Skip to content

ดันไทยศูนย์กลางไฟฟ้าอาเซียน กฟผ. ดูต้นแบบสเปน-โปรตุเกส

04 ก.ย. 2562 | 16:13น.
ดันไทยศูนย์กลางไฟฟ้าอาเซียน กฟผ. ดูต้นแบบสเปน-โปรตุเกส

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2562 ที่ราชอาณาจักรสเปน นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) พร้อมด้วยนายเริงชัย คงทอง รองผู้ว่าการระบบส่ง นายศานิต นิยมาคม ผู้ช่วยผู้ว่าการบริหารจัดการความยั่งยืน นายประเสริฐศักดิ์ เชิงชวโน ผู้ช่วยผู้ว่าการยุทธศาสตร์องค์การ และคณะผู้บริหาร กฟผ.ศึกษาดูงานโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน และนวัตกรรมไฟฟ้า

นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการ กฟผ. เปิดเผยว่า ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาประเทศบนพื้นฐานคุณภาพชีวิตที่ดีและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ที่ปรากฏชัดอยู่ในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยปี 2561 – 2580 (PDP2018) ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานมีนโยบาย Energy for all : พลังงานเพื่อทุกคน ที่มุ่งเน้นให้ประชาชนไทยสามารถเข้าถึงแหล่งพลังงานได้อย่างเพียงพอต่อความต้องการและราคามีความเหมาะสม ตลอดจนทั่วถึงทุกพื้นที่ด้วยการผลิตไฟฟ้าจากเทคโนโลยีพลังงานทดแทน ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านพลังงานที่ตอบโจทย์พฤติกรรมการใช้พลังงานของคนไทยมาปรับใช้อย่างสอดรับกับทิศทางการพัฒนาด้านพลังงานของโลกในอนาคต

สำหรับการศึกษาดูงานในครั้งนี้ ที่ราชอาณาจักรสเปนจะศึกษาดูงานการผลิตไฟฟ้าแบบผสมผสานและระบบกักเก็บพลังงาน ที่ Gamesa’s wind center ซึ่งมีการผลิตไฟฟ้าแบบผสมผสานที่ใช้พลังงานจากดีเซล ลม และแสงอาทิตย์ โดยมีระบบกักเก็บพลังงานซึ่งจะทำให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ โดย กฟผ. ได้นำร่องนำกังหันลมผลิตไฟฟ้า มาใช้งานกับระบบ Wind Hydrogen Hybrid ซึ่งเป็นระบบกักเก็บพลังงานในรูปแบบไฮโดรเจน เมื่อมีความต้องการใช้ไฟฟ้าจะนำไปผ่านเซลล์เชื้อเพลิง โดยพลังงานไฟฟ้าที่ได้จะถูกนำไปใช้งานภายในศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ลำตะคอง จังหวัดนครราชสีมา

รวมถึงมีแผนการพัฒนาแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน (Battery Energy Storage System : BESS) ที่สถานีไฟฟ้าแรงสูงบำเหน็จณรงค์ จังหวัดชัยภูมิ กำลังผลิตไฟฟ้า 16 เมกะวัตต์ และสถานีไฟฟ้าแรงสูงชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี กำลังผลิตไฟฟ้า 21 เมกะวัตต์ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้ระบบส่งไฟฟ้าสามารถรองรับการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคต โดยมีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในปี 2563

นอกจากนี้ ยังได้ศึกษาดูงานโรงไฟฟ้า Zabalgarbi Waste-to-Energy ราชอาณาจักรสเปน เป็นโรงไฟฟ้าที่นำขยะจากภายในชุมชนมาใช้ในการผลิตไฟฟ้าร่วมกับเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ โดยมีกำลังการผลิตไฟฟ้าจากขยะ 99.5 เมกะวัตต์ ซึ่งได้รับการยอมรับจากผู้คนที่อาศัยอยู่บริเวณโดยรอบ อันมีส่วนเสริมความเชื่อมั่นให้กับนโยบายการส่งเสริมโรงไฟฟ้าขยะและโรงไฟฟ้าชีวมวลประชารัฐของรัฐบาลได้อีกทางหนึ่ง

สำหรับที่สาธารณรัฐโปรตุเกสจะศึกษาดูงานศูนย์ควบคุมสั่งการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนแบบตามเวลาจริง (EDP Renewable Dispatch Center) ของบริษัทผลิตไฟฟ้าแห่งโปรตุเกส (Energias de Portugal : EDP) เพื่อสร้างความเข้าใจในระบบบริหารจัดการพลังงานหมุนเวียนแบบครบวงจร ทั้งในส่วนการพยากรณ์ การควบคุม และการเชื่อมโยงระบบโครงข่ายไฟฟ้าระหว่างประเทศ (Grid Connectivity) ซึ่งมีส่วนส่งเสริมให้การใช้พลังงานหมุนเวียนภายในประเทศและระหว่างประเทศมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งนี้ กฟผ.อยู่ระหว่างดำเนินการศึกษาและพัฒนา RE Control Center ภายใต้โครงการศึกษาการพยากรณ์การผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ซึ่งดำเนินการร่วมกันระหว่าง กฟผ. การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เพื่อคาดการณ์ความผันผวนของพลังงานหมุนเวียน และวางแผนการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าหลักได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ

โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในปี 2564 ซึ่งจะช่วยให้การจัดหาและรองรับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนมีเสถียรภาพและเพียงพอกับความต้องการในพื้นที่ ตลอดจนมีแผนขยายระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้ครอบคลุมทั่วประเทศ รวมถึงเชื่อมโยงระบบโครงข่ายไฟฟ้าระหว่างประเทศ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบโครงข่ายไฟฟ้าไทยรองรับการเป็นศูนย์กลางพลังงานไฟฟ้าอาเซียน

นอกจากนั้น ยังนำคณะศึกษาดูงานโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ที่เขื่อน Alto Rabagão ต้นแบบโซลาร์เซลล์ลอยน้ำในเขื่อน (Hydro-Floating Solar Hybrid System) แห่งแรกของโลก ที่นำเอาเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำ กำลังการผลิต 220 กิโลวัตต์ มาใช้กับการผลิตไฟฟ้าของเขื่อน

โดยเชื่อมโยงระบบโซลาร์เซลล์กับการใช้ทรัพยากรร่วมกับเขื่อน ได้แก่ หม้อแปลง สายส่ง และสถานีไฟฟ้าแรงสูง ซึ่งจะเป็นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด สอดรับกับแผนพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำตามแผน PDP2018 ที่ กฟผ. ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการในพื้นที่โรงไฟฟ้าพลังน้ำตามเขื่อนต่างๆ รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,725 เมกะวัตต์ โดยนำร่องโครงการแรกที่เขื่อนสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี กำลังการผลิต 45 เมกะวัตต์ มีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในปี 2563