เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจ้าสัวเจริญ ปรับพอร์ตสินทรัพย์ทำเลทอง 1.1 หมื่นล้าน ปิดดีลขายได้แล้ว 20 แปลง
Real Estate เจ้าสัวเจริญ ปรับพอร์ตสินทรัพย์ทำเลทอง 1.1 หมื่นล้าน ปิดดีลขายได้แล้ว 20 แปลง
กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
Economic กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
Business ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
Finance ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
Real Estate จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
Economic ‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
World ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
Real Estate ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
Real Estate เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
Real Estate ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
ดูทั้งหมด

นับถอยหลัง 4 เดือนสุดท้าย ระเบิดเวลา…เศรษฐกิจโลก

05 ก.ย. 2562 | 09:22น.

นับถอยหลัง 4 เดือนสุดท้ายของปี 2019 อาจเรียกว่าเป็นการเดินเข้าสู่ โซนอันตรายของเศรษฐกิจโลกที่มีระเบิดเวลารออยู่หลายลูก

เริ่มตั้งแต่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา ถือเป็นการเริ่มมาตรการกีดกันทางการค้าของ “สหรัฐและจีน” รอบใหม่ โดยฝั่งสหรัฐได้ขึ้นภาษีนำเข้ากับจีนวงเงิน 1.12 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ในอัตรา 15% จากเดิม 10% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าในกลุ่มเสื้อผ้า รองเท้า อุปกรณ์กีฬา และสินค้าอุปโภคบริโภคอื่น ๆ และวันที่ 15 ธ.ค. สหรัฐจะปรับขึ้นภาษีนำเข้า 15% สินค้าจีนอีกลอตวงเงินราว 1.8 แสนล้านเหรียญ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าในกลุ่มอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และสมาร์ทโฟน

ขณะที่ทางการจีนก็ได้ปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐในอัตรา 5-10% มูลค่ารวม 75,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อ 1 ก.ย.ที่ผ่านมาเช่นกัน โดยสินค้าหลัก ๆ เช่น น้ำมันดิบ, สินค้าเกษตร, ยานยนต์ เป็นต้น ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ “น้ำมัน” ได้กลายเป็นเป้าหมายของสงครามการค้า ขณะเดียวกัน ทางการจีนเองก็ได้เตรียมเก็บภาษีสินค้าจากสหรัฐเพิ่มในลอตที่ 2 ราว 3,000 รายการ ในวันที่ 15 ธ.ค.เช่นกัน ซึ่งคาดว่าน่าจะเก็บภาษีในอัตราที่ 10%

นอกจากนี้ ล่าสุด ประธานาธิบดีทรัมป์ยังได้ประกาศว่าขยับขึ้นภาษีอีกรอบสำหรับสินค้าจีนวงเงิน 250,000 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมีการปรับขึ้นภาษีไปเมื่อต้นเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา อยู่ที่ 25% เป็น 30% ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้

ขณะที่สงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ กำลังสร้างความเดือดร้อนให้กับภาคธุรกิจทั่วโลก โดยเฉพาะกับธุรกิจของสหรัฐเอง เพียงไม่กี่วันก่อนที่จะมีผลบังคับใช้อัตราภาษีใหม่เมื่อวันที่ 1 ก.ย. บริษัทผู้ผลิตรองเท้าสัญชาติอเมริกันกว่า 200 ราย ซึ่งรวมถึงแบรนด์รองเท้ารายใหญ่ อย่าง Nike, Adidas และ Foot Locker ได้รวมตัวกันเขียนจดหมายถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อขอให้ยกเลิกแผนการที่จะเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนจาก 10% เป็น 15%

โดยผู้ประกอบการให้เหตุผลว่า นโยบายเรื่องภาษีต่าง ๆ กำลังส่งผลกระทบต่อต้นทุนสินค้า ตั้งแต่ต้นทุนการผลิต ไปจนถึงราคาจำหน่าย ซึ่งการเสียภาษีสูงถึง 15% จะทำให้ราคารองเท้าพุ่งสูงขึ้นถึง 11-67%

อีกปัจจัยเสี่ยงสำคัญของเศรษฐกิจโลกในช่วงไตรมาสสุดท้าย คือ ความไม่แน่นอนของ “เบร็กซิต” ซึ่งขณะนี้นักวิเคราะห์ประเมินในทิศทางเดียวกันว่า ในวันที่ 31 ต.ค.นี้ สหราชอาณาจักร (ยูเค) จะถอนตัวจากสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) “แบบไร้ข้อตกลง” อย่างแน่นอน หลังจากที่นายกรัฐมนตรี “บอริส จอห์นสัน” แห่งอังกฤษ ประกาศเลื่อนกำหนดเปิดการประชุมสภาครั้งถัดไป เป็นวันที่ 14 ต.ค. จากกำหนดการเดิมวันที่ 6 ก.ย.นี้ เพื่อปิดโอกาสไม่ให้สภาอังกฤษ สามารถเจรจาและบรรลุมาตรการต่าง ๆ ได้ก่อนเวลา

