เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไทยเจ้าภาพประชุมระดับโลก ‘Interferry 2026’ รวมผู้นำอุตสาหกรรมเรือข้ามฟากจากทั่วโลก
Biz Movement ไทยเจ้าภาพประชุมระดับโลก ‘Interferry 2026’ รวมผู้นำอุตสาหกรรมเรือข้ามฟากจากทั่วโลก
บิ๊กเซอร์ไพรส์วงการธุรกิจ ทายาทมหาเศรษฐีเมืองไทย ซี.พี. จับมือ ค่ายบุญรอด คลอดบิ๊กโปรเจ็กต์
Biz Movement บิ๊กเซอร์ไพรส์วงการธุรกิจ ทายาทมหาเศรษฐีเมืองไทย ซี.พี. จับมือ ค่ายบุญรอด คลอดบิ๊กโปรเจ็กต์
ก.ล.ต. เตือนเจ้าหนี้หุ้นกู้ JKN 7 รุ่น เร่งรักษาสิทธิ ยื่นรับชำระหนี้ภายใน 1 ธ.ค.
Finance ก.ล.ต. เตือนเจ้าหนี้หุ้นกู้ JKN 7 รุ่น เร่งรักษาสิทธิ ยื่นรับชำระหนี้ภายใน 1 ธ.ค.
BAY รับโอนพอร์ตสินเชื่อรถจาก CIMBT สำเร็จ หลังเคลียร์เงื่อนไขครบ
Finance BAY รับโอนพอร์ตสินเชื่อรถจาก CIMBT สำเร็จ หลังเคลียร์เงื่อนไขครบ
นายกฯ เปิด ‘พืชสวนโลกอุดรฯ’ มั่นใจช่วยพัฒนาตลาด-สร้างโอกาสธุรกิจ
Politics นายกฯ เปิด ‘พืชสวนโลกอุดรฯ’ มั่นใจช่วยพัฒนาตลาด-สร้างโอกาสธุรกิจ
‘ผยง ศรีวณิช’ คว้ารางวัลใหญ่ “Best CEO Awards” พร้อมอีก 2 รางวัลจาก SET Awards 2026 
Biz Movement ‘ผยง ศรีวณิช’ คว้ารางวัลใหญ่ “Best CEO Awards” พร้อมอีก 2 รางวัลจาก SET Awards 2026 
สัมมนาประชาชาติธุรกิจส่งท้ายปี ดึง 2 สตาร์ตอัพระดับท็อป ‘หมอคิด-กรวัฒน์’ จุดพลุ THAILAND 2027
Biz Movement สัมมนาประชาชาติธุรกิจส่งท้ายปี ดึง 2 สตาร์ตอัพระดับท็อป ‘หมอคิด-กรวัฒน์’ จุดพลุ THAILAND 2027
พืชสวนโลกอุดรฯ วันแรกคนเกือบ 9 พัน “สุริยะ” คาด 4 เดือนเงินสะพัด 2 หมื่นล้าน
Economic พืชสวนโลกอุดรฯ วันแรกคนเกือบ 9 พัน “สุริยะ” คาด 4 เดือนเงินสะพัด 2 หมื่นล้าน
ต่างชาติซื้อ 2 วันติดยังเอาไม่อยู่! หุ้นไทยเฉียดหลุด 1,500 จุด DELTA-PTTEP ฉุดตลาด
Finance ต่างชาติซื้อ 2 วันติดยังเอาไม่อยู่! หุ้นไทยเฉียดหลุด 1,500 จุด DELTA-PTTEP ฉุดตลาด
เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ เกี่ยวอะไรกับประเทศไทย ?
News เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ เกี่ยวอะไรกับประเทศไทย ?
ดูทั้งหมด

ซีอีโอนกแอร์ วุฒิภูมิ จุฬางกูร “ไวรัสอู่ฮั่นไม่น่ากลัวเท่าสงครามราคา”

07 ก.พ. 2563 | 12:25น.

