เงินบาทอ่อนค่าที่ 30.83 บ./ดอลลาร์ นักลงทุนกังวล Inverted Yield Curve เพิ่มโอกาส ธปท.ลดดอกเบี้ยต่อเนื่อง
ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันท์ ประธานนักกลยุทธ์ตลาดทุนสายงานธุรกิจตลาดเงินทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (16 ส.ค.) ที่ระดับ 30.83 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากช่วงสิ้นวันทำการก่อนหน้าที่ระดับ 30.81 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
โดยในระหว่างวัน เงินบาทเจอแรงขายจากทั้งหุ้นและตราสารหนี้ (บอนด์) ดันให้ทยอยอ่อนค่าขึ้น ขณะที่ความกังวลเรื่องเศรษฐกิจถดถอยก็ลามมาถึงตลาดการเงินไทย เมื่อผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยีลด์) ระยะยาว (อายุ 10 ปี) ปรับตัวลงต่อ ล่าสุดซื้อขายที่ระดับ 1.42% ต่ำกว่าดอกเบี้ยนโยบายและผลตอบแทนของพันธบัตรระยะสั้นที่ 1.50% ไปเป็นที่เรียบร้อย
แม้ในวันนี้ตลาดน่าจะฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้ แต่เชื่อว่าผู้ค้าส่วนใหญ่จะไม่รีบกลับเข้าซื้อเงินบาท เนื่องจากภาวะ Inverted Yield Curve เพิ่มโอกาสที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะต้อง “ลดดอกเบี้ย” ต่อเนื่อง ขณะที่ในสัปดาห์หน้า ก็จะมีการรายงานตัวเลขจีดีพีไตรมาสที่สอง ซึ่งถ้าออกมาต่ำกว่า 2.3% ที่เป็นระดับคาดการณ์ของนักวิเคราะห์โดยเฉลี่ย ก็อาจส่งผลให้เกิดแรงขายเงินบาทขึ้นได้อีกเช่นกัน
สำหรับกรอบค่าเงินบาทวันนี้อยู่ที่ 30.79-30.89 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
ดร.จิติพล กล่าวอีกว่า ในคืนที่ผ่านมา ตลาดหุ้นในฝั่งสหรัฐฯฟื้นตัว ดัชนี S&P500 บวก 0.3% หลังจากภาพรวมเศรษฐกิจไม่แย่อย่างที่คาด อย่างไรก็ดี กับความกังวลกับสงครามการค้าที่ยืดเยื้อ ยังคงกดดันให้นักลงทุนไม่กล้ากลับมาเปิดรับความเสี่ยงมากนัก สะท้อนผ่านความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างพันธบัตร (บอนด์) และทองคำ โดยผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยีลด์) สหรัฐฯอายุ 10 ปี ปรับตัวลดลงอีก 7.9bps สู่ระดับ 1.51% ขณะที่ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น 0.5% แตะระดับ 1,524.5 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ส่วนรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่งค้านความกังวลปัญหาเศรษฐกิจถดถอย
ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยยอดค้าปลีก (Retail Sales) ในเดือนกรกฎาคม ขยายตัว 0.7% จากเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นการขยายตัวที่ดีที่สุดในรอบ 4 เดือน มาจากยอดขายเสื้อผ้าและเฟอร์นิเจอร์ แม้ว่ายอดขายรถยนต์จะลดลง
นอกจากนี้ ภาพรวมภาคการผลิตก็ส่งสัญญาณฟื้นตัวขึ้น หลังเฟดสาขานิวยอร์ก และเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย ต่างรายงานผลสำรวจภาคธุรกิจทั้งดัชนี NY Empire State manufacturing index และ Philadelphia Fed manufacturing index ที่ระดับ 4.8 จุด และ 16.8 จุด ตามลำดับ ด้วยแรงหนุนของยอดคำสั่งซื้อใหม่ที่เพิ่มขึ้นดีกว่าที่คาดไว้ทั้งคู่