โดยนายวอลดิส ดอมบรอฟสกี ประธานคณะกรรมาธิการ ฝ่ายบริการการเงินของอียู กล่าวว่า โนดีลเบร็กซิต ไม่เพียงแต่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกยูเค โดยเฉพาะ “อังกฤษ” แต่จะกระทบต่อเศรษฐกิจของอียูด้วย ซึ่งความไม่ชัดเจนดังกล่าวก็ทำให้ช่วงที่ผ่านเงินปอนด์อ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่มีคาดการณ์ด้วยว่า “โนดีลเบร็กซิต” นอกจากจะกระทบต่อการจ้างงานในอังกฤษ ยังจะส่งผลต่อการจ้างงานในอีกหลายประเทศในอียู เช่น “เยอรมนี” เนื่องจากสินค้าหลายประเภทที่ส่งออกไปยังอังกฤษจะลดลงเพราะความขัดแย้งนี้

นอกจากนี้ ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจของ “อาร์เจนตินา” ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่บั่นทอนเศรษฐกิจโลกให้ผันผวนมากขึ้น จากสัญญาณการผิดนัดชำระหนี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ราว 7 พันล้านเหรียญสหรัฐเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งรัฐบาลอาร์เจนตินาต้องยืดการชำระหนี้ไอเอ็มเอฟ เนื่องจากขาดสภาพคล่องระยะสั้นอย่างรุนแรง เพราะทุนสำรองระหว่างประเทศยังลดลง หลังจากที่ธนาคารกลางนำไปใช้เพื่ออุ้มค่าเงินเปโซไม่ให้อ่อนค่าลงไปอีก ทำให้ล่าสุดสถาบันจัดอันดับ S&P ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของอาร์เจนตินาจากเดิมอยู่ที่ CCC- มาเป็นระดับต่ำสุดของ Junk Bond

ในฝั่งของเอเชีย ปัญหาความรุนแรงของการประท้วงในฮ่องกงที่ยืดเยื้อมากว่า 13 สัปดาห์ จากชนวนเหตุ“ร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน” ได้สร้างความระส่ำระสายให้กับเศรษฐกิจของจีนด้วยเช่นกัน ในฐานะที่เป็นศูนย์กลางทางการเงินของเอเชีย เพราะจีนจำเป็นต้องพึ่งพาฮ่องกงเพื่อเป็นประตูในการติดต่อทำธุรกิจกับโลกตะวันตก โดยเมื่อต้นเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา บทบรรณาธิการที่เผยแพร่ในสำนักข่าว “ซินหัว” สื่อของทางการจีน ได้กล่าวเตือนกลุ่มผู้ชุมนุมว่า “หากฝ่ายต่อต้านรัฐบาลฮ่องกงยังฝ่าฝืนและรุกล้ำข้อบังคับต่าง ๆ และประพฤติทำลายกรอบการปกครอง 1 ประเทศ 2 ระบบ จะต้องพบกับจุดจบเร็ว ๆ นี้”

หลายฝ่ายมองว่า คำเตือนจากบทบรรณาธิการนี้เปรียบเสมือนเป็นกระบอกเสียงของรัฐบาลจีน ซึ่งมีรายงานว่า เป็นไปได้ว่าทางการปักกิ่งอาจจะเข้าแทรกแซงเพื่อควบคุมสถานการณ์ในฮ่องกงในวันที่ 1 ต.ค. ซึ่งตรงกับวันชาติจีน ซึ่งจะยิ่งเติมเชื้อไฟและสร้างความปั่นป่วนให้รุนแรงมากขึ้น

แม้ว่าล่าสุด(4ก.ย.)นางแคร์รี ลัม ผู้นำสูงสุดเกาะฮ่องกงได้ประกาศถอดถอนร่างกฏหมายดังกล่าวอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม มีนักวิเคราะห์มองว่า แรงจูงใจในการประท้วงในฮ่องกงขณะนี้ไม่ใช่แค่เรื่องตัวร่างกฎหมายฯ แต่กลุ่มผู้ชุมนุมต้องการให้นางแคร์รี ลัม ลงจากตำแหน่งเพื่อยุติปัญหา ซึ่งเป็นไปได้ว่าการประท้วงอาจจะไม่สามารถจบได้เร็วๆ นี้

นี่คือระเบิดเวลาของเศรษฐกิจโลกที่รออยู่ในช่วงปลายปีนี้ 

คลิกอ่านเพิ่มเติมที่นี่...“แคร์รี ลัม” ประกาศถอดร่างกฎหมายฯ ชนวนเหตุประท้วงนาน 3 เดือน