.ข้าว ฉบับนี้ถูก “ยกร่าง” ขึ้นมาโดยสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ไม่ได้ยกร่างมาจากหน่วยงานราชการ (กระทรวงเกษตรฯ-กระทรวงพาณิชย์) ที่ทำหน้าที่กำกับดูแลบริหารจัดการข้าวอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งผู้ที่ยกร่างขึ้นมาได้ให้เหตุผลและความจำเป็น มีสาระสำคัญอยู่ที่การมีกลไกในการบริหารจัดการข้าวทั้งด้านการผลิตและด้านการตลาดให้สอดคล้องกันทั้งระบบ การพัฒนาด้านการตลาดแข่งขัน และการรวมกลุ่มของชาวนาเพื่อสร้างความเข้มแข็ง

การจะไปสู่วัตถุประสงค์ข้างต้นได้นั้น ทางผู้ยกร่างได้ “ดีไซน์” อำนาจและหน้าที่ของ “คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.)” ขึ้นมาใหม่ ด้วยการใช้ระบบการ “รักษาการร่วม” สองกระทรวงด้วยกัน คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงไปจนกระทั่งถึงตัวเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการ จะเป็นปลัดกระทรวงเกษตรฯ ร่วมกับปลัดกระทรวงพาณิชย์ และอธิบดีกรมการข้าว ร่วมกับอธิบดีกรมการค้าภายใน ซึ่งแตกต่างจาก นบข.ชุดปัจจุบันที่กำหนดให้ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นประธานคณะกรรมการ (ตามคำสั่ง คสช.ที่ 172/2557) มีปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นเลขานุการ แต่เพียงผู้เดียว

ด้านตัวกรรมการของ นบข. ใช้ระบบ 12/6/3 หรือเต็มไปด้วยข้าราชการถึง 12 คน ภาคเอกชน (ผู้ส่งออก-โรงสี-ชาวนา) รวม 6 คน และผู้ทรงคุณวุฒิอีก 3 คน โดยสัดส่วนข้าราชการจำนวนมากมายนี้ยังถูกนำไปใช้ในชั้น “คณะอนุกรรมการ” ที่จะต้องตั้งขึ้นมาใหม่อีก 2 คณะด้วยกัน คือ คณะอนุกรรมการนโยบายข้าวด้านการผลิต มีปลัดกระทรวงเกษตรฯเป็นประธาน ในสัดส่วนข้าราชการ 16 คน เอกชน 7 คน และผู้ทรงคุณวุฒิอีก 1 คน กับคณะอนุกรรมการนโยบายข้าวด้านการตลาด มีปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน ในสัดส่วนข้าราชการ 11 คน เอกชน 6 คน และผู้ทรงคุณวุฒิ 1 คน

คณะอนุกรรมการทั้ง 2 ชุดนี้ถือเป็น “หัวใจ” สำคัญในการกำหมด “มาตรการการผลิตข้าวและมาตรการด้านการตลาดข้าว” เสนอต่อ นบข. นั่นหมายความว่า มาตรการช่วยเหลือชาวนา-การผลิต-การตลาด-การอุดหนุน หรือมาตรการอื่นใด (จำนำข้าว-ประกันราคาข้าวที่อาจจะถูกนำมาใช้อีก) จะถูกพิจารณาจากคณะอนุกรรมการทั้ง 2 ชุดนี้ เนื่องจากคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ไม่มีหน้าที่ในการกำหนด “มาตรการเกี่ยวกับสินค้าข้าว” นบข.เป็นเพียงผู้กำหนดกรอบนโยบายและอนุมัติให้ความเห็นชอบแผนงาน-โครงการ และมาตรการเกี่ยวกับการผลิต/ตลาดข้าวเท่านั้น

นอกจากนี้ ในร่าง พ.ร.บ.ข้าวฉบับใหม่ ยังมีการกำหนดสิ่งที่เรียกว่า “เขตศักยภาพการผลิตข้าว (zoning)” ของทั้งประเทศ โดยให้กระทรวงเกษตรฯเป็นผู้ประกาศพื้นที่ไหนควรผลิตข้าวพันธุ์ใด ซึ่งอาจจะมีผลต่อการกำหนดมาตรการช่วยเหลือชาวนาในอนาคต การกำหนดการทำ “ฐานข้อมูล (big data)” การผลิต-ตลาดข้าวแบบครบวงจร โดยให้ผู้จำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าว-ชาวนา-องค์กรการเกษตร-โรงสีข้าว-ผู้รวบรวมข้าว-ผู้ให้บริการทำนา (เพิ่มขึ้นมาใหม่) และผู้ตรวจสอบคุณภาพเมล็ดพันธุ์ข้าว มีหน้าที่ต้องรายงาน

แต่ที่ดูจะเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และกลายเป็นการ “ควบคุมธุรกิจ” แทนที่จะเป็นการอำนวยความสะดวกก็คือ การ “บังคับ” ให้ผู้รับซื้อข้าวเปลือก (โรงสีข้าว) ต้องออก “ใบรับซื้อข้าวเปลือก” ทุกครั้งที่มีการซื้อ และสำเนาใบรับซื้อข้าวให้กับกรมการข้าว ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าจะเกี่ยวกับการจัดทำฐานข้อมูลอะไร

ในขณะที่เรื่องของการตรวจสอบและรับรองพันธุ์ข้าวที่จะนำไปจำหน่ายให้ชาวนาของกรมการข้าว ตามมาตรา 27 (1) (3) เพียงมาตราเดียว ได้ถูกตัดออกจากร่าง พ.ร.บ.ข้าวไปแล้ว เนื่องจากถูกต่อต้านหนัก จนดันต่อไปไม่ได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พ.ร.บ.ข้าว