ไอติม พริษฐ์ ปั้นแอปฯ “StartDee” ให้เด็กไทย เรียนฟรีช่วงเลื่อนเปิดเทอม
หลังจากมีการประกาศเลื่อนเปิดภาคเรียนที่หนึ่ง ปีการศึกษา 2563 จากวันที่ 16 พ.ค. เป็นวันที่ 1 ก.ค. ทำให้ช่วงเวลาในการเรียนรู้ของเด็กไทยกว่า 8 ล้านคน ขาดหายไป “ไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ” ผู้ก่อตั้งและซีอีโอรุ่นใหม่ ของบริษัท เอ็ดดูเคชั่น เทคโนโลยี จำกัด บริษัทที่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อการศึกษา จึงเร่งพัฒนาแอปพลิเคชั่นด้านการศึกษาชื่อ “StartDee” ขึ้นมาเพื่อให้เด็กนักเรียนสามารถเข้าถึงการเรียนการสอนในทุกวิชา ทุกระดับชั้น ผ่านสมาร์ทโฟนของตนเองได้ทุกที่ทุกเวลา ภายใต้การเรียนการสอนในรูปแบบ “Personalized Learning” โดยเตรียมปลดล็อคให้เรียนฟรีในช่วงโรงเรียนเลื่อนเปิดเทอมตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม ถึง 30 มิถุนายนนี้
“พริษฐ์ วัชรสินธุ” ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็ดดูเคชั่น เทคโนโลยี จำกัด เผยว่า StartDee ก่อตั้งขึ้นจากแนวคิดที่ต้องการนำเทคโนโลยีมาบูรณาการ ส่งเสริม และใช้ควบคู่ไปกับการเรียนการสอนในโรงเรียน เพื่อให้เด็กนักเรียนทั่วประเทศกว่า 8 ล้านคน สามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพได้อย่างทั่วถึงที่สุด เพราะที่ผ่านมามักจะเห็นถึงความแตกต่าง และไม่เท่าเทียมกันของผลลัพธ์ และประสบการณ์การเรียนการสอนในแต่ละโรงเรียน เปรียบเทียบให้เห็นภาพอย่างง่ายคือ โรงเรียนที่มีชื่อเสียงขนาดใหญ่ มีผลการเรียนที่เทียบเท่ากับโรงเรียนชั้นนำระดับโลก ในขณะที่โรงเรียนขนาดเล็กกว่า 15,000 แห่ง อาจจะขาดแคลนอุปกรณ์การเรียนการสอน หรือคุณครูที่มีไม่เพียงพอสำหรับทุกระดับชั้น เช่นบางโรงเรียน ครูหนึ่งคน ถูกคาดหวังให้สอนหลายวิชาพร้อมกันเป็นต้น StartDee จึงถูกพัฒนาขึ้นมาให้เป็นเหมือน “Netflix ของการศึกษาไทย” ให้เด็กทุกคนสามารถเข้าถึงเนื้อหาการเรียนการสอนในทุกวิชา ทุกระดับชั้น

“เหตุผลที่ เปรียบให้เป็นเสมือน Netflix เพราะจะดูว่าผู้เรียนแต่ละคนมีทักษะอยู่ระดับใด แล้วจะเลือกเนื้อหาที่เหมาะสมของเด็กแต่ละคน ให้เหมือน Netflix ที่แนะนำซีรีส์แนวที่เราเข้าชมบ่อยครั้ง โดย StartDee ได้มีการนำเทคโนโลยีมาสร้างประสบการณ์การเรียนรู้แบบ Personalized Learning ปรับการเรียนรู้ให้เข้ากับเด็กแต่ละคน ช่วยแนะนำลำดับของวิดีโอ และปรับความยากง่ายของคำถามหรือเนื้อหาบทเรียน ตามความถนัด และพัฒนาการของเด็กนักเรียน วิธีการนี้จะทำให้เด็กมีโอกาสประสบความสำเร็จในการเรียนได้ ตามวิธีของตนเอง และจะมีการวัดผลนักเรียน เป็นรายงานประจำเดือนว่าเด็กมีความเข้าใจกับเนื้อหาที่เรียนหรือไม่”
“พริษฐ์” กล่าวอีกว่า StartDee เกิดขึ้นจากคำว่า Study ที่หมายถึง การเรียน แต่เมื่อถามนักเรียนไทยว่ามีความคิดเห็นอย่างไรกับคำว่า Study มักจะพบว่า รู้สึกเครียด กดดัน จึงได้เปลี่ยนเป็น StartDee ที่หมายถึงการเริ่มต้นที่ดี โดยมีหัวใจสำคัญของการพัฒนา คือวิสัยทัศน์ “A Good Start For All ให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ผ่าน StartDee ได้อย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งจะต้องครอบคลุม 3 เรื่องหลักคือ
