“ทิวลิปสยาม” ขาดตลาดเชียงรายหนุนปลูกส่งออก 200 ล้านบาท/ปี
ศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงรายชี้ทิวลิปสยามขาดตลาด ส่งออกไปยังต่างประเทศได้ปีละกว่า 20-30 ล้านบาท ขณะที่ความต้องการมีมูลค่ามากถึง 200 ล้านบาท/ปี พร้อมจัดงาน “ทุ่งทิวลิปสยามบาน หลากสีสันพรรณไม้หัว” ส่งเสริมเกษตรกรขยายพันธุ์เพื่อจำหน่าย
นายชวฤทธิ์ กิติรัตน์ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย จ.เชียงราย เปิดเผยว่า
ปัจจุบันศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมืองเชียงราย ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 1,965 ไร่ ได้ทำการพัฒนาสายพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ “ปทุมมาและกระเจียว” ได้กว่า 500 สายพันธุ์ ถือว่ามากที่สุดในประเทศไทย และพืชชนิดนี้เป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก ถูกขนานนามว่าทิวลิปสยาม มีการส่งออกไปยังต่างประเทศได้ปีละกว่า 20-30 ล้านบาท แต่ตลาดกลับมีความต้องการมากถึงปีละกว่า 200 ล้านบาท ดังนั้นทางศูนย์จึงได้ส่งเสริมให้เกษตรกรขยายพันธุ์เพื่อจำหน่าย และจัดงาน “ทุ่งทิวลิปสยามบาน หลากสีสันพรรณไม้หัว” ระหว่างวันที่ 25 ก.ค.-15 ส.ค.นี้

ทั้งนี้ ภายในงานจะมีการจัดแสดงทิวลิปสยามกว่า 500 สายพันธุ์ พร้อมดอกไม้ประเภทหัวเมืองร้อนหลากหลายชนิด เช่น ดาหลา หงส์เหิน บัวดิน กล้วยไม้ ว่านสี่ทิศ ฯลฯ รวมทั้งจะมีการนำดอกปทุมมาที่ได้พัฒนาสายพันธุ์ขึ้นมาใหม่และเพิ่งได้รับการรับรองจากกรมวิชาการเกษตรในปี 2562 ออกมาจัดแสดงจำนวน 4
สายพันธุ์คือ สายพันธุ์เชียงราย 1 เชียงราย 2 เชียงราย 3 และเชียงราย 4 ตามลำดับ เพื่อให้เกษตรกรและผู้สนใจได้ชม นอกจากนี้จะมีการจัดเสวนาเรื่องเทคโนโลยีการผลิตปทุมมาและพืชหัวโดยไม่ใช้ดิน การจัดสวนถ่ายภาพกลางทุ่งดอกไม้ และกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมายที่ประชาชนทั่วไปและนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปชมกันได้ฟรี
น.ส.ณิชกานต์ นเรวุฒิกุล นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ ศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย กล่าวว่า สำหรับดอกปทุมมาที่ศูนย์ทำการพัฒนาสายพันธุ์ได้ใหม่จำนวน 4 สายพันธุ์นั้นมีอัตลักษณ์ที่แตกต่างกันไป โดยสายพันธุ์เชียงราย 1 และเชียงราย 3 เป็นประเภทไม้พุ่ม เหมาะกับการใส่ในกระถาง ส่วนสายพันธุ์เชียงราย 2 และเชียงราย 4 มีก้านช่อดอกแข็งแรงเหมาะกับการตัดดอก

ด้าน ดร.วิชญา ศรีสุข นักวิชาการเกษตรชำนาญการ ศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรก ภายในงานยังมีการจัดฐานต่าง ๆ แบ่งออกเป็น 4 ฐาน เช่น ฐานเกษตรทฤษฎีใหม่และการผลิตสารชีวภัณฑ์ทดแทนสารเคมี เป็นต้น