แม้ว่าภาครัฐโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะคาดการณ์ว่ากระแสของไวรัสโคโรน่า หรือไวรัสอู่ฮั่น ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในประเทศจีนและกระจายไปในประเทศต่าง ๆ แล้วร่วม 20 ประเทศนั้น จะส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยในช่วง 3 เดือนแรกนี้ (มกราคม-มีนาคม) คิดเป็นมูลค่ารวมถึงราว 3 แสนล้านบาท

แต่สำหรับ “นกแอร์” สายการบินโลว์คอสต์สัญชาติไทยรายนี้ดูเหมือนจะไม่ตื่นตระหนกกับกระแสดังกล่าวนัก เหตุผลคือ นกแอร์เป็นสายการบินสัญชาติไทยเพียงรายเดียวที่มุ่งเน้นให้บริการคนไทย โดยมีกลุ่มลูกค้าหลักเป็นกลุ่มคนไทยถึงราว 80%

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์พิเศษ “วุฒิภูมิ จุฬางกูร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารสายการบินนกแอร์ ถึงแนวคิด มุมมอง รวมถึงทิศทางการบริหาร และแผนการดำเนินงานของสายการบินนกแอร์สำหรับปี 2563 ไว้ดังนี้

“วุฒิภูมิ” บอกว่า เขาได้เข้ามาบริหารงานสายการบิน นกแอร์ในฐานะซีอีโอเมื่อเดือนมิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา ระยะเวลากว่า 7 เดือนนี้ได้เรียนรู้และลงมือแก้ไข ปัญหาหลายอย่างเริ่มลงตัวและเชื่อว่าเดินมาถูกทางแล้ว ถึงเวลานี้ได้ข้อสรุปแล้วว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าของประเทศจีนที่ว่ากันว่าส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยอย่างหนักในปีนี้นั้นส่วนตัวยังเชื่อว่าไม่น่ากลัวเท่า “สงครามราคา” ของธุรกิจสายการบินโลว์คอสต์เมืองไทยที่ดุเดือด รุนแรง ต่อเนื่องมาหลายปี และยังคงแข่งขันกันแรงอย่างต่อเนื่อง

ปัญหาใหญ่ คือ นโยบายการเปิดน่านฟ้าเสรีของเมืองไทยที่เปิดทางให้กับสายการบินทุกสัญชาติเข้ามาทำธุรกิจและเปิดเส้นทางบินภายในประเทศได้หมด ผู้ประกอบการที่มีเครือข่ายขนาดใหญ่จึงเข้ามาทุ่มตลาดโดยใช้กลยุทธ์ “ราคา” แข่งขันกันอย่างหนัก เพื่อให้คู่แข่งซึ่งเป็นรายเล็กอยู่ไม่ได้ ขาดทุน และจำเป็นต้องปิดเส้นทางบินไป สุดท้ายก็จะเหลือรายใหญ่ที่ผูกขาดและกินรวบตลาดอยู่เพียงรายเดียว

“นกแอร์มีนโยบายชัดเจน ว่า เราไม่เล่นสงครามราคา ฉะนั้น เส้นทางไหนที่ให้บริการแล้วขาดทุนเราจะหยุด ที่ผ่านมาได้ปิดเส้นทางบินที่สู้เรื่องราคาไม่ได้ไปแล้ว 3 เส้นทางบิน คือ ร้อยเอ็ด, นครพนม และน่าน ซึ่งท้ายที่สุดเมื่อเหลือผู้ประกอบการที่ให้บริการเพียงรายเดียวก็ทำให้เขาสามารถกำหนดราคาขายที่สูงขึ้นได้ ลูกค้าก็จะเจอปัญหาการผูกขาดราคา ไม่มีทางเลือก ประเด็นปัญหานี้เป็นสิ่งที่น่ากลัวและน่าเป็นห่วงมากสำหรับคนทำธุรกิจสายการบินในประเทศไทย”

อย่างไรก็ตาม หลังจากเข้ามาก็ได้มาทำแผนงานใหม่ ปรับกลยุทธ์และปรับแนวทางการบริหารและเร่งดำเนินการไปแล้วในหลาย ๆ ส่วน เรื่องแรก คือ จุดที่ผู้โดยสารมองว่านกแอร์ไม่ดีก็คือเรื่องของการดีเลย์ ถึงวันนี้ภาพลักษณ์เรื่องดีเลย์ของนกแอร์ลดหายไปอย่างมาก กระทั่งเมื่อเดือนธันวาคม 2562 ที่ผ่านมาสถิติการตรงเวลา หรือ on time performance : OTP อยู่ในระดับกว่า 90% ซึ่งถือว่าอยู่ในมาตรฐานโลก (85%)