1.ทุกคน – จะต้องมีค่าสมาชิกต่ำ ที่ผู้ปกครองพึงพอพอใจ ตั้งเป้าที่ 300-400 บาทต่อเดือน ซึ่งถือเป็นราคาที่คุ้มเมื่อเทียบกับการเรียนเสริมแบบอื่น ที่สำคัญยังเข้าถึงทุกระดับชั้น ตั้งแต่ ป.1-ม.6
2.ทุกวิชา – ครบถ้วนด้วยเนื้อหาของทุกวิชาในโรงเรียน และเนื้อหาพัฒนาทักษะด้านอื่นที่จำเป็นในชีวิต เช่น ทักษะการวางแผนทางการเงิน ทักษะดิจิทัล ความรู้ด้านเพศศึกษา สิ่งแวดล้อม พลเมืองศึกษา ฯลฯ ทั้งในรูปแบบวิดีโอ แบบฝึกหัด หรือข้อสอบจำลอง มีโน้ตสรุปบทเรียน
3.ทุกระบบ – มีความเสถียร และง่ายต่อการใช้งาน ทุกระบบ ทุกหน้าจอมือถือ และแท็บเล็ต

อย่างไรก็ตาม แอปฯ อยู่ในขั้นตอนการพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง เมื่อการเลื่อนเปิดเทอมของโรงเรียนได้สร้างความกังวลให้กับนักเรียนและผู้ปกครอง เนื่องจากปีการศึกษาที่ถูกบีบให้แคบลง รวมถึงข้อสังเกตจากสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ว่าการขาดหายจากการเรียนรู้ไป 6 สัปดาห์ อาจส่งผลให้ความรู้ของนักเรียนหายไปถึงครึ่งปีการศึกษา เรียกว่าปรากฏการณ์ Summer Slide (การถดถอยการศึกษา) และยิ่งไปกว่านั้นปฏิทินการศึกษา ที่จะไม่มีการปิดเทอมระหว่างเทอม 1 กับ เทอม 2 ทำให้เด็กที่อยู่ในช่วงต่อการศึกษาอย่างชั้น ม.3 และ ม.6 ถูกลดเวลาทบทวนเนื้อหาก่อนสอบ
เพราะฉะนั้นการศึกษาเป็นเรื่องที่รอไม่ได้ และไม่จำเป็นต้องรอ StartDee จึงเร่งพัฒนาแอปฯ เปิดให้นักเรียนได้เรียนฟรีก่อนในระยะแรก ช่วงที่ถูกเลื่อนเปิดเทอมตั้งแต่วันที่ 18 พ.ค. เป็นต้นไปจนถึงเปิดเทอม ผ่านโครงการ “School For All” ที่ประกอบไปด้วย 3 บริการคือ
1.FREE Self-Learning ปลดล็อกให้เด็กเข้าเข้าถึงเนื้อหาการเรียนการสอนทุกส่วนในแอปพลิเคชั่นฟรี ในลักษณะของการเรียนรู้ด้วยตัวเองผ่านวิดีโอและแบบฝึกหัด โดยเนื้อหาจะครอบคลุมทุกวิชาหลักในระดับชั้นของมัธยมศึกษา (ตั้งแต่ พ.ค.) และประถมศึกษา (ตั้งแต่ มิ.ย.) ไม่มีค่าสมัครรายเดือน
2.FREE Online Class จัดการสอนเจาะลึกเพิ่มเติมทุกวันฟรีโดยครูชั้นนำในแต่ละวิชา ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ 9.00 น. – 12.00 น. ผ่านการไลฟ์สตรีมในแอปพลิเคชั่น สำหรับนักเรียนระดับชั้นที่มีความต้องการมากที่สุด เช่น ม.6 และ ม.3 เร่งด่วนที่สุด
3.FREE Internet with AIS ร่วมมือกับเครือข่ายมือถือที่เอไอเอส เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงการเรียนการสอนให้กับเด็กไทยอย่างมีคุณภาพทั่วประเทศ

ในส่วนการร่วมมือกับ AIS ซึ่งเป็น Digital Infrastructure โครงข่ายดิจิทัลพื้นฐานหลักของประเทศ ที่มาในบทบาทของผู้ให้บริการด้าน Digital Life Service Provider ในการร่วมสร้างสรรค์บริการและคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์ด้านการศึกษาให้กับเด็กไทย ผ่านศักยภาพเครือข่ายดิจิทัลอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และดิจิทัลแพลตฟอร์มที่แข็งแกร่ง พร้อมส่งมอบบริการและคอนเทนต์ด้านการศึกษานี้แก่เด็กไทยทั่วประเทศ ให้สามารถเข้าถึงการศึกษาได้อย่างง่ายขึ้น และทั่วถึง
