หุ้นไทยไปไม่ได้ไกลในกรอบ 1,325-1,345 จุด เจอแรงขายระหว่างทาง
ตลาดหุ้นไทยไปได้ไม่ไกลในกรอบเคลื่อนไหวระหว่าง 1,325-1,345 จุด วิตกความขัดแย้ง “สหรัฐ-จีน” ผ่านประเด็นกฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่ที่มีผลต่อฮ่องกงยังซ้ำเติมความกังวลทางเศรษฐกิจโลก อีกทั้งตลาดหุ้นไทยที่ซื้อขายบนระดับ P/E มากกว่า 19 เท่า กดดันแรงขายทำกำไรเมื่อตลาดดีดตัวขึ้นต่อ จับตาประชาชนฮ่องกงชุมนุมคัดค้านร่างกฎหมายอีกครั้งในวันนี้ และสภาผู้แทนราษฎรเปิดอภิปราย พ.ร.ก.เงินกู้ 3 ฉบับ มูลค่ากว่า 1.9 ล้านล้านบาท
บริษัท หลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) รายงานแนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้าวันพุธที่ 27 พ.ค.63 ว่า ดัชนีมีแนวโน้มแกว่งตัวออกด้านข้าง แม้ได้รับปัจจัยบวกหนุน Sentiment ต่อเนื่องจากความคืบหน้าของวัคซีนรักษา COVID-19 ที่ตอนนี้บริษัท Merck หนึ่งในบริษัทยาของสหรัฐฯ ประกาศร่วมกับ IAVI พัฒนายาต้านไวรัส COVID-19 ที่จะทำให้ทั่วโลกเข้าถึงและซื้อหาได้ และความคาดหวังภายในจากการเตรียมปลดล็อคในเฟสที่ 3 และมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวที่จะมีตามมา หากแต่ความขัดแย้งของสหรัฐ-จีน ผ่านประเด็นกฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่ที่มีผลต่อฮ่องกง ยังซ้ำเติมความกังวลทางเศรษฐกิจโลก อีกทั้งตลาดหุ้นไทยที่ซื้อขายบนระดับ P/E มากกว่า 19 เท่า จะทำให้เผชิญแรงขายทำกำไรเมื่อตลาดดีดตัวขึ้นต่อ จึงทำให้ไปได้ไม่ไกลในกรอบเคลื่อนไหวระหว่าง 1,325-1,345 จุด
โดยขณะนี้รัฐบาลจีนขยายขอบเขตกฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่คุมเข้ม “การกระทำ/กิจกรรมต่างๆ” ที่อาจก่อให้เกิดภัยต่อความมั่นคง แม้ว่าผู้ว่าการฮ่องกงจะยังยืนว่าฮ่องกงยังเป็นประชาธิปไตยเหมือนเดิม ขณะที่ ปธน.ทรัมป์ เตรียมประกาศการตอบสนองการกระทำของจีนในช่วงปลายสัปดาห์นี้ ด้านสหภาพยุโรปส่งสัญญาณร่วมด้วยกับสหรัฐ พร้อมกดดันจีนในประเด็นดังกล่าว ดังนั้นจึงน่าจับตาสถานการณ์ในฮ่องกงใกล้ชิด โดยประชาชนฮ่องกงจะร่วมชุมนุมคัดค้านร่างกฎหมายอีกครั้งในวันนี้
ส่วนวันนี้สภาผู้แทนราษฎรเปิดอภิปราย พ.ร.ก.เงินกู้ 3 ฉบับ มูลค่ากว่า 1.9 ล้านล้านบาท ในการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัส COVID-19 รวมไปถึงประเด็นการบริหารงานในช่วงสถานการณ์ COVID-19 ของรัฐบาล ด้านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีพร้อมเข้าชี้แจงต่อสภาด้วยตนเอง โดยสภามีกรอบการอภิปรายตั้งแต่วันที่ 27-31 พ.ค.63