สหรัฐ-จีนแลกหมัด ฉุดหุ้นไทยร่วงเฉียด 30 จุด
หุ้นไทยภาคบ่ายร่วงเฉียด 30 จุด “หยวนต้า” ประเมินปมขัดแย้งสหรัฐ-จีนฉุดตลาดหุ้นเอเชียร่วงยกแผง ฮ่องกงหนักสุดติดลบกว่า 5% SET ร่วงตามมาติดๆ เป็นอันดับ 2 ชี้ตลาดหุ้นมีโอกาสฟื้นตัวสัปดาห์หน้า
นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ SET (SET Index) ช่วงบ่ายปรับลดลงเกือบ 30 จุด ส่งผลให้ดัชนีวันนี้ (22 พ.ค.63) ปรับลดลงทำจุดต่ำสุดที่ 1,286.76 จุด โดยชี้ว่าปัจจัยความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับจีนเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นทั่วโลก
สืบเนื่องจากวุฒิสภาสหรัฐมีมติเป็นเอกฉันท์ผ่านร่างกฎหมายปิดกั้นไม่ให้บริษัทบางแห่งของจีนขายหุ้นในตลาดหุ้นของสหรัฐ หากไม่บริษัทเหล่านั้นไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรฐานการตรวจสอบและกฎระเบียบทางการเงินต่างๆ ของสหรัฐได้ นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐ กล่าวแสดงความยินดีกับประธานาธิบดีไต้หวันกดดันความตึงเครียดระหว่าง 2 ประเทศให้เพิ่มขึ้น ขณะที่ทางการจีนออกกฎหมายควบคุมฮ่องกงตอบโต้สหรัฐ
ทั้งนี้ สถานการณ์ระหว่าง 2 ประเทศส่งผลให้ตลาดหุ้นฮ่องกงปรับลดลงกว่า 5% ขณะที่ตลาดหุ้นอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียปรับลดลงติดลบ และส่งผลกระทบให้ SET Index ปรับลดลงติดลบเช่นกัน โดยหุ้นกลุ่มที่อิงกับเศรษฐกิจต่างประเทศ (Global Play) เป็นกลุ่มที่ปรับลดลงมากที่สุด เช่น พลังงาน และปิโตรเคมี
“SET วันนี้ติดลบมากกว่าตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาค ยกเว้นฮ่องกง ซึ่งนอกจากประเด็นความขัดแย้งระหว่าง 2 ประเทศแล้ว เราเชื่อว่ามาจากที่ 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา SET Index ปรับขึ้นได้ค่อนข้างดี โดยมีปรับลดลงติดลบเล็กน้อยเท่านั้นประมาณ 10 จุด อีกทั้งมูลค่าหุ้นในตลาด (Valuation) เริ่มตึง จึงเห็นการเทขายออกมา” นายณัฐพล กล่าว
ด้านกลยุทธ์การลงุทน สำหรับนักลงทุนระยะสั้นที่เล่นเก็งกำไร แนะนำรอภาวะตลาดนิ่งแล้วค่อยเข้าซื้อ หากเล่นเก็งกำไรจบในวันแนะนำกลุ่มโรงไฟฟ้าและกลุ่มอุตสาหกรรม ขณะที่นักลงทุนระยะกลาง-ยาว แนะนำรอจังหวะตลาดปรับฐานลงมาที่บริเวณ 1,200 ต้นๆ ค่อยเข้าสะสมอีกรอบหนึ่ง
ขณะที่แนวโน้มในสัปดาห์หน้า (25-29 พ.ค.63) ประเมินว่าตลาดหุ้นไทยมีโอกาสจะฟื้นตัวกลับขึ้นมา เนื่องจากวิเคราะห์ว่าประเด็นที่สหรัฐและจีนยกมาโจมตีกัน ได้แก่ การค้า และการเมือง จะเหลือเพียงประเด็นโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เท่านั้น ซึ่งเป็นประเด็นเก่าที่ตลาดหุ้นรับรู้ไปแล้ว
ในส่วนของปัจจัยในประเทศ แม้ทางการจะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ค่อนข้างดี รวมถึงมีความหวังผ่อนเกณฑ์ล็อกดาวน์ เฟส 3-4 อย่างไรก็ตาม ปัจจัยการเมืองในประเทศหลังไทยเปิดประชุมสภาฯ วันนี้ส่งผลให้ความเสี่ยงทางการเมืองในประเทศเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม อาทิ ความเสี่ยงปรับ ครม. การผ่านร่าง พ.ร.บ.โอนงบฯ และ พ.ร.ก.เงินกู้ฉุกเฉิน 1.9 ล้านล้านบาท