สำนักงานหลักประกันสุขภาพฯ เดินหน้า “7มาตรการเชิงรุกกรณีโควิด-19”
วันที่ 20 เมษายน 2563 นายแพทย์ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้แถลงถึงมาตรการช่วยเหลือประชาชนเกี่ยวกับหลักประกันสุขภาพว่า เมื่อวันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมาบอร์ดสปสช.เห็นชอบให้มีการเดินหน้า “7มาตรการเชิงรุกกรณีโควิด 19” ได้แก่
1.ส่งยา และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ให้กับผู้ป่วยทางไปรษณีย์ โดยใช้เงินสนับสนุนจากงบกองทุนบัตรทองปี 2563 อัตตราไม่เกิน 50 บาทต่อครั้ง ที่เป็นข้อเสนอจากกรมการแพทย์ และกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย ซึ่งมีหน่วยบริการเข้าร่วม 349 แห่งแล้ว ทั้งนี้ผู้ป่วยที่ประสงค์จะรับยาทางไปรษณีย์ให้ต่อสายไปยังโรงพยาบาลที่จะรับยา เพื่อรึกษากับแพทย์ตามความเหมาะสม
2. ขยายโครงการรับยาใกล้บ้านเพื่อลดความแออัดในโรงพยาบาล โดยเพิ่มระบบโรงพยาบาลจัดสำรองยาที่ร้านยยา และระบบเติมยาผู้ป่วยที่ร้านยา ตอนนี้มีร้านยาเข้าร่วมแล้ว 1,000 แห่ง
3. ผู้ป่วยโรคเรื้อรังรับยา หรือบริการทางการแพทย์ที่จำเป็นนอกหน่วยบริการประจำได้ ถือเป็นกรณีฉุกเฉินภายใต้สถานการณ์โรคระบาด
4.จ่ายชดเชยค่าบริการกรณีโรคโควิด19 ให้หน่วยบริการนอกระบบบัตรทอง ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกำหนดค่าใช้จ่าย ในการดำเนินการผู้วยฉุกเฉินโรคติดต่ออันตราย ตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อกรณีโรคติดเชื้อโควิด-19
กรณีเช่นนี้ หน่วยบริการนอกระบบบัตรทอง ส่วนใหญ่เป็นโรงพยาบาลเอกชน ผู้ป่วยที่ตรวจพบเชื้อ สามารถนอนรักษาต่อที่โรงพยาบาลดังกล่าว โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย รัฐบาลจัดสรรงบประมาณผ่าน สปสช.ในการจ่ายให้กับโรงพยาบาลเอกชน
5. จ่ายชดเชยค่าบริการกรณีโควิด19 ให้โรงพยาบาลสนาม หรือหน่วยงานอื่นที่ผ่านการรับรองเกณฑ์ประเมินโดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) และขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการที่รับส่งต่อเฉพาะด้าน จำนวน 1500-2500 บาท/คืน/ห้อง
6.เสนอแก้ไขประกาศ สธ. รื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การรับเงิน การจ่ายเงิน การรักษาเงิน และรายการของค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องฯ และจำเป็นต่อการส่งเสริมและสนับสนุน การจัดบริการสาธารณสุขและค่าใช้จ่ายอื่น พ.ศ.2559 โดยให้รายการค่าใช้จ่ายชดเชยค่าเสื่อมของสิ่งก่อสร้าง ครุภัณฑ์ ปีงบประมาณ 2563 ใช้ซื้อครุภัณฑ์ใหม่ที่เกี่ยวข้องกับกรณีโควิด19 ได้ และเพิ่มอัตราจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้น แก่ผู้ให้บริการที่ได้รับความเสียหายกรณีโควิด19 เป็น 2 เท่าจากเดิม
7. มอบเลขาธิการ สปสช. และประธานบอร์ด สปสช. พิจารณารายละเอียดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข อัตราค่าใช้จ่าย และการจ่ายค่าใช้จ่าย ให้แก่หน่วยบริการ เพื่อทันต่อสถานการณ์แพร่ระบาด
ส่วนการคัดกรองผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตามสิทธิประโยชน์กองทุนบัตรทองที่ให้กับคนไทยทุกคน ที่ผ่านมา สปสช.ได้เพิ่มเติมให้หน่วยบริการเอกชนสามารถร่วมเป็นหน่วยบริการคัดกรองโควิด-19 เชิงรุกในชุมชนได้ จากข้อมูลจากการสำรวจของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ปัจจุบันพบว่า การตรวจแล็บโควิด ตั้งแต่เดือน ม.ค.- 17 เม.ย. 63 มีการตรวจหาเชื้อ ในหน่วยแล็บ โควิด-19 ของรัฐภาครัฐแล้ว 104,692 ครั้ง (69%) หน่วยแล็บภาคเอกชน 46,948 ครั้ง (31%) รวมจำนวนการตรวจทั้งหมด 151,640 ครั้ง ทั่วประเทศ
พร้อมกันนี้ สปสช.ได้ขึ้นทะเบียนหน่วยบริการห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ ในการตรวจเชื้อโควิด 19 ที่ผ่านเกณฑ์การประเมินโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อขยายการตรวจคัดกรองได้อย่างครอบคลุมและรวดเร็ว ทั้งนี้ ที่ผ่านมา สปสช. ขึ้นทะเบียนหน่วยบริการแล็บโควิด-19 แล้ว 92 แห่ง เป็นหน่วยบริการรัฐ 74 แห่งและหน่วยบริการเอกชน 18 แห่ง