กนอ.จ่อคลอดร่างสัญญาผลประโยชน์กัลฟ์-พีทีทีแทงค์ ชงท่าเรือมาบตาพุดเฟส3 เข้าครม. มั่นใจ ก.ย.เซ็นลงนาม
กนอ. จ่อชง ครม.อนุมัติแผนการลงทุนร่วมลงทุนท่าเรือมาบตาพุดเฟส 3 ช่วงที่ 1 กับกลุ่มกิจการร่วมค้ากัลฟ์-พีทีทีแทงค์ ในเดือน ส.ค.นี้ มั่นใจเตรียมลงนามในสัญญา ก.ย. พร้อมร่างสัญญากรอบวงเงินผลประโยชน์จากเอกชนหลังนำเข้าก๊าซ LNG
นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า ความคืบหน้า โครงการท่าเรือมาบตาพุด ระยะที่ 3 ช่วงที่ 1 มูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 55,400 ล้านบาทนั้น คาดว่าจะสามารถลงนามในสัญญา ร่วมทุนกับกลุ่มกิจการร่วมค้า กัลฟ์ และพีทีที แทงค์ ได้ในช่วงเดือน ก.ย.นี้ 2562
ขณะที่ร่างสัญญาโครงการ ได้มีการปรับปรุงและผ่านการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการอัยการสูงสุดแล้ว หลังจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงคมนาคม สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่ได้มีข้อคิดเห็นถึงผลประโยชน์ที่รัฐควรจะได้รับจากการดำเนินธุรกิจในฐานะชิปเปอร์ หรือ ผู้ได้รับใบอนุญาตินำเข้าก๊าซ LNG
ร่างสัญญาดังกล่าวจะเสนอต่อที่ประชุม ครม. อีกครั้งภายในปลายเดือน ส.ค.2562 นี้ เพื่อให้ ครม.พิจารณาอนุมัติเห็นชอบการลงทุน ตาม พ.ร.บ.การนิคม (2562) มาตรา 66 ก่อน ซึ่งระหว่างนี้ยังคงมีการรับฟังความคิดเห็นคู่ขนานกันไป เป็นการเข้าสู่กระบวนการทำประชาพิจารณาขั้นสุดท้ายของ กรมเจ้าท่า ในฐานะหน่วยงานอนุญาต จากนั้นจะลงนามในร่างสัญญาโครงการ ภายในเดือน ก.ย. และพร้อมที่จะเข้าสู่การดำเนินโครงการเคลียร์พื้นที่ เพื่อเริ่มก่อสร้างโครงการตามแผนได้ทันที
อย่างไรก็ตาม หลังจากการรับฟังความคิดเห็นที่ผ่านมา ซึ่งรับฟังไปก่อนหน้านี้ 3 ครั้ง หลายหน่วยงานก็ให้ความคิดเห็นหลากหลาย โดยความคิดเห็นส่วนใหญ่ กนอ.ได้นำมาปรับปรุงและนำเสนอให้กับหน่วยงานที่ดูแลแล้ว และรอการรับฟังขั้นสุดท้าย ซึ่งบางหน่วยงานได้เสนอความเห็น อาทิ กระทรวงพาณิชย์ ให้ความเห็นเรื่องของกฎหมายลิขสิทธิ์ หรือหน่วยงานอื่นให้ความคิดเห็น ถึงผลประโยชน์หรือส่วนแบ่งที่จะได้รับ รวมไปถึงเรื่องของการฟ้องร้องโดยผู้ที่ถือหุ้นต่างชาติของกลุ่มกิจการร่วมค้า ไม่สามารถฟ้องร้องรัฐได้เพราะไม่ใช่คู่สัญญากับทาง กนอ. อย่างไรก็ตามความคิดเห็นดังกล่าวยังต้องนำมาพิจารณาหารือต่อไป
“ผลประโยชน์ที่เอกชนจะต้องให้รัฐไม่ได้คิดเป็นเปอร์เซ็นต์แต่จะเป็นวงเงินก้อนว่าจะต้องจ่ายแต่ละปีเท่าไร โดยทาง ปตท.จะนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของบอร์ด ปตท. ก่อน เช่นเดียวกับทางกัลฟ์จะเสนอให้ผู้บริหารที่มีอำนาจอนุมัติได้พิจารณาก่อนเช่นกัน คาดว่าจะใช้เวลา 2 สัปดาห์น้ับจากนี้ไป ส่วน กนอ.จะได้รับเงินเป็นจำนวนรายปีเพิ่มเติม และแบ่งรายได้หรือผลประโยชน์อย่างไร ต้องรอทางผู้บริหารพิจารณา ซึ่ง กนอ.จะให้ความสำคัญของผลประโยชน์สูงสุด”
สำหรับโครงการท่าเรือมาบตาพุด ระยะที่ 3 (ช่วงที่ 1) คาดว่าจะเปิดให้บริการภายในปี 2568 แบ่งเป็นช่วงที่ 1 การลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ในส่วนการขุดลอกและถมทะเล พื้นที่ 1,000 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ใช้ประโยชน์ 550 ไร่ และพื้นที่เก็บกักตะกอน 450 ไร่ การขุดลอกร่องน้ำ และแอ่งกลับเรือ การก่อสร้างเขื่อนกันคลื่น การก่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานการติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมการเดินเรือ ท่าเทียบเรือบริการ และท่าเรือก๊าซรองรับปริมาณการขนถ่ายก๊าซได้ 10 ล้านตันต่อปี ส่วนโครงการ ช่วงที่ 2 จะเป็นการลงทุนพัฒนาก่อสร้างท่าเรือ ทาง กนอ. จะออกประกาศเชิญชวน (TOR) ภาคเอกชนที่สนใจเข้าร่วมพัฒนาต่อไป โดยต้องมีศักยภาพรองรับปริมาณขนถ่ายสินค้าเหลวได้ 4 ล้านตันต่อปี