เรื่องที่ 2 คือ ปรับภาพลักษณ์ของนกแอร์จากสายการบินโลว์คอสต์ทั่วไปเป็น “พรีเมี่ยม บัดเจต แอร์ไลน์” โดยยกระดับคุณภาพทั้งด้านสินค้าและบริการ ตอกย้ำความเป็นสายการบินของคนไทยที่มีวัฒนธรรมและมีน้ำใจ พร้อมสื่อสารผ่านแคมเปญต่าง ๆ เป็นระยะในทุกเทศกาล เช่น แคมเปญวันพ่อ, วันแม่ ฯลฯ ที่ชัดเจนที่สุด คือ นกแอร์เป็นสายการบินเดียวที่ยังมีเครื่องดื่มแจกฟรีให้ผู้โดยสารทุกคน จุดนี้ทีมบริหารมองว่าเป็นน้ำใจที่นกแอร์มีให้ อยากให้คนไทยด้วยกันได้รับ แม้จะมีต้นทุนที่สูงถึงราว 5 ล้านบาทต่อเดือน

ขณะเดียวกัน ยังได้ปรับและยกระดับโปรดักต์เพื่อตอกย้ำความเป็นพรีเมี่ยม โดยนำเสนอที่นั่งรูปแบบใหม่ 3 รูปแบบ ได้แก่ ฮันนีมูนซีต (ลูกค้าซื้อ 2 ที่นั่ง ได้ที่นั่ง 3 ที่) ซูเปอร์ซีต (สำหรับผู้โดยสารที่ไม่อยากให้มีคนนั่งข้าง ๆ) และทริเบิลซีต (คนเดียวซื้อ 3 ที่นั่ง) สำหรับผู้โดยสารที่ต้องการนอนยาว 3 ที่นั่ง โดยในอนาคตมีแผนจะพัฒนาเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เช่น เพิ่มเตียง ผ้าปู ผ้าห่ม ที่วางขา ฯลฯ

“โปรดักต์ใหม่เหล่านี้ ตอนนี้เราให้บริการในเส้นทางกรุงเทพฯ (ดอนเมือง)-ฮิโรชิมา (ญี่ปุ่น) ก่อน หากได้รับการตอบรับที่ดีก็พร้อมที่เพิ่มการให้บริการไปยังเส้นทางต่างประเทศอื่นที่ใช้เวลาทำการบินเกิน 4 ชั่วโมง สิ่งที่เราคาดหวังในขณะนี้ คือ การตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มีความต้องการไม่เหมือนใครหรือหลากหลายมากขึ้น

ไม่เพียงเท่านี้ เพื่อยกระดับภาพลักษณ์และตอกย้ำความเป็น “พรีเมี่ยมบัดเจตแอร์ไลน์” ของนกแอร์ให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ในเดือนมีนาคมนี้มีแผนให้บริการเสิร์ฟอาหารเช้าสำหรับผู้โดยสารไฟล์ตเช้าทุกที่นั่งที่ใช้บริการเที่ยวบินที่ให้บริการด้วยเครื่อง Q400 อาทิ กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) สู่แม่สอด, พิษณุโลก, แม่ฮ่องสอน, แพร่ เป็นต้น

เรื่องที่ 3 คือ การปรับปรุงเส้นทางการบินให้ตอบรับนโยบายของ ททท.ที่สนับสนุนเมืองรอง ปัจจุบันสายการบินนกแอร์มีเส้นทางบินที่สนับสนุนการท่องเที่ยวเมืองรองมากถึง 24 จังหวัด หรือบางเมืองที่มีดีมานด์-ซัพพลายไม่สอดรับกันนกแอร์ได้เน้นเชื่อมต่อเส้นทางคมนาคมด้วยการให้บริการเส้นทางบินสู่เมืองใหญ่ และต่อบริการรถตู้หรือเรือไปยังเมืองท่องเที่ยวใกล้เคียง

