Skip to content

เงินบาทแข็งค่าตามภูมิภาค หลังเหตุการณ์ประท้วงในฮ่องกงมีสัญญาณคลี่คลาย

05 ก.ย. 2562 | 18:42น.
เงินบาทแข็งค่าตามภูมิภาค หลังเหตุการณ์ประท้วงในฮ่องกงมีสัญญาณคลี่คลาย

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน 2562 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (5/9) ที่ระดับ 30.56/57 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดในวันพุธ (4/9) ที่ระดับ 30.59/61 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับสกุลเงินอื่นในภูมิภาคเอเชียหลังเมื่อวาน นางแคร์รี สัน ผู้ว่าการเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ร่วมกับนายแมทธิว เฉิง เลขาธิการผู้ว่าการฯ และนายเลา กง-วาห์ รัฐมนตรีฝ่ายกิจการฮ่องกง ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า รัฐบาลฮ่องกงได้ตัดสินใจถอนร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งการถอนร่างกฎหมายดังกล่าวจะไม่มีการลงคะแนนเสียงหรือการอภิปราย เพื่อที่จะช่วยขจัดความกังวลที่ว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติที่สนับสนุนฝั่งรัฐบาลจะคัดค้านการถอนร่างกฎหมาย อีกทั้งนางลัมให้คำมั่นว่าจะจัดการเจรจาร่วมกันโดยตรง เพื่อให้ประชาชนสามารถแสดงควมคิดเห็นและแสดงความไม่พอใจต่อรัฐบาลได้

นอกจากนี้ยังกล่าวถึงมาตรการ 4 ประการที่เธอต้องการผลักดันให้ฮ่องกงสามารถเดินหน้าต่อไป ซึ่งรวมถึงการมุ่งเน้นในประเด็นเศรษฐกิจและสังคมของฮ่องกง รวมทั้งแนวทางที่ประชาชนจะสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจทางการเมือง โดยกล่าวว่า เธอจะเชิญนักวิชาการและผู้นำชุมชนเข้าร่วมการปรึกษาหารือและย้ำว่าการประชุมภายในที่เธอได้จัดขึ้นในช่วงที่ผ่านมานั้น ช่วยเปิดช่องทางเจรจาเพื่อผลักดันให้ฮ่องกงสามารถก้าวต่อไปได้

ในส่วนของสหรัฐ เมื่อวาน (4/9) ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้เปิดเผยรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจทั้ง 12 เขต หรือ “Beige Book” ซึ่งระบุว่า เศรษฐกิจใน 8 เขตจากทั้งหมด 12 เขต ที่ได้รับการสำรวจนั้น มีการขยายตัวเล็กน้อยจนถึงปานกลาง เนื่องจากภาคธุรกิจส่วนใหญ่ยังคงมีมุมมองเป็นบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐในระยะสั้น และเชื่อว่าเศรษฐกิจจะยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้จะมีความกังวลเกี่ยวกับนโยบายการค้าและภาษีศุลกากร

อย่างไรก็ตาม ค่าจ้างในเขตต่าง ๆ ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่การจ้างงานมีการกระจายตัวในเกือบทุกภาคส่วนอุตสาหกรรม ยกเว้นอุตสาหกรรมการผลิตที่มีการจ้างงานลดลงเล็กน้อย ซึ่งภาคการผลิตในเขตส่วนใหญ่มีการขยายตัวในอัตราที่ช้าลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์และพลังงาน นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้เปิดเผยว่า ตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐปรับตัวลดลงร้อยละ 2.7 สู่ระดับ 5.4 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนกรกฎาคมขาดดุลมากกว่าระดับการขาดดุลที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้เพียงเล็กน้อยที่ 5.34 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และลดลงจากระดับ 5.55 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนมิถุนายน

ในส่วนของประเทศไทย ระหว่างวัน (5/9) ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้รายงานผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนสิงหาคมของไทยในปี 2562 ว่าอยู่ที่ระดับ 73.6 ซึ่งลดลงจากระดับ 75.0 ในเดือนกรกฎาคมในปีนี้ (2562) โดยดัชนีดังกล่าวได้ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 มาอยู่ที่ระดับที่ต่ำสุดในรอบ 33 เดือน เนื่องจากผู้บริโภคมีความกังวลสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองของประเทศไทย ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 30.54-30.58 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 30.54/56 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (5/9) ที่ระดับ 1.1032/35 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (4/9) ที่ระดับ 1.1009/11 ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นหลังเมื่อคืนวาน (4/9) นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษประสบความล้มเหลวในความพยายามที่จะจัดการเลือกตั้งใหม่หลังจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอังกฤษได้สนับสนุนกฎหมายป้องกันการทำ Brexit โดยไม่มีการทำข้อตกลง หรือ “no-deal Brexit” หลังนายจอห์นสันได้เสียงสนับสนุน 298 เสียง สำหรับการจัดเลือกตั้งใหม่ ขณะที่มี ส.ส.คัดค้าน 56 เสียง ทำให้นายจอห์นสัน ก็ได้คะแนนเสียงสนับสนุนจาก ส.ส.ไม่ถึง 2 ใน 3 ทำให้ความพยายามของเขาที่จะจัดการเลือกตั้งใหม่ประสบความล้มเหลว ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1015-1.1048 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1044/46 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (5/9) ที่ระดับ 106.93/95 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (4/9) ที่ระดับ 106.25/26 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ เงินเยน
อ่อนค่าหลังอุปสงค์ในการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยลดลงขณะที่นักลงทุนเริ่มคลายความกังวลเกี่ยวกับเหตุการณ์ความไม่สงบในฮ่องกง และการทำ Brexit แบบไม่มีข้อตกลง ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 106.31-106.75 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 106.49/52 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจ ในสัปดาห์นี้ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (5/9), ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนสิงหาคมจาก ADP (5/9), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือน
สิงหาคมจากมาร์กิต (5/9), ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนกรกฎาคม (5/9), และตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนสิงหาคม (6/9)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -2.30/-2.10 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ 0.00/1.50 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สงครามการค้า เบร็กซิต (Brexit)