“เบญจพร กำเพ็ชร” หัวหน้าส่วนงานการตลาดกลุ่มลูกค้าทั่วไป เอไอเอส กล่าวถึงบทบาทของเอไอเอสในการร่วมขับเคลื่อนอนาคตการศึกษาเด็กไทย ว่า เอไอเอส มีความตั้งใจที่จะสนับสนุนการศึกษาของเด็กและคนไทย ด้วยความเชื่อที่ว่าความรู้ถือเป็นต้นทุนที่สำคัญที่จะสามารถต่อยอดให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อตนเอง ต่อสังคม และต่อประเทศชาติได้ ถึงแม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จะทำให้หลายๆ อย่างเปลี่ยนไป แต่เรามั่นใจว่า หลังจากสถานการณ์สงบลงการเรียนออนไลน์จากที่บ้าน จะเป็น New Normal ที่ทุกคนคุ้นชิน ดังนั้นการได้ร่วมมือกับพันธมิตรที่มากความสามารถอย่างแอปพลิเคชัน StartDee ถือได้ว่าเป็นหมุดหมายสำคัญที่จะช่วยยกระดับการศึกษาให้เข้าถึงคนไทยทุกกลุ่มด้วยเทคโนโลยีจากทางเอไอเอส

โดย AIS จะมีการพัฒนา Platform การเรียนการสอนผ่าน AIS Play ผ่าน Education Channel เข้ามาอยู่ใน AIS Play ทำให้เข้าหาเนื้อหาเข้าถึงเนื้อหาได้มากขึ้น โดยไม่ว่าจะใช้เครือข่ายอะไรแค่ติดตั้งแอปฯ AIS Play ก็สามารถรับชมเนื้อหาย้อนหลังได้ ทั้งยังสนับสนุนเรื่องอินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษา ฟรีดาต้า เข้าถึงการเรียนการสอนบนแอป StartDee เป็นเวลา 3 เดือน (เริ่มตั้งแต่ 15 พ.ค. เป็นต้นไป) สำหรับผู้ที่ใช้ ZEED SIM จาก เอไอเอส วัน-ทู-คอล ทั้งลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าใหม่ โดย AIS เปิดให้ลงทะเบียนรับซิมฟรี ผ่านทางแอป StartDee ด้วย และจะร่วมพัฒนาคอนเทนต์ให้ความรู้เกี่ยวกับดิจิทัล นวัตกรรม และเทคโนโลยี โดยบุคลากรของเอไอเอสที่มีความรู้และประสบการณ์ในด้านดิจิทัลและเครือข่าย จะเข้ามาร่วมสร้างสรรค์เนื้อหาความรู้ด้วยกัน
ทั้งนี้ “พริษฐ์” ยังกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า เราอยากให้การศึกษาไทยก้าวหน้า และทุกคนเข้าถึงอย่างเท่าเทียม เพราะปัญหาโดยรวมที่เราพบปัจจุบัน อย่างแรก คือ กำลังจ่ายของแต่ละครอบครัวส่งผลต่อทางเลือกของเด็ก หรือเด็กบางคนมีทางเลือกโดยพ่อแม่สนับสนุนให้เรียนพิเศษเพิ่มเติม ส่วนตัวมองว่าเด็กกลุ่มนี้ต้องสูญเสียบางอย่าง เช่น เวลา, เงิน, ความสุขร่วมกับเพื่อน และครอบครัว เป็นต้น
“หรือถ้ามองถึงปัญหาระดับประเทศ เราก็ยังไม่แน่ใจว่าการศึกษาที่มีอยู่ มันดีจริงหรือไม่ เพราะมีสถิติที่ย้อนแย้งกันอยู่สองอย่างคือ เมื่อเปรียบเทียบจำนวนชั่วโมงเรียนของเด็กไทยกับต่างประเทศ เด็กไทยถือว่าเรียนหนักที่สุดของโลก ถึง 1,200 ชม. ต่อปี หรือบางคนเรียนพิเศษก็อาจจะเพิ่มอีก 600 ชม.ต่อปี แม้เรียนหนักเพียงใด แต่เมื่อดูการวัดผลการประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล (Programme for International Student Assessment หรือ PISA) ของเด็กแต่ละประเทศ ประเทศไทยอยู่อันดับครึ่งล่างของตาราง แม้แต่ผลเปรียบเทียบในประเทศอาเซียนปีล่าสุดไทยยังตามหลังประเทศเพื่อนบ้านอยู่อันดับ 5-7 เพราะฉะนั้นปัญหาภาพรวมนี้ StartDee พยายามจะเป็นส่วนหนึ่งแก้ไข ทำยังไงให้ภาพการศึกษาไทยดีขึ้น ทุกคนเข้าถึง เรามองว่ามันคือจุดเริ่มต้นที่ดีของทุกคน”
สามารถโหลดแอปพลิเคชั่นด้านการศึกษา StartDee ได้ผ่าน Google Play Store และ App Store ตั้งแต่พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป โดยเปิดให้เรียนฟรีทุกเนื้อหาตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม ถึง 30 มิถุนายนนี้ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและวันเปิดตัวแอปพลิเคชันอย่างเป็นทางการได้ที่ เฟซบุ๊ก startdeethailand และ http://startdee.com
