Jubileeยอดขายพุ่ง10% อานิสงส์บาทแข็งทองลง
“Jubilee” ปรับเป้าหมายยอดขายปี’62 โตเท่าตัวจาก 5% เป็น 10% ต่อยอดนวัตกรรม “แอปพลิเคชั่น จูบิลลี่ ไอ โมเมนต์” ดึงกลุ่มลูกค้ามิลเลนเนี่ยล เล็งขยายตลาดส่งออก
นางสาวอัญรัตน์ พรประกฤต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ Jubilee เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปีนี้ปรับประมาณการรายได้จากยอดขายเพิ่มขึ้นจากเดิมวางไว้ 5-8% เป็น 10% จากรายได้ในปี 2561 ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 1,500 ล้านบาท โดยสัดส่วนรายได้หลักมาจากตลาดในประเทศ และอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดในเอเชียซึ่งมีพฤติกรรมใกล้เคียงกับไทย คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็ว ๆ นี้
สำหรับมูลค่าตลาดในประเทศสำหรับธุรกิจเพชรถือเป็นธุรกิจที่มีรายย่อยจำนวนมาก คาดว่ามูลค่าตลาดรวมน่าจะอยู่ประมาณปีละ 35,000-40,000 ล้านบาท โดยแบ่งช่องทางการจำหน่ายเป็น 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ 1.ร้านค้าเพชรแบบดั้งเดิม (traditional store) 2. สาขาในห้างค้าปลีกโมเดิร์นเทรด 3.ในร้านทอง โดยยูบิลลี่มีทั้งหมด 131 สาขาทั่วประเทศ อยู่ในโมเดิร์นเทรดเกือบทั้งหมดมีร้านสแตนด์อะโลน 2 สาขา ครองสัดส่วน 25% ของกลุ่มโมเดิร์นเทรด ซึ่งคิดเป็น 5% ของตลาดรวม
“ความท้าทายของธุรกิจนี้ คือต้องทำให้นักลงทุนเข้าใจสเกลของธุรกิจสามารถขยายไปไหนได้บ้าง ลูกค้าคือใคร กับอีกความท้าทายคือว่าจะทำให้เครื่องประดับเพชรเข้าถึงคนได้มากขึ้นได้อย่างไร จากเดิมเพชรจำกัดอยู่เฉพาะคนรวย แต่ทุกวันนี้คนทำงานก็ใส่แหวนเพชรวงละ 10,000 กว่าบาท และพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงเร็ว
จากการเข้าถึงข่าวสารอย่างรวดเร็ว เราต้องเก็บและบริหารจัดการข้อมูลทุกเซ็กเมนต์นำไปวางกลยุทธ์ใหม่ โดยเราได้วางกลยุทธ์การตลาดโดยอาศัยความได้เปรียบจากการร่วมงานกับเดอเบียร์ส เจ้าของเหมืองเพชรใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งมีข้อมูลว่ากลุ่มมิลเลนเนียลซื้อเพชรมากขึ้น
โดยเฉพาะคนจีนมิลเลนเนียล อายุ 18-29 ปี ซื้อเพชรมากกว่าจำนวนประชากรกลุ่มมิลเลนเนียลในประเทศซึ่งมีจำนวนคิดเป็น 30% แต่ใช้จ่ายเงินซื้อเพชรเป็น 35% กลุ่มนี้เน้นดีไซน์ที่สามารถใช้ได้หลายโอกาส ราคาที่มีความคุ้มค่า ซึ่งเราเป็นผู้ซื้อรายใหญ่จึงมีอำนาจเจรจาต่อรองกับซัพพลายเออร์มีต้นทุนที่ดี และสามารถนำเสนอโปรดักต์
ในราคาที่ดีได้ด้วย”
นางสาวอัญรัตน์กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้วยเหตุที่ยูบิลลี่เป็นบริษัทค้าปลีกเครื่องประดับรายเดียวในไทยที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทำให้ธุรกิจนี้เปิดกว้างขึ้นจากเดิมที่เป็นธุรกิจปิดการเข้าสู่ตลาด ตรวจสอบได้ กลุ่มลูกค้าเริ่มขยายใหญ่ขึ้น ประกอบกับการทำการตลาดเพชรเปลี่ยนไปจาก 10 ปีก่อนอย่างมาก โดยสื่อดิจิทัลเข้ามามีบทบาทมากในทุกอุตสาหกรรม ทางบริษัทจึงใช้เทคโนโลยีการตลาดดิจิทัลมากขึ้น โดยกำลังจะลอนช์ อี-คอมเมิร์ซ ซึ่งผู้ซื้อเพชรยังต้องซื้อจากแบรนด์ที่เชื่อถือได้
“ล่าสุดขณะนี้บริษัทจัดทำแอปพลิเคชั่น ‘จูบิลลี่ ไอ โมเมนต์’ เพื่อให้ลูกค้าสามารถบันทึกภาพนิ่งและวิดีโอต่าง ๆ 30 ภาพและ 3 ไฟล์วิดีโอ โดยดาวน์โหลดแอปแล้วส่องไปที่แหวนที่มีโลโก้ยูบิลลี่ ภาพนิ่ง
และวิดีโอของลูกค้าที่บันทึกไว้ก็จะปรากฏขึ้นมาหน้าจอโทรศัพท์ เพื่อให้ลูกค้ามีความทรงจำของตัวเอง เราเป็นเจ้าแรกที่ทำ และแชร์ไอเดียนี้กับซัพพลายเออร์ต่างประเทศซึ่งตอบรับมาดีมาก เพราะยุคนี้มันเป็นโลกดิจิทัล เราจึงมุ่งต่อยอด
นวัตกรรมเชื่อมโยงว่าจะทำอย่างไรให้เครื่องประดับมีคุณค่าทางใจมากขึ้น สอดรับกับเทรนด์ผู้บริโภครุ่นใหม่ เป้าหมายเราในอีก 10 ปีก่อนที่จะก้าวไปสู่ธุรกิจ 100 ปี ต้องการให้เพอร์ฟอร์แมนซ์ทั้งส่วนการบริหารรายได้และกำไรเติบโตขึ้น ซึ่งเราต้องการเป็นผู้บุกเบิกหลากหลายมิติทั้งในแง่ผลิตภัณฑ์จึงพัฒนานวัตกรรมที่สร้างช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่ ๆ แบบออนไลน์ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าหลากหลายเซ็กเมนต์”
“ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวไม่ได้ทำให้คนซื้อเพชรน้อยลง มีลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ซื้อเพิ่มขึ้น เพียงแต่ผู้ผลิตต้องดีไซน์สินค้าให้โมเดิร์น practical ให้สามารถใส่ได้หลายโอกาส คุ้มค่าในการจ่าย และที่สำคัญช่วงต้นปีจากการแข็งค่าของเงินบาทส่งผลดีต่อการนำเข้าวัตถุดิบทอง ซึ่งมีสัดส่วน 20% ของต้นทุนการผลิต
เทียบกับเพชรซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 75% และที่เหลือเป็นค่าแรงคนงาน ซึ่งปัจจุบันมีพนักงาน 400 คน”