และ เรื่องที่ 4 คือ การมองหาพาร์ตเนอร์ ทั้งพาร์ตเนอร์ที่เป็นสายการบินและนอกธุรกิจสายการบิน โดยปัจจุบันนกแอร์มีกลุ่มพันธมิตรของสายการบินโลว์คอสต์ ที่เรียกว่า แวลูอัลไลแอนซ์ (value alliance) อาทิ นกสกู๊ต แอร์ไลน์, เจจู แอร์ไลน์, เซบู แอร์ไลน์ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมองหาพันธมิตรใหม่ ๆ เข้ามาเพิ่มอีกเป็นระยะ โดยปีนี้มีแผนทำงานร่วมกับกลุ่ม “ไทยกรุ๊ป” ที่ประกอบด้วย การบินไทย, ไทยสมายล์ และบางกอกแอร์เวย์ส อย่างใกล้ชิดขึ้น และน่าจะเห็นความชัดเจนได้ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ซึ่งเป็นช่วงปรับเปลี่ยนตารางบินใหม่

“โมเดลธุรกิจของเรา คือ ตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า และยังไม่มีสายการบินไหนทำ เพื่อเพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้านับตั้งแต่ก่อนทำการจองตั๋วโดยสาร ขั้นตอนเช็กอินหน้าเคาน์เตอร์ที่รวดเร็ว (ไม่เกิน 5 นาที) ฯลฯ กระทั่งถึงลูกค้าใช้บริการแล้วกลับบ้าน โดยพัฒนาเว็บและแอปพลิเคชั่นจองที่เข้าถึงง่าย ใช้ความจริงใจในการให้บริการ รวมถึงให้น้ำหนักโหลดสัมภาระ พร้อมทั้งให้บริการโปรดักต์และบริการที่หลากหลาย ลูกค้าสามารถเลือกใช้บริการที่สอดรับกับพฤติกรรมของตัวเองได้ในราคาที่เป็นโลว์คอสต์”

“วุฒิภูมิ” ยังบอกด้วยว่า หัวใจสำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่ได้ดำเนินการไปแล้ว คือ การทยอยปลดระวางเครื่องบินเก่าที่หมดสัญญาและมีอายุการใช้งานเกิน 14 ปีออกไปแล้ว 4 ลำ เพื่อลดต้นทุนค่าบำรุงรักษา อีกทั้งยังเป็นการรักษาโพซิชันนิ่งให้นกแอร์เป็นสายการบินที่มีเครื่องบินใหม่ เครื่องบินทุกลำจะมีอายุไม่เกิน 14 ปี พร้อมทยอยรับเครื่องบินใหม่เข้ามาเสริมอย่างต่อเนื่อง

“การปลดระวางเครื่องบินเก่าออกทำให้นกแอร์สามารถบริหารต้นทุนการดำเนินงานได้ดีขึ้นอย่างมาก จากผลประกอบการไตรมาส 3/2562 ที่ผ่านมาบริษัทมีค่าใช้จ่ายลดลงถึง 49% และคาดว่าจะลดลงต่อเนื่องในไตรมาส 4/2562 บวกกับการพัฒนาสินค้าและบริการที่หลากหลายขึ้น ปรับเส้นทางการบินใหม่ ตัดเส้นทางที่ขาดทุนออก ทำให้คาดว่าผลประกอบการโดยรวมของปี 2562 ที่ผ่านมาน่าจะดีกว่าที่คาดกาณ์ไว้เดิม” วุฒิภูมิย้ำ

ซีอีโอนกแอร์ยังให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางของปีนี้ด้วยว่า ตอนนี้แผนกลยุทธ์ต่าง ๆ ที่ทำไว้ต้องนำมาปรับให้สอดรับกับสถานการณ์มากขึ้น เนื่องจากปีนี้ภาคการท่องเที่ยวของไทยต้องเผชิญกับกระแสการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า ซึ่งเข้ามาเป็นปัจจยลบใหม่ โดยนกแอร์คงต้องเขย่าพอร์ตเส้นทางการบินใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะในต่างประเทศ จากเดิมมีเส้นทางสู่จีนอยู่ถึง 4 เส้นทาง หลังจากนี้ คงต้องมาทบทวนสถานการณ์และมองหาตลาดใหม่ ๆ เข้ามาเสริม อาทิ อินเดีย, เมียนมา, เวียดนาม เป็นต้น

กระนั้นก็ตาม “วุฒิภูมิ” ได้ย้ำว่า ไวรัสอู่ฮั่นที่กำลังแพร่ระบาดที่สร้างผลกระทบอย่างหนักอยู่ในขณะนี้ ไม่ได้น่ากลัวเท่า “สงครามราคา” ของธุรกิจสายการบินของไทย